back to top
29.9 C
Bangkok

จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ เปิดนิยามของ KBank Private Banking

Must read

บริหารและส่งมอบความมั่งคั่งที่สมบูรณ์ ในแบบ KBank private banking ภาระของท่าน เป็นธุระของเรา

จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Executive Chairman, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย

ภาระของท่าน เป็นธุระของเรา
ที่ KBank Private Banking เราตั้งปณิธาณไว้ว่า เราต้องการที่จะเอาภาระของลูกค้า มาเป็นธุระของเรา เข้าใจดีว่าภาระของลูกค้า ทำให้ลูกค้าไม่ค่อยมีความสุขสักเท่าไหร่ คนมั่งมี คนที่สะสมทรัพย์ไว้เยอะ มีภาระที่ต้องเก็บตามมา ต้องสร้างความเติบโต ต้องส่งต่อ ภาระเหล่านั้น ถ้าหาทางออกไม่ได้ จะนำมาสู่ความเครียด ความกังวล และสุดท้ายกลายเป็นว่า ผู้มีทรัพย์สินสูงไม่มีความสุข และเต็มไปด้วยความกังวล

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราตั้งเป้าไว้คือ เราต้องการเอาภาระของลูกค้าที่เราดูแล มาเป็นภาระของเรา เราต้องการจะผ่อนคลายความกังวลของลูกค้า อยากให้ลูกค้าเป็นผู้ที่มีทรัพย์สินสูงที่มีความสุขด้วย เราอยากจะส่งมอบ Perfect Wealth ให้ โดยคำว่า Perfect Wealth = Wealth With Happiness

2

Perfect Wealth Perfect Future
“ลูกค้าเราจะเป็นผู้ที่มีสินทรัพย์สูง มีความมั่งคั่ง ที่ไม่มีความกังวลและมีความสุขนั่นก็คือ Perfect Wealth แล้วเราเติมอีกหน่อยว่า Perfect Future ด้วย เราพร้อมวางแผน ไม่ให้มีความสุขวันนี้วันเดียว มีความสุขไปในอนาคตด้วย จึงต้องวางแผนทั้งเรื่องการจัดเก็บ การสร้างการเติบโต และการส่งต่อ”

ความคาดหวังของกลุ่มลูกค้า
“ความคาดหวังหลัก ๆ ของลูกค้าบุคคลสินทรัพย์สูง ผมว่ามี 3 เรื่อง พอมีทรัพย์สิน พอเริ่มสะสม ก็มีปัญหาทันที ปัญหามักจะมาจากการสะสม  ซึ่ง 3 ปัญหาหลักของการสะสมทรัพย์สิน คือ
1. เก็บอย่างไร
2. สร้างความเติบโตอย่างไร
3. จะส่งต่ออย่างไร

เวลามีเกิน เป็นภาระ ต้องจัดเก็บ
“สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะเมื่อก่อนการจัดเก็บไม่ใช่เรื่องยาก มีที่ดินก็เก็บโฉนดไว้ มีทรัพย์สินทางการเงิน ก็ฝากธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์ไว้ จึงไม่มีต้นทุนในการจัดเก็บ แต่ในปัจจุบัน เริ่มมีต้นทุนในการจัดเก็บ ลูกค้าเรา 12,000 ราย เกือบทั้งหมดล้วนมีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์

เพราะคนไทยในยุค Baby Boomer หรือ Gen X จะมีความเชื่อมโยงอยู่กับอสังหาริมทรัพย์ เพราะฉะนั้น ส่วนหนึ่งในการสะสมความมั่งคั่งคือการเก็บสะสมที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง แต่ก่อนสิ่งเหล่านี้เก็บได้ โดยไม่มีต้นทุน แต่ปัจจุบันนี้มีภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง มากกว่าภาษีโรงเรือนในอดีตมหาศาล เพราะฉะนั้นการจัดเก็บ จึงเลยกลายมาเป็นประเด็นสำคัญมากขึ้น”

การส่งต่อ…มีต้นทุนเช่นเดียวกัน
“การส่งต่อเมื่อก่อนไม่ยาก การให้โดยเสน่หาสามารถทำได้ ไม่มีภาษี ปัจจุบันให้โดยเสน่หา ไม่มีแล้ว ก็จะมีแต่ว่าจะให้แบบไหน เช่น การให้ต่าง ๆ เข้าสู่ภาษีการรับให้ การให้เมื่อเสียชีวิตแล้ว เป็นภาษีของการรับมรดกต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการส่งต่อ จึงมีต้นทุนเช่นเดียวกัน”

ควรให้ความสำคัญ…เรื่องการจัดเก็บ เรื่องการสร้างการเติบโต และเรื่องการส่งต่อ
“วันนี้ บนความต้องการพื้นฐาน 3 เรื่อง เรื่องการจัดเก็บ เรื่องการสร้างการเติบโต และเรื่องการส่งต่อ ล้วนเป็นประเด็นที่ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีเก่าหรือเศรษฐีใหม่ ควรให้ความสำคัญ และควรให้ความสำคัญมากขึ้นด้วย ในส่วนเรื่องของการจัดเก็บ และการส่งต่อ ซึ่งแต่เดิมไม่ต้องทำ ปัจจุบัน เราต้องช่วยเรื่องตรงนี้เยอะขึ้น นอกเหนือจากเรื่องการสร้างความเติบโตซึ่งเป็นเรื่องของการลงทุน ก็ยังเป็นเรื่องหลักที่เราทำอยู่ แต่วันนี้มันขยายขอบเขตในเรื่องของการวางแผน การจัดเก็บทรัพย์สิน และวางแผนการส่งต่อมากขึ้น อันนี้เป็นความเปลี่ยนแปลงในช่วงหลัง ๆ ที่พัฒนาไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงเรื่องกฎเกณฑ์และภาษีต่าง ๆ ”

KBank Private Banking ให้บริการครบวงจรและเป็นสากลมากที่สุด
เราเป็นผู้ให้บริการที่มีครบวงจรและเป็นสากลมากที่สุด เพราะเราทำงานร่วมกับ Lombard Odier (ลอมบาร์ด โอเดียร์) ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ที่เป็นผู้ให้บริการไพรเวทแบงก์ที่เก่าแก่ที่สุดของโลกรายหนึ่ง เขาให้บริการมาแล้ว 227 ปี ผ่านวิกฤตนับ 40 ครั้ง ผ่านร้อนผ่านหนาวมาโดยยังอยู่ได้ ถือว่ามีความหมายลึกซึ้ง เพราะฉะนั้นเราทำงานคู่กับ Private Banker ที่เก่าแก่และตกผลึกที่สุดในวงการ Private Banking

เราเองได้เรียนรู้จากเขา และได้ยกระดับความรู้และความสามารถในการให้บริการ เป็นระดับสากล ทำให้เราก็สามารถทำให้บริการของเราครบวงจรที่สุด ดังนั้น เราจึงเป็น Private Banking เจ้าแรก ๆ ที่ลุกขึ้นมาพูดว่า เรื่อง Private banking ไม่ใช่แค่เรื่อง Investment ไม่ใช่ตอบโจทย์แค่การสร้างการเติบโต แต่ต้องตอบโจทย์เรื่องของการจัดเก็บและการส่งต่อด้วย”

Family Wealth Planning Service ครบวงจร
“เราเป็น Private Bank รายแรก ๆ ในประเทศไทยที่นำเสนอบริการ Family Wealth Planning หรือบริการบริหารจัดการความมั่งคั่งและทรัพย์สินของครอบครัว

เราไม่ได้บริการเฉพาะทรัพย์สินทางการเงิน เราพูดไปถึงธุรกิจครอบครัวของลูกค้า เราพูดไปถึงที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ของลูกค้า แบบครบวงจร เพราะว่าเศรษฐี 1 ราย ไม่ได้มีเฉพาะ Financial asset  ลูกค้า KBank Private Banking 12,000 ราย 99.99% เป็นเจ้าของกิจการทั้งสิ้น  

ทรัพย์สินหลักเป็นธุรกิจที่บ้าน เป็นธุรกิจครอบครัว แล้วก็มีที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และมีอื่นๆ อีกมากมายด้วย เราครอบคลุม เราดูแลได้ครบวงจร เรามีคำตอบให้กับทุกเรื่องความมั่งคั่ง เพราะฉะนั้นผมคิดว่า KBank Private Banking มีความโดดเด่นในจุดนี้ เรามีทีมงานที่โดดเด่น อย่างเช่นเรื่องของ Wealth Planning Service เรามีทีมที่เป็น Tax Lawyer เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและภาษี อยู่ในทีมของเรา 4 – 5 คน ถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่จะสามารถช่วยวางแผนให้กับลูกค้าได้”

โลกเผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้น
“ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่อยู่ในแวดวงนี้ เราได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง  และการเปลี่ยนแปลงนี้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น เศรษฐกิจ ตลาดเงิน ตลาดทุน และการลงทุนก็เปลี่ยนแปลงไป เราเองก็ต้องปรับปรุง ต้องพัฒนาตัวเราเอง พัฒนาบริการ พัฒนาความสามารถ ในการให้บริการกับลูกค้า ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนไปของโลก

ในปัจจุบันต้องยอมรับว่าโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้นมาก แล้วได้เจออะไรหลาย ๆ อย่าง ที่เราไม่อยากเจอ ไม่เคยคิดที่จะเจอ แล้วไม่อยากเจอด้วย เช่น โรคระบาดร้อย่างโควิด ผมถือว่าในช่วงชีวิตหนึ่งจะได้เจอสักครั้งหนึ่ง   

…และภาวะความไม่แน่นอนทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนขั้วอำนาจ ในช่วงที่ขั้วอำนาจใหญ่ อยู่ในมือของสหรัฐอเมริกามานาน แต่ตอนนี้เป็นที่พูดกันว่า อำนาจใหญ่ของโลก กำลังค่อย ๆ ทยอยเปลี่ยนผ่านไปสู่เบอร์ 1 เบอร์ใหม่ คนใหม่ต้องการอำนาจ การเปลี่ยนแปลงอำนาจแบบนี้ ทำให้เกิดการขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์  ไม่ว่าจะเป็นสงครามรัสเซีย ยูเครน สงครามการค้า รวมไปจนถึงสงครามในตะวันออกกลาง ล้วนแล้วแต่มีเบื้องลึกเบื้องหลัง ที่เกิดจากการแย่งชิงขั้วอำนาจต่าง ๆ”

การลงทุนเรื่องความเสี่ยงเป็นเรื่องสำคัญ
“โรคระบาดและสงคราม รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ สร้างให้เกิดความไม่แน่นอนสูง   ทำให้เกิดความเสี่ยง ความไม่แน่นอนเป็นต้นเหตุของความเสี่ยง นักลงทุนไม่ชอบความเสี่ยง เราชอบผลตอบแทนสูงๆ ที่ความเสี่ยงต่ำ ๆ แต่ตอนนี้เราเลือกไม่ได้  เพราะฉะนั้นวันนี้ นักกลยุทธ์การลงทุน จะต้องพูดเรื่องความเสี่ยงเป็นเรื่องสำคัญและต้องมีทักษะในการจัดการความเสี่ยงได้ มิฉะนั้นจะไม่สามารถสร้างผลตอบแทนให้กับลูกค้าได้”

การจัดการความกังวลเรื่องความเสี่ยง
“เรื่องความเสี่ยง เราจะหลีกเลี่ยงได้อย่างไร เราจะจัดการได้อย่างไร วันนี้บอกตามตรงตัวอย่างเรื่องความขัดแย้งในเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ลูกค้าถามว่าเมื่อไหร่จะหายไป จะจบเมื่อไหร่ จะรุนแรงอีกไหม บอกตามตรง ไม่มีใครตอบได้ ผู้มีอิทธิพลสูงสุดของโลก อย่าง โจ ไบเดน อาจจะตอบไม่ได้เลย ผู้เกี่ยวข้อง เช่น นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้ที่เป็นคนตัดสินใจของอิสราเอล ก็ยังตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่มีใครรู้  แต่ถ้าเราหาวิธีการลงทุนการสร้างความมั่นคงเติบโตที่มีการจัดการความเสี่ยงที่ดี ต่อให้มีความเสี่ยงเกิดขึ้น เราก็ได้รับผลกระทบน้อยกว่าคนอื่นเขา จะไม่ดีกว่าหรือ?”

ต้องเรียนรู้เรื่องการจัดการความเสี่ยง
“เมื่อก่อนเราคุยกับลูกค้า เราบอกว่าลงทุนแล้วเราจะได้เท่าไหร่ แต่ในปัจจุบันลูกค้าเริ่มจะบอกผมว่า ทำอย่างไรไม่ให้เสียเงินต้น อันนี้ก็คือมุมมองของลูกค้าที่แตกต่างไปคือ เขาได้เรียนรู้ว่า ถ้าได้ผลตอบแทนเขาเอา แต่ความเสี่ยงต้องน้อยลงด้วย ส่วนที่สะสมมา พอมีความเสี่ยงแรงๆ กลับไปเริ่มต้นใหม่ อาจจะขาดทุนด้วยซ้ำ อันนี้ไม่เกิดประโยชน์ เพราะฉะนั้นความเสี่ยงจะไม่หมดไป  เราคาดการณ์ไม่ได้ว่าจะหมดไปหรือเปล่า และผมเชื่อว่ามันจะไม่หมดไปด้วย เราจะต้องเรียนรู้เรื่องการจัดการความเสี่ยง”

สร้างกลไกที่จำกัดความเสี่ยง
สินทรัพย์ทุกประเภทมีประโยชน์และมีความเสี่ยงในตัวเอง เราน่าจะเรียนรู้เอาประโยชน์ของแต่ละอันมาประกอบกัน แล้วหลีกเลี่ยงโทษของแต่ละอัน ถ้าพูดโดยเฉพาะเจาะจงเรื่อง Public Market , Private Market ต่างก็มีประโยชน์และข้อจำกัด เพราะว่าไม่ว่าจะเป็น หุ้น ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์อะไรก็ตามที่อยู่ใน Public Market มีราคาตลาด มีสภาพคล่อง เพราะฉะนั้นการลงทุนคล่องตัว  อย่างไรก็ตาม  ใน Public Market จะถูกกระทบกระเทือนจากข่าวสารและเหตุการณ์รายวัน   เดี๋ยวราคาขึ้น เดี๋ยวราคาลง ผันผวน  

ในขณะที่ Private Market ไม่มีราคาตลาดทุกวัน ไม่ได้เทรด  ผลกระทบหรือแรงที่กระทบ เป็นเรื่องของปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก ปัจจัยภายนอก เช่น ปัจจัยเรื่องของภูมิศาสตร์ ไม่ค่อยกระทบผลประกอบการ ผลกำไรของการลงทุนของหุ้นนอกตลาด หรือของทรัพย์สินนอกตลาด จะ มั่นคงกว่า  

แต่ข้อเสียคือ  มีข้อจำกัดเรื่องสภาพคล่อง ต้องถือระยะยาว เพราะฉะนั้น ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการและให้คำแนะนำการลงทุน เราต้องเข้าใจสินทรัพย์ทุกประเภท สร้างทางเลือกสินทรัพย์ให้มากที่สุด สร้างความเข้าใจกับนักลงทุนให้มากที่สุด   และจัด Portfolio ที่ประกอบไปด้วยสิ่งที่เป็นประโยชน์ สร้างกลไกที่จำกัดความเสี่ยงของแต่ละอันให้ได้ แล้วผสมผสานให้ดี น่าจะเป็นแก้ปัญหา เป็นคำตอบที่ส่งมอบให้ลูกค้าได้ดีที่สุด”

DEFINITIONS OF THE ULTRA RICH copy

เกณฑ์นิยามของ High Net Worth Individual
“ความหมายในสากล High Net Worth Individual คือบุคคลที่มีสินทรัพย์ ทางการเงิน สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง สินทรัพย์พร้อมลงทุน หรือที่เรียกว่า Investable assets เกินกว่า 1 ล้านเหรียญ ตีค่าเงินปัจจุบันประมาณ 36 ล้านบาท ถ้ามีเกิน 5 ล้านเหรียญ เขาก็เรียกว่า Very High Net Worth Individual ถ้ามีเกิน 30 ล้านเหรียญ เขาเรียกว่า ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ Ultra High Net Worth individual เป็นการจัดชั้นความร่ำรวย ของผู้มีสินทรัพย์สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ

…อันนี้คือนิยามทางสากล   Private Banker ทั่วโลก เขาแบ่งกลุ่มลูกค้าและนำเสนอบริการที่แตกต่างกัน สำหรับผู้ให้บริการในประเทศไทย จะจัดกลุ่มลูกค้าที่มีสินทรัพย์ 1 ล้านเหรียญ 1.5 ล้านเหรียญโดยประมาณนี้ ของ KBank Private Banking เราเริ่มบริการลูกค้าที่มีทรัพย์สิน ที่เป็นสินทรัพย์ทางการเงิน เป็นสินทรัพย์ที่พร้อมลงทุน 50 ล้านบาท KBank Private Banking ให้บริการลูกค้ากลุ่มนี้อยู่ 12,000 ราย มีสินทรัพย์ทั้งหมดกองรวมกันประมาณ 1 ล้านล้านบาทที่พวกเราดูแลอยู่ครับ”

การเติบโตของ High Net Worth Individual
การเติบโตของ High Net Worth Individual ทั้งในแง่จำนวนและมูลค่าทรัพย์สินมีการเติบโตใกล้เคียง GDP โลก ประมาณสัก 3 -5% ต่อปี โดยประมาณ มาสะดุดที่ปี 2022 ซึ่งเป็นปีที่มีการลงทุนโดยรวมต้องเรียกว่าเป็นปีที่แย่ที่สุดในรอบ 100 ปี  เพราะผลตอบแทนจากหุ้นและตราสารแย่พร้อมๆ กัน ปี 2022 จึงเป็นปีแรกที่จำนวนของ High Net Worth Individual และมูลค่าทรัพย์สินของกลุ่มนี้ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีประมาณ 3-5% นั่นคือตัวเลขล่าสุดที่เรามี รายงานของปี 2023 ที่จะออกในปี 2024 ยังไม่ แต่ประมาณการว่า คงจะฟื้นกลับขึ้นมา  อย่างไรก็ดี แนวโน้มระยะยาวจะเติบโตได้ประมาณ 3 – 4%”

กลุ่มเศรษฐีเก่า เศรษฐีใหม่
“โลกกำลังเปลี่ยนแปลงจากระบบเศรษฐกิจแบบเก่าไปเป็นระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ เพราะฉะนั้นเศรษฐีเก่า เศรษฐีใหม่ หน้าตาแตกต่างกัน วันนี้เราไปดูรายชื่อของบุคคลที่ร่ำรวยที่สุด 10 อันดับแรกของโลก จะพบว่าส่วนใหญ่เศรษฐีใหม่ มักจะมาจากกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ ยึดโยงอยู่กับในเรื่องของภาคบริการ ภาคไอที นวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ ในขณะที่กลุ่มเศรษฐกิจเก่า จะยึดโยงเกี่ยวกับเรื่องของการผลิต การบริโภค ทำให้หน้าตาของกลุ่มเศรษฐีจะแตกต่างไปตามการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป”

ปัญหา 3 เรื่องของคนทั่วโลก
“ปัญหา 3 เรื่อง คือ 3S

6

S ที่ 1 คือ S-Curve คนไทยเริ่มรู้สึกว่าเราเติบโตไม่ได้ เติบโตต่ำกว่าศักยภาพ เราติดบ่วงเศรษฐกิจเก่า ก้าวไปถึงเศรษฐกิจใหม่ไม่ได้   เริ่มสูญเสียความสามารถในการแข่งขันและหดตัวลงทุกวัน ดังนั้น KBank Private Banking จึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง Perfect Future ด้วยการสร้าง New S – Curve ให้กับสังคม ให้กับธุรกิจ ให้กับเศรษฐกิจไทย ผมเชื่อว่าเราสามารถสร้าง S – Curve ใหม่ให้กับธุรกิจไทย เพราะว่าคำแนะนำการลงทุนที่เราแนะนำให้กับลูกค้าเราแนะนำให้ไปลงทุนในธุรกิจชั้นนำระดับโลก เราไปลงทุนในบริษัทที่อยู่ใน S – Curve ใหม่ของโลกเช่น เราไปลงทุนในบริษัท 7 นางฟ้า คือ Apple (AAPL), Amazon (AMZN), Alphabet (GOOGL), Nvidia (NVDA), Meta Platforms (META), Microsoft (MSFT) และ Tesla (TSLA) ซึ่งเป็นธุรกิจที่อยู่ในเศรษฐกิจใหม่ทั้งนั้น เราไปลงทุน เราจะได้เรียนรู้กับเขา ถ้าเราเอาสิ่งใหม่ ๆ เรียนรู้จากการลงทุนนี้มาเผยแพร่กับคนไทยให้เป็นตัวอย่าง มาปรับเปลี่ยนในการประกอบธุรกิจนี้ ให้เป็นไปตามแนวโน้มของเศรษฐกิจใหม่ ตัวอย่างที่ผมเรียนรู้จากการทำงานร่วมกับพันธมิตรต่างชาติ ผมเชื่อว่าธุรกิจทุกๆ ธุรกิจจะมองออกไปข้างนอกผ่านพันธมิตรต่างชาติและหาตัวอย่างดีๆ จากต่างชาติเพื่อ Transform ตัวเองให้เข้ากับเศรษฐกิจให้ได้ อันนี้คือการสร้าง New S – Curve

5

S ตัวที่ 2 การลงทุนเพื่อความยั่งยืน Investment for Sustainability
ปัจจุบันนี้ถ้าเราพูดถึงโลกร้อนจะเชยนะครับ เราจะต้องพูดว่าโลกเดือด เพราะฉะนั้นปัญหาความยั่งยืนของโลก เป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก  เช่นเดียวกัน ตอนนี้เราได้แนะนำให้นักลงทุนไปลงทุนในบริษัทที่สร้างความยั่งยืนกับโลกจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้เราสามารถเรียนรู้ ได้นั่นคือ S ตัวที่ 2 คือความยั่งยืน 

9

S ตัวที่ 3 เรื่อง Sharing การแบ่งปันคือเรื่องสำคัญ  เราดูแลลูกค้าเศรษฐีทำให้เราเห็นถึงความเหลื่อมล้ำมากๆ ในประเทศไทย หากคนที่มีสินทรัพย์สูงไม่ได้คิดถึงเรื่องแบ่งปัน ไม่ได้พาคนอื่น ๆ รอบตัวก้าวหน้าไปด้วยกัน เติบโตไปด้วยกัน  จะก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมา

ดังนั้น 3 S คือเรื่องของ Perfect Future ที่เราอยากทำให้กับสังคมนี้คือเรื่องของการสร้างการเติบโตใหม่คือ เติบโต ยั่งยืนและก็มีความสุขด้วย อันนี้คือแนวทาง Perfect Wealth และ Perfect Future ที่เราอยากทำ”

เสียชีวิตก่อนเงินหมด หรือเงินหมดก่อนเสียชีวิต
“มีคำพูดสนุก ๆ อย่างคำพูดที่ว่า เราเสียชีวิตก่อนเงินหมด หรือเงินหมดก่อนเสียชีวิต ถ้าเราเสียชีวิตก่อนเงินหมด เราค่อนข้างจะโชคดี คือเราอายุสั้นแต่เราค่อนข้างที่มีกินมีใช้จนกว่าเสียชีวิต แต่ด้วยนวัตกรรมใหม่ที่ทำให้ชีวิตเรายั่งยืนมากขึ้น เป็นไปได้เหมือนกันที่จะทำให้เราเสียชีวิตหลังเงินหมด หมายความว่า เมื่อเงินหมดไปแล้ว เราจะอยู่อย่างไร เพราะฉะนั้น ถ้าชีวิตของเรายืนยาวขึ้น ความมั่งคั่งของเรายืนยาวด้วย 2 อย่างนี้เติบโตไปพร้อม ๆ กัน  นวัตกรรมเรื่องเทคโนโลยีเรื่องของสุขภาพก็ดี ทำให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ชีวิตที่ยืนยาวและชีวิตที่มีคุณภาพด้วยหรือเปล่า เราอยู่ในโลกทุนนิยมซึ่งชีวิตที่มีคุณภาพต้องมีทุน ถ้าเราอยู่ในชีวิตที่ไม่มีทุน ใช้ชีวิตได้แต่ยาก เราต้องมีการวางแผนเรื่องการลงทุนและต้องทำแบบมีการวางแผนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะความเสี่ยงก็เยอะขึ้น    เพราะฉะนั้นในเรื่องของการวางแผนการลงทุนสร้างการเติบโตเก็บรักษาเอาไว้ให้ดีๆ เป็นเรื่องที่ต้องคิด”

จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Executive Chairman, Private Banking Group , ธนาคารกสิกรไทย ผู้มีประสบการณ์กว้างขวางในอุตสาหกรรมการเงิน เล่าประวัติและงานด้านบริหารความมั่งคั่ง ให้ ADVANCED BIZ MEDIA ฟังว่า

“เริ่มต้นด้วยการเป็นนักเศรษฐศาสตร์คนหนึ่ง จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นไปทำงานธนาคาร เพื่อไปหาประสบการณ์ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ (MBA) จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (SASIN) ตั้งแต่ปี 2535 ได้เข้ามาทำงานในวงการบริษัทหลักทรัพย์ 13 ปี ทำงานด้าน Investment Banking หลังจากนั้นก็ผันตัวเองมาดูแลทางด้านสายงานวานิชธนกิจ Wealth Management ที่ บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำของไทย ทำงานได้ 19 ปี ได้ย้ายไปทำงานที่ฮ่องกง ปีเศษ ๆ ที่บริษัท Morgan Stanley ภายหลังจากนั้นจึงกลับมาทำงานเป็นผู้บริหารสายงาน Private Banking ของธนาคารกสิกรไทยถึงปัจจุบันนี้ 12 ปีแล้วครับ”

แรงบันดาลใจทำงานต่างประเทศ
“ผมใช้ชีวิตการทำงานส่วนใหญ่อยู่ที่ บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำของไทย เป็นระยะเวลากว่า 19 ปี และได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจต่างชาติมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นถึงแม้ทำงานในบริษัทไทย ทำงานอยู่ที่ประเทศไทย แต่ก็ได้ร่วมงานกับพันธมิตรระดับสากล ใช้ภาษาอังกฤษ ทำงานร่วมกับ ชาวต่างชาติ ทำให้ผมมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้มาก

…นั่นจึงเป็นแรงบันดาลใจที่ผมผันตัวเองไปลองทำงานในต่างประเทศ ได้ทำงานที่ Morgan Stanley ที่ฮ่องกง ได้เรียนรู้พอสมควร และกลับมาทำงานที่กสิกรไทย 12 ปี ช่วง 10 ปีหลัง ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่าง Lombard Odier (ลอมบาร์ด โอเดียร์) ซึ่งเป็นไพรเวทแบงก์จากสวิตเซอร์แลนด์ อีกเช่นเดียวกัน จึงบอกได้ว่า ชีวิตไม่ค่อยแตกต่าง จะทำงานในประเทศไทย หรือทำงานที่ฮ่องกง ตลอดชีวิตการทำงานที่ประเทศไทยเป็นระยะเวลา 30 ปี ได้ทำงานร่วมกับชาวต่างชาติ พันธมิตรต่างชาติตลอดเวลา ได้เรียนรู้การทำงานระดับสากล ได้พัฒนาศักยภาพ และพัฒนาหน่วยงานของเราให้เป็นสากลมากขึ้นตลอดครับ”

1

ตื่นเช้าทุกวัน คาดหวังว่าจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
“ผมคิดว่า การเรียนรู้เป็นเรื่องสำคัญมาก ในโอกาสที่ได้ทำงานกับต่างชาติ ต้องยอมรับว่าในขณะที่เราได้ทำงานร่วมกับประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว จะเห็นได้ว่าเขามีความก้าวหน้าหลาย ๆ เรื่อง เขาทำมาก่อนเรา คิดมาก่อนเรา ตกผลึกมากกว่าเรา เพราะฉะนั้นการได้เรียนรู้จากเขา แล้วใช้ความสามารถในการคิดว่าอะไรก็ตามที่เราคิดว่า เหมาะกับประเทศไทย ก็นำมาใช้ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ

…การที่เราได้เรียนรู้จากกรอบความคิดกว้างขวางในระดับสากล ทำให้เราตื่นเต้น มีกำลังใจ ตื่นเช้าทุกวันมีความคาดหวังว่า วันนี้เราจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ แล้วความรู้ที่เราได้ เป็นความรู้ที่กว้างไกล กรอบมันกว้างกว่า เพราะฉะนั้นโอกาสที่เราจะเก่งขึ้น พัฒนาขึ้น รู้มากกว่าคนอื่นมากขึ้น”

เรื่องการเงินการลงทุน…ใช้มืออาชีพ
“ผมเชื่อว่าหลายคนมีความสามารถเพียงพอ แต่ความสามารถของท่านอาจจะเป็นความสามารถในด้านอื่นๆ ไม่ใช่ เรื่องการเงินการลงทุนควรซึ่งควรให้เป็นมืออาชีพในการช่วยทำให้ เพราะในปัจจุบันการลงทุนมันก็ซับซ้อนกว่าที่เราจะ DIY อาจจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญทำให้ดีที่สุด ”

เป้าหมาย KBank Private Banking
“เป้าหมายสูงสุดคือ  เราอยากที่จะส่งมอบความมั่งคั่งที่สมบูรณ์แบบให้กับลูกค้า เราต้องการ Perfect Wealth และ Perfect Future ผมได้พูดไปแล้ว ว่า Perfect Wealth เป็นพันธกิจของเราที่จะลดทอนภาระ   ด้วยการตอบคำถามที่เป็นความกังวลของลูกค้าทั้ง 3 เรื่อง ทั้งเรื่องการจัดเก็บ  การสร้างความเติบโต และการส่งต่อ ผมขอขยายความว่า สิ่งที่เราอยากทำไปมากกว่านั้น ก็คือ การสร้าง Perfect Future ซึ่งเรามีความกังวลว่า อนาคตนี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องออกแบบและวางแผน”   จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ กล่าวทิ้งท้าย

KBank Private Banking จึงนับได้ว่าเป็นผู้ให้บริการบริหารความมั่งคั่งแบบมืออาชีพ  รวมถึง บริการให้คำปรึกษาด้านการบริหารทรัพย์สินของครอบครัวที่ครบทุกมิติความต้องการ โดยมี จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Executive Chairman, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย พร้อมด้วยทีมผู้บริหารและไพรเวทแบงค์เกอร์ ที่พร้อมให้บริการท่าน.

- Advertisement -

More articles

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisement -

Latest article