เมื่อต้องมารับไม้ต่อจากศาสดาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเผชิญกับคำปรามาสว่า “Apple จบสิ้นแล้ว” ก่อนจะเป็นซีอีโอที่พามูลค่าบริษัททะลุ 3 ล้านล้านดอลลาร์ Tim Cook เคยถูกมองว่าเป็นแค่ “นักจัดการสต็อกสินค้า” ที่ดูจืดชืด และไม่มีวันสร้างนวัตกรรมได้เหมือน Steve Jobsแต่เขาเลือกที่จะไม่เล่นตามเกมของใคร…
ร่มเงาที่ใหญ่เกินไป และคำทำนายแห่งหายนะ ปี 2011 โลกสูญเสีย Steve Jobs ชายผู้เป็นดั่งวิญญาณและผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมเปลี่ยนโลกเมื่อ Tim Cook ก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง CEO ต่อ นักวิเคราะห์ สื่อมวลชน และแม้แต่แฟนคลับ ต่างประสานเสียงทำนายว่า “ยุคทองของ Apple จบลงแล้ว”เขาไม่ใช่คนพรีเซนต์บนเวทีเก่ง ไม่ใช่ดีไซเนอร์ที่คิดค้นโปรดักต์สุดล้ำ เขาเป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญด้าน Supply Chain แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามา ทุกคนคาดหวังและกดดันให้เขา “ต้องเป็นเหมือนจอบส์”
เลิกพยายามเป็นโคลนนิ่ง แล้วใช้จุดแข็งของตัวเอง แทนที่จะพยายามสวมวิญญาณเป็นศาสดาคนใหม่ เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า… เขาจะบริหาร Apple ในแบบของ “Tim Cook” เขาเลิกหมกมุ่นกับการต้องออกสินค้าน้ำดีพลิกโลกทุกปี แต่หันมาโฟกัสในสิ่งที่เขาเก่งที่สุด… คือ “การบริหารจัดการและต่อยอด” เขาปรับปรุงระบบซัพพลายเชนจน Apple แข็งแกร่งที่สุดในโลก ขยายฐานการผลิตและตลาดในประเทศจีน และบุกเบิกธุรกิจ “บริการ” (Services) อย่าง Apple Music, iCloud, Apple Pay รวมถึงการเปิดตัว Apple Watch และ AirPods ที่ไม่หวือหวาแต่กลายเป็นสินค้าทำเงินมหาศาลแบบเงียบๆ
จากผู้สืบทอดที่ถูกสงสัย… สู่ CEO ที่สร้างมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์ Apple ภายใต้การนำของ Tim Cook กลายเป็นบริษัทที่มีระบบนิเวศ (Ecosystem) แข็งแกร่งจนคู่แข่งตามไม่ทัน จากบริษัทที่หลายคนตราหน้าว่ากำลังจะเสื่อมถอย เขากลับพา Apple ทะยานขึ้นเป็นบริษัทแรกในประวัติศาสตร์โลก ที่มีมูลค่าทะลุ 1, 2 และ 3 ล้านล้านดอลลาร์! เขาไม่ได้เป็น Steve Jobs คนที่สอง แต่เขาพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า… “ผู้นำที่ยอดเยี่ยม ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เสียงดังที่สุดในห้อง แต่คือคนที่รู้จุดแข็งของตัวเอง และนำพาทีมไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน”
Ref: Bloomberg | Harvard Business Review
*วีดีโอสร้างขึ้นจาก Ai เพื่อประกอบการเล่าเรื่อง


