KBank Private Banking ร่วมกับ Lombard Odier เปิดตัวกองทุน K-ALLROAD Series

0
7

KBank Private Banking (เคแบงก์ ไพรเวทแบงกิ้ง) ร่วมกับ Lombard Odier (ลอมบาร์ด โอเดียร์) พันธมิตรทางธุรกิจ ไพรเวทแบงก์ระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ เปิดตัว 3 กองทุนแห่งอนาคต ใน “K-ALLROAD Series” ได้แก่ K-ALLROAD-UI, K-ALLGROWTH-UI และ K-ALLENHANCE-UI นวัตกรรมการลงทุนระดับโลกที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างมั่นคงและควบคุมการขาดทุนได้ในทุกสภาพเศรษฐกิจให้แก่ลูกค้าบุคคลสินทรัพย์สูงครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Self-Driving on All Roads” เชื่อมโยงประสบการณ์การลงทุนกับการขับขี่ยานยนต์อัจฉริยะ ที่ขับเคลื่อนสู่ทุกเป้าหมายอย่างรวดเร็ว สะดวกสบายและปลอดภัย พร้อมผนึก EVme แพลตฟอร์มให้บริการรถยนต์ไฟฟ้าเเบบครบวงจรรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยร่วมส่งมอบประสบการณ์ใช้งานจริงให้แก่ลูกค้า  

นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Private Banking Group – Executive Chairman ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก นักลงทุนต่างประสบกับความท้าทายในการบริหารจัดการการลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในฐานะผู้นำด้านการให้บริการและคำปรึกษาด้านการบริหารความมั่งคั่งในประเทศไทย เรามุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมการลงทุนที่ทันสมัยและตอบโจทย์การลงทุนเพื่อผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว โดยยึดหลักการลงทุนแบบ Risk-Based Asset Allocation หรือ การลงทุนที่ยึดหลักการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่พิจารณาความเสี่ยงของสินทรัพย์เป็นหลัก ซึ่งครั้งนี้เราได้นำนวัตกรรมการลงทุนระดับโลกเสนอแก่ลูกค้าบุคคลสินทรัพย์สูงเป็นครั้งแรกในประเทศไทยผ่าน 3 กองทุนภายใต้ K-ALLROAD Series ได้แก่ K-ALLROAD-UI, K-ALLGROWTH-UI และ K-ALLENHANCE-UI ที่มาพร้อมสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม ควบคู่กับกลไกบริหารจัดการให้ความเสี่ยงของพอร์ตให้อยู่ในกรอบที่กำหนดไว้ และสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในทุกสภาพเศรษฐกิจ โดยที่นักลงทุนไม่ต้องจัดการใดๆ ในขณะที่ผู้จัดการกองทุนทำหน้าที่เพียงล็อคเป้าหมายและปรับตามสถานการณ์ เปรียบได้กับยานยนต์อเนกประสงค์อัจฉริยะที่มีระบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง (Self-Driving Mode) และพร้อมรับมือกับทุกสภาพถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

3 กลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนกองทุน K-ALLROAD Series ให้พร้อมพิชิตทุกสภาวะตลาด คือ 

  1. ความอเนกประสงค์ที่ได้รับการออกแบบมาให้พร้อมเผชิญกับทุกสภาวะเศรษฐกิจ ผสานทุกส่วนผสมในทุกประเภทสินทรัพย์ ทั้งในสินทรัพย์ดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน และหุ้น รวมทั้งสินทรัพย์ใหม่ๆ เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ ตราสารอ้างอิงผลตอบแทนจากเงินเฟ้อ และความผันผวนของตลาด ในขณะเดียวกันก็ยังกระจายการลงทุนในทุกภูมิภาคและอุตสาหกรรมทั่วโลก พร้อมสัดส่วน การลงทุนที่สมดุลด้านความเสี่ยง และเหมาะสมกับโอกาสที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจต่างๆ ในแต่ละวัฏจักร  
  2. ความปลอดภัยที่ครอบคลุมทุกความเสี่ยง ด้วยกลไกอัจฉริยะที่ทำโดยอัตโนมัติ ตามกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ (Rule Based Management) ซึ่งไม่ขึ้นกับการคาดการณ์หรือมีการตัดสินใจจากอารมณ์ความรู้สึกของผู้จัดการกองทุน การกำหนดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ถูกจัดให้สมดุลทั้งด้านความเสี่ยงและความเหมาะสมกับโอกาสที่จะเกิดในสภาวะเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึงในแต่ละวัฏจักรเศรษฐกิจด้วย เช่น การเพิ่มอัตราทดที่คล้ายกับการกู้ยืมมาลงทุนซึ่งเปรียบเสมือนเทอร์โบ ชาร์จ ที่จะทำงานในช่วงถนนเรียบเพื่อเร่ง สปีดให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องแลกกับความปลอดภัย ในขณะเดียวกัน มีระบบตรวจจับความเสี่ยงและระบบสั่งการอัตโนมัติให้มีการลดอัตราทด หรือให้ถือเงินสดเพิ่มขึ้น เสมือนกับเซนเซอร์ตรวจจับรถหรือสิ่งกีดขวางด้านหน้า ให้ลดความเร็วลงเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และระบบการจัดการความเสี่ยงช่วงขาลง (Drawdown management) เปรียบเหมือนถุงลมนิรภัยที่ช่วยจัดการกับความเสียหายหรือลดผลกระทบที่เกิดจากการขาดทุนให้อยู่ในกรอบที่กำหนดในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจหรือช่วงที่ตลาดผันผวนสูง
  3. กำหนดเป้าหมายได้ตามความเสี่ยง ผ่าน 3 กองทุน คือ K-ALLROAD-UI, K-ALLGROWTH-UI และ K-ALLENHANCE-UI ซึ่งมีความแตกต่างกันตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้  
Advertisement
Previous articleเมืองไทยประกันภัย จัดงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 14 ประจำปี 2565
Next articleทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 2565

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.