back to top
27.8 C
Bangkok

เลือกอาหารหมูอย่างไรให้ได้เนื้อแดง แถมหมูสุขภาพดี?

Must read

เพราะอาหารหมูเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้หมูภายในฟาร์มมีสุขภาพดี เพิ่มโอกาสสร้างกำไรให้กับการขายเนื้อหมูในรูปแบบต่าง ๆ มากขึ้น อย่างไรก็ดี ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า อาหารหมูที่มีคุณภาพสูงส่วนใหญ่มักมาพร้อมกับต้นทุนที่ค่อนข้างสูงเช่นกัน ยิ่งในช่วงที่ตลาดซื้อขายหมูมีความผันผวนด้วยแล้ว การลงทุนกับอาหารก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูงเช่นกัน

            ดังนั้น เพื่อช่วยให้เกษตรกรวางแผนต้นทุนด้านอาหารหมูได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้เรามี 3 เคล็ดลับการเลือกอาหารเลี้ยงหมูที่จะช่วยทำให้ได้หมูเนื้อแดงและมีสุขภาพดีกัน

เลือกอาหารหมูให้เหมาะกับวัย

            เกษตรกรเลี้ยงหมูส่วนใหญ่มักชอบเร่งอาหารให้กับหมูในช่วงที่ต้องจำหน่าย หรือที่เรียกว่าช่วง ‘วัยขุนหมู’ อย่างไรก็ดี การขุนหมูให้อ้วนในช่วงนี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้เนื้อหมูมีไขมันสะสมจนขายไม่ได้ราคาแล้ว หมูที่ได้รับการขุนยังมีสุขภาพที่อ่อนแอ เสี่ยงต่อการติดโรค ทั้งยังมีความเครียดสะสมสูง ทำให้ได้เนื้อหมูที่ไม่แดงและสดใหม่เท่าที่ควร

            ดังนั้น เพื่อเป็นการทำให้ได้หมูเนื้อแดงที่มีประสิทธิภาพ ขอแนะนำให้เลือกอาหารหมูที่เหมาะสมกับช่วงวัยของหมู เช่น หากเป็นหมูช่วงปลายอนุบาล หรือ ช่วงเข้าสู่น้ำหนัก 20 กิโลกรัม ควรเน้นการให้อาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน เนื่องจากจะช่วยสะสมเนื้อแดงมากขึ้น ส่งผลให้สามารถขายเนื้อหมูได้ราคาดีกว่าการขุนหมูให้อ้วนในช่วงก่อนเตรียมขายหมู

อย่าลืมเสริมด้วยจุลินทรีย์

            ไม่เพียงแต่เลือกสารอาหารและช่วงเวลาในการขุนหมูที่เหมาะสมเท่านั้น แต่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูยังควรเลือกเสริมจุลินทรีย์โพไบโอติกส์ให้พร้อมกับการให้อาหารหมูด้วย โดยโพไบโอติกส์นี้จะเป็นจุลินทรีย์ที่ช่วยปรับสมดุลและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบทางเดินอาหารหมู

            ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงที่หมูจะท้องอืด และอาการเบื่ออาหารเท่านั้น แต่ตัวจุลินทรีย์ยังสามารถช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับหมู มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงและต้านการเจริญเติบโตของเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคระบาดในหมู ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หมูตาย ได้เนื้อที่ไม่มีคุณภาพ จนทำให้ขายไม่ได้ราคา

หมั่นรักษาความสะอาดและสังเกตสุขภาพหมูเป็นประจำ

            นอกจากจะเลือกอาหารหมูที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพแล้ว เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูยังควรรักษาสุขอนามัยของหมูเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดคอกหมูอย่างถูกต้อง ไปจนถึงการปล่อยหมูออกมาเดินเล่น หรือ เลี่ยงการเว้นในคอกที่แออัด 

โดยการเลี้ยงหมูอย่างเหมาะสมและเข้าใจธรรมชาติของหมู ไม่เพียงแต่จะช่วยลดการสะสมเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคระบาดในหมูเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยสำคัญทำให้หมูอารมณ์ดี ไม่กัดกันในคอก ทั้งยังช่วยทำให้หมูกินเก่งขึ้น ซึ่งลดทั้งเวลาและต้นทุนในการเลี้ยงดูลงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จบลงไปแล้วกับ 3 เคล็ดลับที่จะช่วยให้ดูแลและอาหารหมูได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้แบบนี้แล้ว อย่าลืมนำเคล็ดลับที่นำมาฝากนี้ไปพิจารณาและปรับใช้ให้เหมาะสมด้วยนะ

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article