“วิกฤตนี้ไม่ใช่เวลาถดถอย แต่คือเวลาลุกขึ้นสู้ และเขียนอนาคตใหม่ให้ธุรกิจของตัวเอง – เข้าใจโลก เข้าใจตัวเอง ลับฝีมือ และหาเพื่อนร่วมทาง” – คุณนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ (เคน), CEO & Editor-in-Chief, THE STANDARD

โลกไม่หยุดนิ่ง แต่โอกาสยังมี
บนเวที Digital SME Conference Thailand 2025 คุณเคนตั้งคำถามกับผู้ฟังว่า เศรษฐกิจปีนี้เป็นอย่างไร?
เสียงตอบสะท้อนความจริงของสังคม มีทั้ง “ดี” “กลาง ๆ” และ “แย่” แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ภาพใหญ่จะเต็มไปด้วยความท้าทาย ก็ยังมีธุรกิจจำนวนมากที่ เติบโตสวนกระแส
ตัวอย่างเช่น Flash Express ที่ขยายตัวด้วยเทคโนโลยี, แบรนด์ชาที่เติบโตติดลมบน และร้านสุกี้ที่ขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดพิสูจน์ว่า ธุรกิจที่อยู่รอดไม่ใช่ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุด แต่คือธุรกิจที่ปรับตัวเร็วที่สุด
- Wellness: โอกาสจากสุขภาพและคุณภาพชีวิต
Wellness Economy กำลังกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมดาวรุ่งของไทย
• ปี 2567 มีรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท
• เติบโตเฉลี่ย 7.3% ต่อปี สูงกว่าการเติบโตของ GDP โลก
• ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งการแพทย์ ฟิตเนส อาหารสุขภาพ ความงาม และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
ประเทศไทยติดอันดับ Top 25 Wellness Economy ของโลก และ Top 15 Wellness Tourism
นี่ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือ ฐานเศรษฐกิจใหม่ ที่ SMEs ไทยควรรีบคว้า
- Natural IP: มูลค่าที่เกิดจาก “ของแท้”
Natural IP (Natural Intellectual Property) หมายถึง คุณค่าทางเศรษฐกิจจากธรรมชาติที่ลอกเลียนแบบไม่ได้
• น้ำมะพร้าวไทย ที่ถูกต่อยอดจนกลายเป็นสินค้าพรีเมียมในตลาดต่างประเทศ
• ข้าวหอมมะลิ ที่ยังคงมีชื่อเสียง แต่หากขาดการสร้างแบรนด์และเรื่องราว อาจเสียพื้นที่ให้คู่แข่งในภูมิภาค
คุณเคนย้ำว่า “สิ่งที่ไทยมีอยู่แล้ว หากต่อยอดได้ถูกทาง จะกลายเป็น Soft Power ที่ทรงพลัง”

- Sustainability: กติกาใหม่ที่ SMEs ต้องปรับตัวทันที
สไลด์บรรยายชัดเจนว่า Sustainability กำลังกลายเป็น ข้อบังคับเชิงกฎหมาย ไม่ใช่แค่กลยุทธ์ทางการตลาด
• ตลาด Biodiversity & Natural Capital Credit ทั่วโลก มีมูลค่า 6–7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 และคาดโตต่อเนื่อง 24% ต่อปี จนแตะ 37.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2032
• EU Deforestation Regulation (EUDR):
• บริษัทใหญ่ต้องปฏิบัติตามภายใน 30 ธันวาคม 2025
• SMEs ต้องปฏิบัติตามภายใน 30 มิถุนายน 2026
นั่นหมายความว่า หากผู้ประกอบการไทยอยากขายสินค้าให้บริษัทใหญ่ หรือส่งออกไปยุโรป จะเลี่ยงเรื่องความยั่งยืนไม่ได้อีกต่อไป
- AI: จาก Trend สู่ Game Changer
คุณเคนกล่าวอย่างชัดเจนว่า “AI ของจริงแล้ว” และกำลังเป็น Game Changer ที่เปลี่ยนโฉมธุรกิจ
• ลดต้นทุน เพิ่ม Productivity
• ขยายขอบเขตความรู้
• เสริม Creativity
• ทำให้ SMEs ปรับตัวได้เร็วกว่าองค์กรใหญ่
สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือโมเดล “One-person Unicorn” ที่คนเพียงหนึ่งคนสามารถสร้างธุรกิจขนาดใหญ่ได้ หากใช้ AI Agent อย่างมีประสิทธิภาพ
สัญญาณใหม่ที่ SME ไทยต้องจับตา
Rise of Chinese Challenger Brands
• จีนไม่ใช่แค่ OEM ราคาถูกอีกต่อไป แต่ก้าวสู่การสร้างแบรนด์จริงจัง
• จุดแข็งคือ supply chain efficiency + creative branding + price disruption
• ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ Gen Z กำลังเปิดพื้นที่ใหม่ให้แบรนด์จีนแทรกตัว
From Advertising to Authenticity
• หมดยุคโฆษณา TVC → เข้าสู่ยุค Real, Raw, Relevant
• ผู้บริโภคเชื่อใจ Micro-influencers และคอนเทนต์สด มากกว่าการตลาดแข็ง ๆ
• แบรนด์ต้องใช้ empathy + storytelling + brand vibe เป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์

Key Takeaways: SME ต้องทำอะไรต่อ?
- Reposition หรือ Rebuild Brand – ปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้ทันสมัย
- เข้าใจลูกค้าเชิงลึก – จาก demographic ไปสู่ psychographic และ lifestyle
- ใช้ Social Platform เป็น Storytelling Platform
- อย่ากลัวทดลอง – เพราะวงจรสินค้าเร็ว บาง product มีอายุไม่ถึง 6 เดือน
- หาเพื่อนร่วมทาง – เพราะ 1+1 ไม่ใช่ 2 แต่คือ 10
Framework: Detect – Define – Design
Framework ที่ SME ไทยสามารถนำไปใช้ได้ทันที
• Detect – ภูมิใจในสิ่งที่เรามี
• Define – หาความแตกต่างที่คู่แข่งไม่มี
• Design – ออกแบบสินค้าและบริการใหม่ที่ตอบโจทย์เทรนด์
บทสรุป: SME ไทยจะโตสวนกระแสได้อย่างไร
คุณเคนย้ำบนเวทีว่า ธุรกิจที่อยู่รอด ไม่ใช่ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุด แต่คือธุรกิจที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด SMEs ไทยต้องมองหาเทรนด์ใหญ่ (Wellness, Natural IP, Sustain, AI) และกล้าปรับ กล้าทดลอง ใช้เทคโนโลยีและการตลาดที่จริงใจเป็นอาวุธ และร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อขยายพลัง นี่คือเส้นทางที่ทำให้ SME ไม่เพียง “รอด” แต่ยังสามารถ “โตสวนกระแส” ได้ในปี 2025 และต่อไป



