เรารักกันด้วยเมตตาปรารถนาดีต่อกัน มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ จนกว่าจะตายจากโลกไป เมื่อเราตายจากโลกไปแล้วเราก็เอาอะไรไปไม่ได้ จงสรรสร้างความดีให้แก่กัน ช่วยกันดีกว่าทำลายกัน จงแผ่เมตตาให้ศัตรูกลายเป็นมิตร มีไมตรีจิตต่อกัน เพราะฉะนั้นปรารถนาสารพัดในปฐพีเอามาช่วยให้มีไมตรีต่อกันดีกว่าพาลกัน
คนโบราณท่านระลึกถึงพระคุณผู้มีบุญคุณตลอด ท่านจึงมีวาสนาตั้งแต่ปู่ย่าตาทวด มาจนถึงลูกหลาน คนยุคใหม่ไม่ค่อยเจริญรุ่งโรจน์เหมือนปู่ย่าตายาย เพราะขาดคุณธรรมเรื่องบุพการี ขาดการระลึกถึงความดี คนเรานี้ไม่มีความดีต่อกันแล้วความสัมพันธ์ในชีวิตก็หมดไป สัมพันธ์ในชีวิตนั้นคือเมตตา ลืมพระคุณของท่านผู้มีบุญคุณ ลืมพระคุณของศาสนา ลืมพระคุณของชาติภูมิ มาตุภูมิบ้านเกิดเมืองนอน ลืมพระคุณผู้การุณย์หนุนนำ อุปการะ ลืมทั้งบ้านเกิดเมืองนอน ลืมทั้งเครื่องอุปกรณ์ใช้สอยที่มีบุญคุณกับเรา แถมลืมพระคุณของตนเอง มือสอง เท้าสอง สมองหนึ่ง ก็เป็นที่พึ่งไม่ได้
ท่านที่มาเจริญพระกรรมฐานนี้ ถ้าท่านได้ซึ้งในรสพระธรรม และได้ระลึกถึงบุญคุณของผู้มีพระคุณ น้ำตาจะไหลร่วงเป็นห่วงบุพการีที่สร้างความดีให้กับเรานั้น อาตมาเมื่อเป็นเด็กไม่เคยระลึกถึงบุญคุณของท่านที่มีบุญคุณ จึงประเมินตัวเองว่า เรานี่เห็นแก่ตัวจริง ๆ
คนที่ระลึกถึงบุพการีกตัญญูกตเวทิตาธรรม คือคนที่เจริญพระกรรมฐาน ทำจิตใจให้มั่นคง ทำใจให้มีสมาธิ ตั้งสติไว้ให้ได้ โดยระลึกถึงคุณงามความดีของท่านผู้มีพระคุณ แล้วเงินจะไหลนอง ทองจะไหลมา จิตใจก็เบิกบานปีติ ยินดีปรีดา มีปัญญาเฉลียวฉลาดสามารถในการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ท่านเจริญพระกรรมฐานท่านมีชีวิตอันรุ่งโรจน์ จิตใจท่านจะเบิกบานหรรษา จะมีประโยชน์ในชีวิตของท่าน ชีวิตของเราก็มีการเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวก็สุขเดี๋ยวก็ทุกข์ วันนี้ตั้งแต่เช้ามาท่านมีความสุขบ้างไหม ตั้งแต่เช้าพระอาทิตย์ก็เลื่อนคล้อยชายมะพลับแล้วก็อัสดงตกลับไป เมื่อพระอาทิตย์ตกไปแล้ว ชีวิตเราก็หมดไปแล้ววันหนึ่ง และค่ำคืนในวันนี้อีกคืนหนึ่ง เวลาของเราก็หมดไป อายุก็มากขึ้นทุกเวลา เฒ่าชะแรแก่ชราเป็นขี้เถ้าในอนาคตด้วยกันทุกคน ไม่มีใครผู้ใดที่จะมีชีวิตแจ่มใสเสมอไป
ถ้าเจริญพระกรรมฐานได้ ทุกนาทีของท่านจะครองน้ำใจไว้ได้ ท่านจะมีแต่ความสุขความเจริญ นึกถึงบุพการีผู้มีบุญคุณไว้เสมอ ท่านจะไม่ผิดหวังในชีวิตของท่านแน่นอน เราจะไม่มีการนินทากัน ไม่มีการว่าร้ายป้ายสีแก่ท่านผู้ใดใครทั้งนั้น มีแต่ชีวิตที่รุ่งโรจน์ ถ้าท่านมาเจริญพระกรรมฐาน ท่านจะมีความสุขตลอดปี ชีวิตจะสดใส ทำอะไรก็เป็นสุข ใจก็สบาย แต่ท่านจะทำได้แค่ไหนกัน
การเจริญสติปัฏฐาน ๔ เป็นการแก้ปัญหาชีวิต เป็นการแก้ปัญหาทุกข์ ถ้าเรามีทุกข์เกิดขึ้นในใจ ให้เจริญสติปัฏฐาน ๔ เดินจงกรม ยืนหนอ ๕ ครั้ง อาตมาพูดอยู่บ่อย ๆ แต่ท่านทำไม่ได้กัน ไม่ชอบทำกัน ยืนหนอ ๕ ครั้ง ให้มันมีสติอยู่ที่จิต กายยืนหนอ ๕ ครั้งหลับตาด้วยเท่านั้นเอง แต่ท่านไม่ค่อยตั้งใจกันนัก
ถ้าท่านมีศรัทธาจริง ตั้งใจจริง ท่านจะได้รับผลจริง ถ้าทำเหยาะแหยะ ทำปลอมท่านจะพบของปลอม ถ้าจิตใจท่านมั่นคงมีแต่ความอดทน ท่านจะพบของจริงตลอดรายการ ท่านจะไม่เดินไปหาของปลอม ข้อเท็จจริงเป็นประการใดท่านน่าจะคิดให้ได้
พุทโธโลยี :ความรู้ คู่ คุณธรรม โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม





