back to top
More

    มีหนี้อยู่ ควรใช้หนี้ก่อนหรือเริ่มลงทุนเลยดี?

    Must read

    - Sponser -

    นี่คือคำถามที่คนมีเงินเดือนประจำเกือบทุกคนเคยสงสัย มีเงินก้อนหนึ่งอยู่ในมือ ควรเอาไปโปะหนี้ให้หมดก่อน หรือเอาไปลงทุนเลยดี คำตอบไม่ได้มีสูตรตายตัวเดียว แต่มีหลักคิดง่ายๆ ที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้น

    หลักคิดง่ายๆ: เทียบ “ดอกเบี้ยหนี้” กับ “ผลตอบแทนคาดหวัง”

    หลักการพื้นฐานที่สุดคือ ถ้าดอกเบี้ยหนี้ที่ต้องจ่ายสูงกว่าผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้จากการลงทุน การรีบจ่ายหนี้ก่อนมักจะคุ้มค่ากว่า เพราะการจ่ายหนี้คือ “ผลตอบแทน” ที่แน่นอน 100% เท่ากับอัตราดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ ในขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนไม่แน่นอนและอาจผันผวนได้

    ประเภทหนี้อัตราดอกเบี้ยโดยประมาณควรจัดการอย่างไร
    หนี้บัตรเครดิต / สินเชื่อส่วนบุคคล16-28% ต่อปีควรรีบจ่ายให้หมดก่อนเป็นอันดับแรก
    สินเชื่อรถยนต์3-7% ต่อปีพิจารณาตามภาระผ่อนต่อเดือน อาจออมคู่ขนานได้
    สินเชื่อบ้าน (จำนอง)3-6% ต่อปีมักไม่จำเป็นต้องเร่งโปะจนหมดก่อนเริ่มออม

    หนี้ที่ดอกเบี้ยสูงมาก เช่น หนี้บัตรเครดิต ควรได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกเสมอ เพราะแทบไม่มีการลงทุนใดที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอสูงเท่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย ส่วนหนี้ดอกเบี้ยต่ำ เช่น บ้านหรือรถ สามารถพิจารณาออมและลงทุนควบคู่ไปกับการผ่อนชำระตามปกติได้

    มีหนี้อยู่ ควรใช้หนี้ก่อนหรือเริ่มลงทุนเลยดี?

    กรณีตัวอย่างจริง: เงินก้อนเกษียณกับภาระหนี้ของข้าราชการ

    ข้อมูลจาก กบข. ระบุว่า เงินก้อนเฉลี่ยที่สมาชิกได้รับเมื่อเกษียณอยู่ที่ประมาณ 1-1.5 ล้านบาท ขณะที่ภาระหนี้เฉลี่ยของกลุ่มเดียวกันอยู่ที่ประมาณ 1.8 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าเงินก้อนที่ได้รับ นี่คือเหตุผลสำคัญที่ผู้เกษียณจำนวนมากเลือกนำเงินก้อนไปใช้หนี้ก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนจะเริ่มออมต่อจากรายได้อื่น เช่น เงินบำนาญรายเดือน

    ตัวอย่างเช่น กรณีมีหนี้ค้างอยู่ 8 ล้านบาท และได้รับเงินก้อนจากกองทุน 1.5 ล้านบาทเมื่อเกษียณ การนำเงินก้อนไปโปะหนี้ก่อนมักสมเหตุสมผลกว่าการนำไปลงทุนทันที เพราะช่วยลดภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายต่อเนื่องในระยะยาว หลังจากนั้นเมื่อมีรายได้ประจำเข้ามา (เช่น เงินบำนาญ) จึงค่อยเริ่มออมเพิ่มจากกระแสเงินสดที่เหลือ

    Man deciding between debt and 202608291445 720x537 1 1 - Advanced Business Magazine

    แล้วควรทำสองอย่างพร้อมกันได้ไหม?

    ได้ ถ้าอยู่ในสถานการณ์ต่อไปนี้:

    • หนี้ที่มีอยู่เป็นหนี้ดอกเบี้ยต่ำ (บ้าน/รถ) และผ่อนชำระได้ตรงเวลาโดยไม่กระทบสภาพคล่อง
    • มีระบบออมที่ได้เงินสมทบจากนายจ้างหรือรัฐ (เช่น เงินสมทบจาก กบข. หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) ซึ่งเท่ากับได้ผลตอบแทนทันทีสูงกว่าดอกเบี้ยหนี้ที่จ่ายอยู่
    • มีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอแล้ว (โดยทั่วไปแนะนำ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน)

    ในกรณีเหล่านี้ การออมขั้นต่ำที่ได้รับเงินสมทบมักคุ้มค่าที่จะทำควบคู่ไปกับการผ่อนหนี้ตามปกติ เพราะเป็นการ “ไม่ทิ้งผลตอบแทนฟรี” ที่มีอยู่แล้ว

    คำถามที่พบบ่อย

    มีหนี้บัตรเครดิตอยู่ ควรหยุดออมเพื่อไปโปะหนี้ก่อนไหม?

    โดยทั่วไปควรให้ความสำคัญกับหนี้บัตรเครดิตเป็นอันดับแรก เพราะดอกเบี้ยสูงกว่าผลตอบแทนการลงทุนทั่วไปมาก ยกเว้นการออมขั้นต่ำที่ได้รับเงินสมทบจากนายจ้างซึ่งอาจคุ้มค่าที่จะรักษาไว้

    หนี้บ้านหรือหนี้รถ จำเป็นต้องจ่ายหมดก่อนเริ่มออมไหม?

    ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะดอกเบี้ยมักต่ำกว่าผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุนระยะยาว จึงสามารถออมควบคู่กับการผ่อนชำระตามปกติได้

    ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินเท่าไหร่ก่อนเริ่มออมเพื่อเกษียณ?

    โดยทั่วไปแนะนำให้มีเงินสำรองประมาณ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันโดยไม่ต้องกู้หนี้เพิ่ม

    สรุป

    ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่หลักคิดที่ใช้ได้เสมอคือ เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยหนี้กับผลตอบแทนคาดหวังจากการลงทุน หนี้ดอกเบี้ยสูงควรได้รับความสำคัญก่อน ส่วนหนี้ดอกเบี้ยต่ำสามารถออมควบคู่กันไปได้ โดยเฉพาะถ้ามีเงินสมทบจากนายจ้างหรือภาครัฐเข้ามาช่วย (อ่านต่อ: “อายุ 20/30/40/50 ควรลงทุนเสี่ยงแค่ไหนถึงจะเหมาะกับตัวเอง”)

    - Sponser -
    - Advertisement -

    More articles

    LEAVE A REPLY

    Please enter your comment!
    Please enter your name here

    - Sponser -
    signha lemon soda ads 300x250

    Latest article

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

    Privacy Preferences

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    Allow All
    Manage Consent Preferences
    • Always Active

    Save