back to top
29.9 C
Bangkok

คาถานักขาย “เรียน-รัก-และลงมือทำ”

Must read

“การให้ความรู้แก่คนนั้นไม่ยาก และการจะให้วิญญาณในการทำงานแก่คนนั้นสิของยาก”

ทุกอย่างมนุษย์สามารถเรียนรู้และสามารถจะทำได้ ถ้าหากมนุษย์คิดจะทำ รักที่จะทำ ดังนั้นจะทำอะไรก็แล้วแต่ จะต้องปลูกนิสัยในการทำงาน ความรักในงาน หรือที่เรียกว่า “วิญญาณในการทำงาน” ถ้าเกิดตัวนี้ขึ้นกับใครแล้ว เขาจะเกิดพฤติกรรมในการทุ่มเทชีวิตจิตใจ กำลังกาย กำลังใจเวลา และสมองของเขาให้กับงานนั้น ๆ อย่างถึงที่สุด งานยากก็จะกลายเป็นงานง่าย ๆ ของเขา ความสำเร็จที่มีคุณภาพก็เกิดขึ้น ปัญหามีอยู่ว่า ใครจะเป็นคนปลูกฝัง “วิญญาณในการทำงาน”

“ผู้ที่จะทำงานนั่นเองต้องปลูกฝังนิสัยตัวเอง” เทวดาก็ช่วยไม่ได้อย่าว่าแต่อาจารย์ชาญฉลาด หรือผู้จัดการที่สามารถเลย

“ความรัก” นั้นเป็นภาษาอมตะยากที่จะพรรณาได้ บทกวีต่าง ๆ ก็ได้เขียนถึงคุณค่าของความรักมากมายอย่างลึกซึ้ง

“ถึงอยู่ไกลสุดขอบฟ้าเขาเขียว เสมือนอยู่หอ แห่งเดียว ร่วมห้อง”

“ความรัก บันดาลให้ชนะอุปสรรคต่าง ๆ ที่ขวางหน้า”

ดังนั้น ถ้าเราจะเป็นตัวแทนทำงานประกันชีวิต เราต้องสร้างความรู้สึกรักงานนี้ที่สุด ถ้าเราสร้างความรู้สึกอันนี้ใด้เมื่อไร เราจะทำงานเอง โดยไม่ต้องมีใครมาดันเรา

ข้อคิดเห็นที่สนับสนุนเหตุในเรื่องนี้ก็คือ

“ความจริงใจเป็นต่อ ความรู้เป็นรอง” เมื่อท่านรักงานเราก็จะทุ่มเทตัวเองให้กับงาน เราก็จะเริ่มศึกษาให้เกิดความรู้เริ่มสร้างทักษะในงาน และที่สุดกลายเป็นความชำนาญในงานความรู้ในที่นี้แยกได้เป็น 3 ประเภทกล่าวคือ

  1. ความรู้ด้านธุรกิจ
  2. ความรู้ในการทำธุรกิจ นั่นคือการขาย
  3. ความรู้ในการส่งเสริมการทำงานหมายถึงความรู้ทั่วไป

สรุปได้ว่า เมื่อมีความรักในงานแล้ว การเรียนรู้จะเกิดขึ้น สิ่งที่ไม่รู้ก็จะรู้ที่คิดว่ายากก็จะง่ายในทันที

“นักขายยอดเยี่ยมทุกคน เคยล้มเหลวมาแล้วทั้งนั้น”

เมื่อเกิดความผิดทวัง หรือพลาดในบางครั้ง หากเรารักงานแล้ว เราจะไม่ท้อถอยแต่จะเอาความล้มเหลวในครั้งแรกสร้างพลังใจให้เกิดขึ้น เกิดการทบทวนวิเคราะห์ว่า ที่ล้มเหลว หรือพลาดไปนั้นเพราะอะไร ความสำเร็จก็จะตามมาในที่สุด “จงอย่าทำให้ความล้มเหลวเป็นตัตรูของความสำเร็จ แต่จงทำให้ความล้มเหลวเป็นมิตรกับความสำเร็จของเรา”

ท่านที่รัก ถ้าเราจะก้าวหน้าในงานของเรา จงอย่าลืม

“สร้างความรักในงานที่ทำ” หรือ “จงมีวิญญาณในการทำงาน”

ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เมื่อท่านมีวิญญาณในการทำงาน

ปัญหาต่อไปก็คือ

จะขายให้เก่ง ๆ ต้องทำอย่างไร

จะมีลูกค้ามาก ๆ ต้องทำอย่างไร

จะมีเพื่อนร่วมงานมาร่วมงานมาก ๆ ต้องทำอย่างไร

ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาโลกแตกที่ยังสรุปคำที่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ บางคนนำไปปฏิบัติได้ผลบ้าง บางคนไม่ได้ผลเลยก็มี

เข้าอบรมก็มากครั้ง ฟังบรรยายจากวิทยากรชั้นยอดเยี่ยมก็บ่อย จบทุกหลักสูตร ทั้งของบริษัทและสถาบันอื่น ๆ มีความรู้ดีถามก็ตอบได้เนื้อหาสาระ แต่เวลาตนต้องปฏิบัติบางครั้งก็ปฏิบัติไม่ได้เหมือนกับตำราเขาว่า

เอ! แล้วจะเอาอย่างไรกันดี ไปถามอาจารย์ถามแล้วถามอีก ก็อย่างงั้น ๆ เชื่อเถอะครับว่า ไปถามเทวดาศักดิ์สิทธิ์ ให้เทวดาแนะนำแล้วพวกเทวดาไม่ช่วยปลุกเสกให้ ก็เหมือนมนุษย์บอกนั้นแหละมีค่าเท่ากัน

เราเคยไปหาหมอ หมอจบปริญญาแพทย์ศาสตร์มาจากสถาบันเดียวกันแท้ ๆ ตัวเราก็ตัวเรา หมอแต่ละคนยังบอกว่าเราเป็นโรคไม่เหมือนกัน หมอคนหนึ่งบอกเราว่าเป็นโรคหัวใจ อีกคนหนึ่งว่าเป็นโรคตับ อีกคนว่าเราแพ้อากาศ หมอที่วินิจฉัยโรคเหมือนกันยังสั่งยาไม่เหมือนกัน ยาชนิดเดียวกัน บางหมอก็ให้กินก่อนอาหาร บางหมอก็ให้กินหลังอาหาร ดู ๆ แล้วก็งงดีเหมือนกัน

ทีนี้มาดูเรื่องของเราบ้าง ใครว่าเหมือนกันนั้นผิด คนไม่เหมือนกันหรอกตัวใครตัว (มัน) เขาไม่ใช่ตัวเรา ในตัวเรายังไม่เหมือนกันเลย ดังนั้นจิตใจก็ต้องต่างกันด้วย

เราจะขายให้เก่ง จะใช้วิธีขายวิธีเดียวไม่ได้ แล้วแต่ใจลูกค้าชอบวิธีไหน ชอบให้สรรเสริญเยินยอ หรือชอบให้ขอร้องมากกว่าผลประโยชน์ หรือชอบว่ากันเรื่องผลประโยชน์ ลูกเดียว บางคนชอบพูดนิ่มนวล บางคนชอบคนเสียงดังวาจาฉะฉาน จิปาถะมนุษย์

เราจะมีลูกค้าหรือผู้มุ่งหวังมาก ๆ เราก็ต้องคบกับเขา เขาแต่ละคนก็เหมือนกัน บางคนชอบให้เป็นเพื่อน บางคนชอบให้เป็นบริวาร บางคนชอบให้เป็นลูกหลาน บางคนชอบให้เป็นเจ้านาย เข้าให้ถูกประดูก็แล้วกัน ตำราเล่มเดียวใช้ไม่ได้

สรุปให้เห็นว่า ตำราเรียนที่ดีที่สุดในโลก การศึกษาที่ดีที่สุดในโลก คือ ตำราจากประสบการณ์ของเราเอง

มีคาถาบทหนึ่งใช้ได้แน่ ๆ ในทุกโอกาส จะบอกให้ เอาไปใช้แล้วได้ผลแน่นอน ไม่ได้ผลตอนนี้ ก็ได้ผลในโอกาสต่อไป คาถาสั้น ๆ ง่าย ๆ คือ คาถาลงมือทำ

“ขอให้ทำอย่างเดียวเท่านั้น ทำเถิดรับรองว่าได้ผลแน่ ๆ” ถ้าไม่ทำไม่รู้หรอกว่าเป็นอย่างไร แล้วอย่าหยุดทำนะ เพราะถ้าหยุดทำตำราไม่สมบูรณ์หรอก“ทำ” ไปวิเคราะห์ไป แก้ไขไป ความผิดพลาดจะลดน้อยลง ที่สุดจะเกิดความชำนาญ เหมือนหมอเก่าวินิจฉัยโรคได้เก่งกว่าหมอใหม่ เพราะหมอเก่าท่านทำบ่อย ๆ เท่านั้นเอง ไม่มีเคล็ดลับอะไร

“ทำ” ต้องทำอย่างจริงจัง ทำเยอะ ๆ แยะ ๆ หรือขี้เกียจทำก็ไม่ได้ ต้องทำอย่างจริงจัง ทุ่มทั้งเวลา และจิตใจลงไป ต้องรู้จักฉลาดทำ อย่าทำแบบโง่ ๆ คือ ทำแต่ไม่ได้ใช้สมอง เข้าสุภาษิตที่ว่า “จงใช้สมองอย่างคน อย่าวิ่งชนอย่างควาย”

งานขาย ไม่กลัวคนไม่มีความรู้ เพราะคนไม่มีความรู้เดี๋ยวก็จะมีความรู้เอง แต่งานขายกลัวคนขี้เกียจ เพราะคนขี้เกียจปิดประตู “ทำ” จึงไม่ได้ใช้อะไรเลย

ทำตอนนี้ไม่ได้ผล จงทำต่อ ๆ ไป จะได้ผลเองครับ เพราะใครๆ ก็รู้ว่า

“ทำบ่อย ๆ เท่านั้นที่จะครองโลก”

“ถ้าไม่เรียน      ขอรับรอง     ว่าไม่รู้

ถ้าไม่ดู  ขอรับรอง     ว่าไม่เห็น

ถ้าไม่ทำ         ขอรับรอง     ว่าไม่เป็น

จึงขอเน้น        ที่จง    ลงมือทำ”

- Advertisement -

More articles

- Advertisement -

Latest article