Sponser

ศิลปะแห่งการโน้มน้าวใจ

ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปใน 2,000 ปี“ความคิด” หรือ “ไอเดีย” เปรียบเหมือน “เม็ดเงิน” ของผู้คนศตวรรษที่ 21 นี้ ความสามารถในการโน้มน้าวใจผู้คน อาจเป็นทักษะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเพียงหนึ่งเดียว ที่จะทำให้คุณได้เปรียบในการแข่งขันในยุคแห่งการเรียนรู้นี้ ซึ่งเป็นยุคที่ “ความคิด” มีความสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมาก่อน.ในขณะที่เศรษฐกิจของเราได้พัฒนาจาก “เกษตรกรรม” ไปสู่ “อุตสาหกรรม”

คนที่ประสบความสำเร็จในเกือบทุกอาชีพจึงกลายเป็นคนที่สามารถโน้มน้าวให้ผู้อื่นดำเนินการตามแนวคิดของตนได้ อันนี้เรามาลองนึกถึงบทบาทของการโน้มน้าวใจในชีวิตประจำวันของเรากันดู:.

-ผู้ประกอบการชักชวนให้นักลงทุนช่วยสนับสนุนสตาร์ทอัพ

-ผู้สมัครงานพูดให้นายจ้างให้จ้างพวกเขานักการเมืองชักชวนให้ประชาชนลงคะแนนให้พวกเขา

-ผู้จัดการชักชวนให้พนักงานดำเนินการตามแผนงาน

-ซีอีโอชักชวนให้นักวิเคราะห์เขียนรายงานที่น่าพอใจเกี่ยวกับ บริษัท ของตน

พนักงานขายชักชวนให้ลูกค้าเลือกผลิตภัณฑ์ของตนมากกว่าข้อเสนอของคู่แข่ง.“ความคิด” หรือ “ไอเดีย” ในสร้างโลกสมัยใหม่นั้น มีศักยภาพที่จะทำให้คุณเป็นซุปเปอร์สตาร์ ในสาขางานของคุณ เพราะคุณสามารถชักชวนคนอื่นให้ทำตามความคิดของคุณได้ การทำตามกลวิธีของคนหนึ่งสามารถช่วยได้กว่า 2,000 ปีที่แล้ว อริสโตเติล นักปรัชญากรีกโบราณ ได้อธิบายถึงวิธีการที่จะช่วยให้คุณเชี่ยวชาญศิลปะแห่งการโน้มน้าวใจนักพูดและคนสำคัญระดับโลกหลายคนใช้มันมาตลอดหลายยุคหลายสมัยเวลาขึ้นไปพูดสุนทรพจน์ .ในการเป็นผู้เชี่ยวชาญในการพูดโน้มน้าว และขายความคิดของตัวเองได้สำเร็จ ให้เราลองใช้วิธีวาทศิลป์ทั้ง 5 นี้ ที่อริสโตเติลแนะนำให้ใช้ในการพูดครั้งต่อไปของคุณ:

1) สร้าง Ethos หรือ “ตัวละคร”อริสโตเติล กล่าวไว้ว่า #หากการกระทำของผู้พูดไม่ได้ตรงกลับคำพูดที่เคยได้สัญญาไว้พวกเขาจะสูญเสียความน่าเชื่อถือและท้ายที่สุดก็ยิ่งทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ แต่เราสามารถบรรยายบทบาทของเราให้ผู้คนเข้าถึงตัวเราได้ง่าย.ตัวอย่างเช่น ไบรอัน สตีเวนสัน ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ได้พูดใน TED Talk ว่า “ตัวเขานั้นได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในคุกในเรือนจำ หรือ ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในชุมชนที่มีรายได้น้อยหรือแร้นแค้น รวมถึงสถานที่ที่มีแต่ความสิ้นหวังมากมาย” คุณจะสังเกตเห็นว่าสตีเวนสันไม่ได้ระบุปริญญา ที่บ่งบอกถึงความสำเร็จหรือรางวัลต่าง ๆ ที่เขาได้รับ แต่เขาสร้างตัวละครของเขาสำหรับผู้ชมที่ไม่รู้จักเขา ผ่านการเล่าเรื่องและการกระทำของเขา เพื่อกำลังสร้างความรู้สึกไว้วางใจระหว่างตัวของเขาและผู้ฟัง.

2) สร้าง “Logo” หรือ “เหตุผล” ให้ผู้คนรับฟังเมื่อคุณได้สร้างความไว้ใจให้ผู้ฟังได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณจะต้องหาเหตุผลมาช่วยสนับสนุนความคิดของคุณ เหตุใดผู้คนที่ไม่รู้จักเรามาก่อนนั้น ควรมาฟังหรือสนใจความคิดของคุณ ตัวอย่าง เช่น สิ่งฟังนั้นมันจะช่วยประหยัดเงินผู้ชมของคุณ ถ้าพวกเขาต้องการทราบว่าจะช่วยประหยัดเงินได้มากเพียงใดและจะประหยัดได้อย่างไรบ้าง เหตุผลเดียวกันกับการทำเงิน แนวคิดของคุณจะช่วยให้ผู้ฟังสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างไรบ้าง หรือ พวกเขาต้องทำอะไรต่อไปในการสร้างผลกำไรให้งอกเงย สิ่งเหล่านี้เป็นสิเหตุผล ที่จะช่วยให้คุณได้ถูกรับฟัง .

3) คนซื้อของเรา เพราะใช้ “Pathos” หรือ “อารมณ์”ตามที่อริสโตเติลกล่าวไว้นั้น การโน้มน้าวใจไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยในกรณีที่ไม่มีอารมณ์มาเกี่ยวข้อง ผู้คนนั้นถูกกระตุ้นให้ดำเนินการตามวิธีที่ ผู้พูดทำให้พวกเขารู้สึก อริสโตเติลเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุดในการถ่ายทอดอารมณ์จากบุคคลหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งคือ “การเล่าเรื่อง” กว่า 2,000 ปีต่อมานักประสาทวิทยามาค้นพบว่าผลวิจัยนั้นถูกต้อง จากการศึกษาพบว่าเรื่องเล่าทำให้เกิดการเร่งของสารเคมีในสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งออกซิโทซินซึ่งเป็น “โมเลกุลทางศีลธรรม” ที่เชื่อมโยงผู้คนในระดับที่ลึกซึ้งมากกว่าเดิม

จากการวิเคราะห์พบว่าการเล่าเรื่องราวเกิดขึ้น 65% ของการพูดคุยทั้งหมด โดย 25% ไปที่ Logo และ 10% ไปที่ ethos ขอแนะนำว่า เรื่องราวที่สามารถสร้างการเชื่อมต่อที่ดีที่สุดระหว่างคุณกับผู้ฟัง คือเรื่องราวเกี่ยวกับตัวคุณเองหรือเกี่ยวกับคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของความล้มเหลว ความอึดอัด ความโชคร้ายอันตรายต่าง ๆ เพื่อช่วยเร่งการมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้ง โดยพยายามหาเนื้อหาที่คนส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องมากที่สุด

4) อุปมาอริสโตเติลเชื่อว่า การพูดโดยใช้โวหารเปรียบเปรยร่วมด้วยนั้นทำให้ภาษามีความงดงามทางวาจามากขึ้น เมื่อคุณใช้คำอุปมาเพื่อเปรียบเทียบความคิดใหม่กับสิ่งที่ผู้ชมคุ้นเคย มันจะทำให้ความคิดของคุณชัดเจนขึ้น โดยมันเป็นการเปลี่ยนนามธรรมให้เป็นรูปธรรมได้อย่างดี แต่ที่สำคัญกว่านั่นคือการจำอุปมาได้และใช้คำเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเล่าเรื่องของคุณ

5) ความกระชับของข้อความอริสโตเติลค้นพบว่า เมื่อพูดถึงการโน้มน้าวใจพูดน้อยส่งผลมากกว่าเสมอ ความกระชับเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพูดโน้มน้าวใจ การโต้แย้งควรแสดงออก อย่างกะทัดรัดและเป็นคำน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

Sponser