Cliff Young เป็นผู้ทำให้โลกตะลึง ชายวัย 61 ปี ผู้ซึ่งได้รับรางวัลการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่ไกลที่สุดของประเทศ Australia และเป็นการจัดการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Australia โดยเป็นการวิ่งระยะไกลเส้นทางจากเมืองซิดนีย์ไปยังเมืองเมลเบิร์นระยะทางประมาณ 875 กิโลเมตร ถ้าเทียบกับประเทศไทยก็ประมาณกรุงเทพ ฯ ไปเชียงราย เขาไม่เคยปรากฏชื่อเป็นนักกีฬาใด ๆ มาก่อน แต่ในการแข่งขัน Ultra-Marathon ในครั้งนั้น เขาเป็นผู้ชนะเลิศการแข่งขัน และสามารถทำลายสถิติชนะผู้ชนะเลิศในครั้งที่สถิติดีที่สุด โดยเข้าเส้นชัยเร็วกว่าอดีตแชมป์ถึงสองวันเต็ม
ที่แปลกกว่านั้นคือ เขาเข้าแข่งขันในชุดเสื้อผ้าไม่เหมือนผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด โดยแทบทุกคนจะแต่งกายในชุดนักกีฬาวิ่ง กางเกงขาสั้นหรือการเกงวอร์มขายาว เสื้อยืดหรือเสื้อกล้าม รองเท้าผ้าใบ แต่ Cliff สวมชุดชาวนาและรองเท้าบู๊ต แม้ว่าภายหลังเขาจะใช้รองเท้าสิบคู่ในระหว่างงานก็ตาม ชุดชาวนาซึ่งเป็นชุดที่เขาใส่ทำงานทุกวัน Cliff มีอาชีพเลี้ยงแกะ เช้าก็พาแกะออกจากคอก เดินและวิ่งตามทุ่งหญ้าและเย็นก็ต้อนฝูงแกะกลับเข้าคอก ทำงานเช่นนี้ทุก ๆ วัน
ทั้งผู้จัดการแข่งขันและนักข่าวต่างแปลกใจและตั้งคำถามเขามากมายหลังจบการแข่งขัน อาทิเช่น คิดอย่างไรจึงมาสมัครเข้าแข่งขันวิ่ง Ultra-Marathon …เมื่อเข้าแข่งขันแล้ว อย่าว่าจะชนะเลย มั่นใจไหมว่าจะวิ่งไหว ไม่เลิกล้มการวิ่งระหว่างทาง….มีเคล็ดลับอะไรไหมที่ทำให้ชนะเลิศ และทำลายสถิติแชมป์เก่าได้อย่างถล่มทะลาย….เงินรางวัลจะเอาไปทำอะไร ฯลฯ
เขาตอบนักช่าวว่า เพียงแต่เขาอยากร่วมสนุก เห็นคนจำนวนมากสมัครวิ่งกัน เขาก็อยากจะสมัครบ้าง โดยไม่คิดถึงผลว่าจะเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่เท่าไร แต่เขามั่นใจว่า เขาวิ่งไหว สามารถถึงเส้นชัยได้โดยไม่หลบเข้าข้างทาง เหตุผลที่คิดเช่นนั้นเพราะเขาทำงานต้อนแกะต้อนแพะทุกวัน และทั้งวันตั้งแต่เช้าจนค่ำ ไม่ได้หยุด ไม่มีวันหยุด ซึ่งถ้ารวมกันแล้วก็จะมากกว่า 785 กิโลเมตรที่แข่งขันครั้งนี้
ระหว่างการแข่งขัน เขาไม่มีเคล็ดลับอะไรเลย ไม่ได้โด๊ปยา ไม่ได้ทำอะไรพิเศษ ก็วิ่งเหยาะ ๆ ตามปกติ เขานึกว่าเขาอยู่อันดับสุดท้ายเสียด้วยซ้ำ เพราะเวลาวิ่งเป็นต้นเวลามืดค่ำหรือกลางคืน เขามองไม่เห็นใครเลย เงียบตลอดทางทำให้คิดไปว่าเพื่อน ๆนักกีฬาคงวิ่งแซงเขาไปหมด ทำให้เขาวิ่งไม่พักหรือหยุดในเวลากลางคืน (ซึ่งนักวิ่งที่เข้าแข่งขันจำนวนมากจะพักผ่อนหรือหยุดเป็นบางเวลา) เขาคิดว่าเขาอยู่หลังสุด เพื่อน ๆ แซงเขาไปไกลแล้ว เขาเลยไม่กล้าที่จะพัก (นี่เป็นเหตุให้เขาชนะแชมป์เก่าโดยเร็วกว่า 2 วัน)
เหตุที่เขาแต่งชุดทำงานเข้าแข่งขัน เพราะเขาแต่งตัวทำงานอย่างนี้ทุกวัน เป็นชุดที่เขาถนัด เมื่อคณะกรรมการจัดงานไม่ได้กำหนดว่าผู้เข้าแข่งขันต้องใส่ชุดอะไร เขาเลยตัดสินใจว่า คุ้นเคยกับการแต่งกายอย่างไรก็ใส่อย่างนั้น จะได้สะดวกสบาย ซึ่งเขาก็แต่งชุดคนเลี้ยงแกะเลี้ยงแพะนี้มาตลอดปี เป็นชุดที่เขาสะดวกสบายที่สุดในการวิ่งของเขา
เขาได้แบ่งปันรางวัลให้กับผู้ร่วมการแข่งขันทุกคน คนละเท่า ๆ กัน มีคำถามว่า คิดอย่างไร Cliff ตอบว่า ถ้าไม่มีเพื่อนก็ไม่มีการแข่งขัน ก็ไม่สนุก นักกีฬาหรือผู้เข้าแข่งขันทุกคนมีส่วนร่วมทำให้เป็นกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่ จึงเรียกกิจกรรมครั้งนี้เป็น Ultra-Marathon ถ้ามีคนร่วมกิจกรรมน้อยก็ไม่ใช่ Ultra-Marathon เขาจึงขอขอบคุณทุก ๆ คนที่มีส่วนร่วมทำให้กิจกรรมนี้คึกคัก สนุกสนาน
จากเรื่องของผู้ที่ทำให้โลกต้องตะลึง Cliff Young ผู้นี้ คงได้ข้อคิดสำหรับเราทุกคน สรุปเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้
1. บางครั้งในการดำเนินชีวิต หรือการทำงาน ก็ไม่ต้องกำหนดกติกาอะไรให้กับตนเองมากนัก
คิดแบบง่าย ๆ เรียบ ๆ ไม่ต้องมีข้อแม้อะไรมากมายให้ลำบากใจ เหมือน Cliff Young ที่ไม่ได้ตั้งกติกาอะไรมากมาย ดูกติกาของส่วนรวม แล้วก็ไม่ทำผิดกติกา เขาจึงแต่งกายแบบที่เขาสะดวก เพราะกติกากำหนด เขาเข้าสมัครแข่งขัน เพื่อส่วนรวมไม่ได้คิดหวังผลใด ๆ
2. ไม่ได้ทำเพราะอยากได้ หรือต้องการได้
บางครั้งในการทำงานเราคาดหวัง พอคาดหวังแล้วไม่ได้เราก็จะเสียใจ หรือผิดหวัง แต่ถ้าเราคิดหรือเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่าทำได้ในสิ่งที่เราจะทำ Begin with the end in mind เหมือน Cliff ที่เขาไม่ได้หวังรางวัลชนะเลิศหรือรองชนะเลิศอย่างใดเลย เพียงแต่เขาเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่าเขาทำได้ เขาวิ่งไหว เพราะเวลาทำงานเขาก็วิ่ง วิ่งทุกวันอยู่แล้ว เขาก็ลงมือทำอย่างสบายใจ ความคาดหวังอะไรที่มากเกินไป บางครั้งก็ทำให้ผิดหวังได้ เช่นกัน
3. Cliff จะมุ่งที่ให้ความร่วมมือกับกิจกรรมของส่วนรวม โดยไม่คำนึงผลตอบแทน
บางครั้งเราจะทำอะไร เรามักจะนึกหรือถามก่อนว่า แล้วเราจะได้อะไรตอบแทน บางครั้งในบางท่าน พอได้รับคำถามว่าช่วยได้ไหม อาจจะบอกว่า ไม่ใช่หน้าที่ ไม่ใช่ธุระ บทเรียนของ Cliff สอนว่า เมื่อเป็นกิจกรรมของหมู่คณะ แม้มีส่วนหรือบทบาทเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำได้หรือให้ความร่วมมือได้ก็ควรทำควรให้
4 ไม่อยู่ในความประมาท และไม่มองตนเองยิ่งใหญ่
แต่ในการทำงาน ทำตนเป็นคนธรรมดา เป็นตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ทั้งก่อนการแข่งขัน ขณะแข่งขัน และเมื่อผลการแข่งขันออกมา Cliff สม่ำเสมอแบบเสมอต้นเสมอปลาย แม้ว่าคนจะให้เกียรติอย่างไร เขาก็ยังเป็นคนเลี้ยงแกะ และแต่งตัวในชุดคนเลี้ยงแกะปกติเหมือนที่เขาเคยเป็น บางครั้งทำตัวไม่รู้เรื่องเสียบ้างหรือที่เรียกว่าโง่เป็นบ้างก็จะดี แต่ในบางครั้งก็คงต้องแสดงความรู้ความสามารถออกมาซึ่งต้องดูจังหวะเวลาที่เหมาะสม
5 การรู้จักแบ่งปัน
จะอยู่ตรงกันข้ามกับความคาดหวังความอยากได้ ซึ่งเป็นการมุ่งประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง เพียงแต่ขอให้ตนเองได้ คนอื่นช่างมัน ไม่คำนึงส่วนรวม Cliff เมื่อได้รับรางวัลแล้ว แบ่งเพื่อน ๆทุกคน เพราะ Clifford บอกว่า ไม่มีเพื่อนก็ไม่มีการแข่งขัน ไม่รู้ชนะหรือแพ้ เพื่อนมีส่วนร่วมในความสำเร็จ ความสามัคคีในการทำงาน ทำงานร่วมกัน แข่งขันแบบมิตรภาพ เมื่อสำเร็จแล้วก็แบ่งปันความสำเร็จซึ่งกันและกันเป็นสำคัญ Think Win – Win ทุกคนชนะหมด ไม่มีใครแพ้ ทุกคนประสบความสำเร็จไม่มีใครล้มเหลว
สังคมของเรา ปัจจุบันพร้อมกับการเจริญเติบโต ทางด้านวัตถุ เทคโนโลยี การสื่อสารที่ฉับไว โลกก้าวสู่ความเจริญอย่างไม่หยุดยั้งและว่องไว จนเราเผลอไม่ได้ แต่ในความเจริญว่องไวในทุก ๆ ด้าน ความเสื่อมก็ตามมาติด ๆ ความเสื่อมทางด้านศีลธรรม ความสำนึกในบาปบุญคุณโทษลดถอยลง ต่างคนต่างฉวยโอกาส ต่างเห็นแก่ตัวมากขึ้น และจ้องทำลายกันและกัน การสื่อสารที่ฉับไวก็เกิดการทำลายร้างให้ร้ายป้ายสีกันและกัน สร้างข่าวเท็จทำลายกัน จนต้องตรึกตรองข่าวสารที่เสพว่า เรื่องจริงเรื่องปลอม เมื่อความเจริญเข้ามา ความเลวร้ายก็ตามมาติด ๆ
หาคนที่มีความคิดแบบ Cliff Young ได้ยากเต็มที และก็เชื่อว่า ต้องมีคน Cliff Young วิจารณ์ Cliff Young เป็นคนสร้างภาพ คนอยากดัง คนมักคิดว่า ใคร ๆ จะทำอะไรก็หวังผลตอบแทนกันทั้งนั้น ไม่มีใครเสียสละ ไม่มีใครที่ไม่ต้องการประโยชน์ส่วนตัว ถ้าทำเพื่อส่วนรวมจะถูกมองว่าไม่บ้าก็บวม
เขาจึงตั้งชื่อเหตุการณ์ของ Cliff Young ว่า Cliff ผู้ทำให้โลกต้องตะลึง การเสียสละเพื่อส่วนรวม แม้มองว่า ประโยชน์ส่วนตนจะไม่ได้ หรือได้น้อยนิด แต่คุณค่าทางจิตวิญญาณนั้นมีค่ามหาศาล เป็นความสุขที่ไม่อาจจะหาได้ ความสุขที่บริสุทธิ์
ถ้าเราเชื่อในพุทธศาสนา เวรกรรมมีจริง ใครทำกรรมดีได้ผลดีในภพหน้า ถ้าเราเชื่อ ก็อย่าละทิ้งการทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์ขององค์กร ประโยชน์ของประเทศชาติเถิดครับ
ท่านผู้อ่านคงได้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ ในการไปใช้ในการทำงานหรือในชีวิต พอสมควรนะครับ



