เพื่อนครับ… ถ้าวันหนึ่งวัตถุดิบหลักของธุรกิจคุณขาดแคลนและราคาแพงขึ้นมาก คุณจะทำอย่างไร? เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับ Pietro Ferrero ช่างทำขนมชาวอิตาลี และสิ่งที่เขาทำในวันนั้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ที่หลายสิบปีต่อมาเรารู้จักในชื่อ Nutella
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โกโก้ในยุโรปหายากและมีราคาแพง แต่ที่เมือง Alba ในแคว้น Piedmont มีวัตถุดิบท้องถิ่นชนิดหนึ่งอยู่มาก นั่นคือ เฮเซลนัท Pietro จึงทดลองนำเฮเซลนัทมาใช้เป็นส่วนประกอบหลัก ผสมกับน้ำตาลและโกโก้ที่มีอยู่อย่างจำกัด
ปี 1946 ผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Giandujot ถือกำเนิดขึ้น มันยังไม่ใช่ Nutella แบบที่เราเห็นในกระปุกทุกวันนี้ แต่เป็นเนื้อเฮเซลนัทและโกโก้ที่ทำเป็นก้อน สามารถฝานเป็นแผ่นแล้ววางบนขนมปังได้ ที่น่าสนใจคือ Ferrero ระบุว่า Giandujot หนึ่งกิโลกรัมในเวลานั้นขายประมาณ 600 ลีรา ขณะที่ช็อกโกแลตหนึ่งกิโลกรัมอยู่ที่ประมาณ 3,000 ลีรา ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่าช็อกโกแลตมาก
จากนั้นผลิตภัณฑ์ยังพัฒนาต่อ ปี 1951 Giandujot ถูกปรับให้มีเนื้อครีมและทาขนมปังง่ายขึ้นในชื่อ SuperCrema ก่อนที่ Michele Ferrero ลูกชายของ Pietro จะพัฒนาสูตรต่อ และในปี 1964 ผลิตภัณฑ์ในชื่อ Nutella ก็ถือกำเนิดขึ้น
เรื่องนี้มีบทเรียนธุรกิจที่น่าสนใจมาก สิ่งที่เริ่มต้นจากคำถามว่า “เมื่อโกโก้หายาก เราจะทำสินค้าอย่างไรต่อ?” ไม่ได้จบลงแค่การหาวัตถุดิบมาทดแทน แต่ทำให้ Ferrero สร้างผลิตภัณฑ์อีกแบบขึ้นมา
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า ข้อจำกัดสามารถบังคับให้ธุรกิจคิดต่าง เมื่อวัตถุดิบ เงินทุน หรือทรัพยากรไม่เพียงพอ คำถามอาจไม่ใช่แค่ว่า “เราจะหาของเดิมจากที่ไหน?” แต่อาจเป็น “ของที่เรามีอยู่ สามารถสร้างสินค้าแบบใหม่ได้หรือไม่?” เพราะบางครั้ง นวัตกรรมไม่ได้เริ่มต้นจากการมีทรัพยากรมากที่สุด แต่อาจเริ่มจากวันที่เรา ไม่มีของบางอย่างมากพอ จนต้องคิดวิธีใหม่ขึ้นมา
ถ้าวันนี้วัตถุดิบสำคัญที่สุดในธุรกิจคุณหายไป คุณจะหาของเดิมมาทดแทน…หรือสร้างสินค้าใหม่จากสิ่งที่ยังมีอยู่?
แหล่งข้อมูล: Ferrero Group — ประวัติ Nutella / Nutella — Our Heritage / Ferrero — A Story of a Family / Ferrero Italy — 75 anni di successi



