เพราะว่าการเมืองนั้นเป็นการกำหนดตัวแทนของประชาชนเพื่อใช้งบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการพัฒนาทางเศรษฐกิจเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนทุกคนในประเทศไทย แต่การจะทำให้การใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดนั้น ก็ย่อมขึ้นอยู่กับความใส่ใจของประชาชนด้วย ถ้าหากเราไม่ได้ใส่ใจ มัวแต่คิดว่าไม่ได้เป็นหน้าที่ของเราในการสอดส่องดูแลแล้ว ก็จะทำให้เกิดช่องว่างในการคอรัปชั่นทำให้ผลประโยชน์ที่ควรจะได้รับตกอยู่ในมือของคนไม่กี่กลุ่มก็เป็นไปได้

ประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศนั้น มีระดับการคอรัปชั่นที่ต่ำกว่าประเทศกำลังพัฒนา เนื่องจากมีระบบที่คอยตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งในเรื่องของการคอรัปชั่นนั้น เป็นการคอรัปชั่นที่ค่อนข้างมีราคาแพงมาก ดังนั้นการคอรัปชั่นในประเทศที่พัฒนาแล้วจะเป็นรูปแบบของการคอรัปชั่นเชิงนโยบายที่มีความเกี่ยวพันกับงบประมาณมหาศาล โดยอ้างถึงความมั่นคงของประเทศ ไม่ว่าจะในรูปแบบของการทหารหรือในรูปแบบของเศรษฐกิจนั่นเอง แต่สำหรับประเทศกำลังพัฒนานั้น เราอาจจะพบกับการคอรัปชั่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้มากกว่ามากเพราะว่ารายได้ต่อหัวของประชากรของประเทศกำลังพัฒนานั้นค่อนข้างต่ำ หรือพูดง่าย ๆ ว่ารายได้ไม่พอใช้นั้นเอง

ดังนั้นการใช้เงินเพื่ออำนวยความสะดวกเล็ก ๆ น้อย ๆ บางอย่าง แม้ว่าจะเป็นหน้าที่ก็ตาม ก็อาจจะทำให้เป็นสิ่งที่ยอมรับกันได้ในสังคม เหมือนกับการที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน คนให้สินบนก็ได้ประโยชน์ในเรื่องของผลประโยชน์ หรือความรวดเร็วจากการบริการที่ได้รับจากภาครัฐ ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐที่รับสินบนก็ได้ประโยชน์ในเรื่องของรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง โดยการจ่ายเงินสินบนนั้น มีทุกระดับตั้งแต่เล็ก ๆ กันเองจนไปถึงระดับการจ่ายให้กับผู้มีอำนาจในการตัดสินใจต่าง ๆ เพราะว่าทุกคนมองว่ามันเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลก ถึงไม่เห็นด้วยก็ไม่สามารถทำอะไรกับระบบนี้ได้ แต่กระนั้ นสิ่งที่จะทำให้การคอรัปชั่นน้อยลงก็คือการทำให้คอรัปชั่นมีราคาที่แพงมากขึ้น หรือมีความเสี่ยงที่จะได้รับการลงโทษมากขึ้นจนไม่คุ้ม แต่เราจะพูดถึงในเรื่องของการทำให้คอรัปชั่นมีราคาแพงจนไม่คุ้ม กล่าวคือถ้าหากประเทศไทยมีรายได้ต่อหัวมากขึ้น ก็จะทำให้คนที่มีอำนาจหรือเจ้าหน้าที่รัฐนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรับสินบนโดยเฉพาะกับการเอาหน้าที่การงานหรือครอบครัวมาเสี่ยงกับการทุจริตเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้นเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มเลย

ประเทศที่พัฒนาแล้วมีการลงโทษในเรื่องของการทุจริตที่ค่อนข้างรุนแรง ไม่มีคำว่าหยวน แต่ก็มีรายได้ที่สูงมากเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่ค่อยเห็นการทุจริตในระดับเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่จะกลายเป็นการทุจริตในระดับสูงแบบเนียน ๆ โดยเฉพาะการเป็นสปอนเซอร์ให้กับนักการเมือง เพื่อกำหนดนโยบายต่าง ๆ ตามที่กลุ่มต้องการหรือเรียกว่าการล็อบบี้นั้นเอง

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ยังเป็นช่องว่างที่ต้องจัดการไม่ให้เกิดขึ้น โดยต้องมีกระบวนการทางการเมืองตรวจสอบอยู่เสมอว่าการออกนโยบายต่าง ๆ นั้นเหมาะสมกับสภาพของสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมในเวทีนานาชาติของประเทศนั้น ๆ หรือไม่ แต่บางครั้งนโยบาย

ต่าง ๆ ก็อาจจะไม่เห็นผลเป็นเม็ดเงินได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ดูจับต้องไม่ได้ บางครั้งการใช้ภาษีประชาชนไปกับเรื่องบางอย่างก็อาจจะทำให้มีประโยชน์บางอย่างที่เป็นผลทางอ้อมเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เห็นได้ว่าบางครั้งหลาย ๆ ประเทศนั้นมีนโยบายสนับสนุนในเรื่องของความรู้วิชาการต่าง ๆ ให้กับประเทศที่ด้อยพัฒนากว่า
ซึ่งเมื่อคนจากประเทศกำลังพัฒนาได้เรียนรู้วิทยาการต่าง ๆ จากประเทศพัฒนาแล้วก็เกิดทำให้กลายเป็นว่ามีความชื่นชมกับประเทศนั้น และส่งอิทธิพลต่อแนวคิดของคนในสังคมต่อไป เพราะว่าคนที่มีความรู้ก็ย่อมจะเป็นผู้นำให้กับผู้อื่น ซึ่งผู้นำเวลาแสดงความคิดเห็นบางอย่างออกไปอาจจะเป็นผลดีต่อประเทศที่ให้ผลประโยชน์บางอย่างก่อนหน้านี้ก็เป็นไปได้ ซึ่งก็ทำให้ผู้ตามในประเทศกำลังพัฒนามีความชื่นชมประเทศที่ให้ผลประโยชน์นั้นตามไปด้วยเช่นเดียวกัน นี่เป็นตัวอย่างของการใช้ภาษีประชาชนแบบที่คุ้มค่าหลายต่อเพราะได้ทั้งคนที่เผยแพร่วิทยาการต่อไปรวมไปถึงฐานการตลาดที่สามารถขายสินค้าไปยังประเทศเหล่านั้นก็เป็นไปได้ซึ่งเราเห็นได้ตลอดเวลาในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

คำถามสำคัญก็คือ ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงมีศักยภาพสูง แต่ทำไมยังเป็นประเทศกำลังพัฒนาอยู่ ซึ่งนับวันเราก็ดูเหมือนจะถดถอยลงทุกวัน จากเมื่อก่อนเราแข่งขันกับประเทศเอเชียในระดับต้น ๆ ได้ แต่ในปัจจุบันนั้นเราแทบจะกังวลกับการพัฒนาอย่างรวดเร็วของประเทศที่ผ่านสงครามมาด้วยซ้ำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่าเราอาจจะมีปัญหาที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วนจากการใช้ภาษีเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนคนไทยทุกคนให้ได้มากที่สุด ซึ่งการที่จะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนทุกคนได้แบบเห็นชัดก็คือ การทำให้ทุกคนอยู่ดีกินดีด้วยการสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง จึงอาจพูดได้ว่าตัวแทนของประชาชนที่เป็นนักการเมืองคนไหนมีนโยบายที่สามารถทำให้คนมีสตางค์มากขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น แบบเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่ใช้ภาษีไปกับเรื่องที่ไม่จำเป็นมากนัก ก็ย่อมทำให้ประชาชนรู้สึกว่าตนเองได้รับสิ่งที่ตนเองสมควรได้รับ และเมื่อประชาชนรู้สึกแบบนี้แล้ว ก็จะทำให้มีความหวังในการใช้ชีวิตมากขึ้น และก็จะยอมจ่ายภาษีกับสู่ประเทศมากขึ้น เพื่อนำไปพัฒนาประเทศต่อไปได้อีกในอนาคต

ดังนั้นสิ่งสำคัญที่นักการเมืองหรือผู้แทนประชาชนที่จะเข้ามา
บริหารจัดการประเทศนั้นควรคำนึงเป็นเรื่องหลักก็คือเรื่องของปากท้องนั่นเอง ซึ่งการจะแก้ไขปัญหาปากท้องได้นั้น ก็ย่อมต้องจัดการกับปัญหาของการคอรัปชั่นควบคู่กันไปด้วย เพราะตราบใดที่ยังมีการคอรัปชั่นอยู่นั้น ประชาชนก็ไม่มีวันที่จะลืมตาอ้าปากหรือมีความหวังในการใช้ชีวิตในประเทศต่อไปได้

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนคนไทยทุกคนจะมีความสนใจทางด้านการเมืองและสิทธิ์ที่รวมถึงการใช้ภาษีอากรของเราทุกคนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะถ้าหากเราทุกคนไม่ใส่ใจในเรื่องของการเมืองแล้ว ประเทศไทยก็จะยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่รอวันให้ประเทศอื่นแซงไปเรื่อย ๆ นั่นเอง

Previous articleถ้าคุณไม่ทำ แล้วใครจะทำ
Next articleกรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต เติมพลังนักขายมืออาชีพ AXA PRIME จากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดงานสัมมนา AXA PRIME South East Asia อย่างยิ่งใหญ่

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.