บริการทางความสวยความงามที่เป็นที่นิยมมากในปัจจุบันก็คือการฉีดโบท็อกซ์นั่นเอง โดยที่การฉีดโบท็อกซ์นั้นช่วยปรับรูปหน้า และช่วยลดปัญหาริ้วรอยให้กับผู้ที่รับการฉีดโบท็อกซ์ได้ โบท็อกซ์ลดกรามจึงเป็นบริการทางความงามที่สาว ๆ และหนุ่ม ๆ ที่อยากมีหน้าวีเชฟ เรียวเล็ก บอกลากรามใหญ่ ๆ ที่ทำให้หมดความมั่นใจได้
การฉีดโบท็อกซ์คืออะไร ?
การฉีดโบท็อกซ์ คือ การใช้สารโบทูลินั่มท็อกซินเอ (Botulinum toxin A) ฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อบริเวณที่ต้องการ เพื่อยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อนั้นๆ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ส่งผลให้ริ้วรอยลดลง กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเล็กลง และรูปหน้าเรียวขึ้น
ผลของการทำหัตถการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามจะเริ่มเห็นผลภายใน 2-4 สัปดาห์ และจะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่นยี่ห้อของโบท็อกซ์ ความบริสุทธิ์และประสิทธิภาพของโบท็อกซ์ยี่ห้อที่บริสุทธิ์และมีประสิทธิภาพสูงจะอยู่ได้นานกว่า จำนวนยูนิตที่ฉีด ตำแหน่งที่ฉีด การใช้ชีวิตประจำวัน และการดูแลตัวเองหลังฉีด หลังจากโบท็อกซ์สลายไปหมด ควรทำการฉีดซ้ำเพื่อผลลัพธ์ที่คงทน
การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามคืออะไร ?
การโบท็อกซ์ลดกรามเหมาะกับผู้ที่มีลักษณะกรามใหญ่ กล้ามเนื้อกรามแข็งแรง มักเกิดจากการเคี้ยวอาหารแข็งๆ เช่น กระดูก ถั่ว หรือเคี้ยวฟันกรามค้างเป็นประจำ การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามจะช่วยให้กล้ามเนื้อกรามเล็กลง หน้าเรียวขึ้น และเห็นผลได้ชัดเจนภายใน 2-4 สัปดาห์
ควรเลือกฉีดโบท็อกซ์กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและตรงตามความต้องการ
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดโบท็อกซ์ลดกราม
- ปวดหรือบวมบริเวณที่ฉีด
- ยิ้มไม่สุด
- ปากเบี้ยว
- ตาตก
- น้ำลายไหล
- กลืนลำบาก
แนวทางการดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์ลดกราม
การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามโดยทั่วไปแล้ว ไม่ได้ทำให้ใช้ชีวิตยากขึ้นแต่อย่างใด เพียงแค่ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดในช่วงหลังฉีดเท่านั้น
- หลีกเลี่ยงการก้มหน้าหรือนอนราบเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้โบท็อกซ์ไหลกระจายไปบริเวณอื่น
- งดการทำกิจกรรมที่ต้องใช้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด เช่น เคี้ยวอาหารแข็งๆ หัวเราะ ยิ้มกว้างๆ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณที่ฉีด
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย
ทำอย่างไรหากเกิดอาการปวด และบวมหลังฉีดโบท็อกซ์ลดกราม ?
หากมีอาการข้างเคียง เช่น ปวดหรือบวมบริเวณที่ฉีด ก็สามารถรับประทานยาแก้ปวดหรือยาแก้อักเสบได้ตามคำแนะนำของแพทย์



