back to top
More

    โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

    Must read

    - Sponser -

    Heart Attack Risk - Advanced Business Magazineกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เป็นความผิดปกติที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลายจากการที่ขาดเลือดและออกซิเจน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากหลอดเลือดที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการอุดตันกะทันหันจากคราบไขมันและก้อนลิ่มเลือด หลอดเลือดที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ประกอบด้วยหลอดเลือดแดงหลัก    2 เส้น เรียกว่า หลอดเลือดแดงโคโรนารีย์ ด้านขวา 1 เส้น และด้านซ้าย 1 เส้น ซึ่งด้านซ้ายจะแตกแขนงออกเป็น 2 เส้นใหญ่ อาการส่วนใหญ่ จะเจ็บหน้าอกเป็นหลัก ซึ่งอัตราการเสียชีวิตของโรคนี้ค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามการวินิจฉัยโรคให้ได้อย่างรวดเร็ว และรีบให้การรักษาอย่างเร่งด่วนที่สุดจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตลงได้อย่างมาก

    สำหรับอาการของผู้ป่วยส่วนมาก จะมาพบแพทย์ด้วยอาการแน่นหน้าอกอย่างรุนแรงตรงกลางหน้าอก เหมือนถูกกดหรือถูกบีบ มีเหงื่อออก ใจสั่น ปวดร้าวไปถึงกราม สะบักหลัง แขนซ้าย จุกคอหอย บางคนอาจมีความรู้สึกเหมือนถูกเชือดรัด หรือมัดรอบหน้าอก จุกใต้ลิ้นปี่คล้ายโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน นอกจากนี้อาจมีอาการตัวเย็น วิงเวียน คลื่นไส้ ใจสั่น หายใจผิดปกติ และอ่อนแรง ร่วมด้วย อย่างไรก็ตามหากคนไข้มีอาการดังกล่าว แนะนำให้รีบไปพบแพทย์อย่างเร็วที่สุด

    โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เกิดจากการตีบหรืออุดตันเฉียบพลันของหลอดเลือดแดงหัวใจหลักการรักษาที่สำคัญที่สุด คือ ต้องให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่รวดเร็วอย่างทันท่วงที ก่อนที่กล้ามเนื้อหัวใจส่วนที่ขาดเลือดไปเลี้ยงจะตายลงในที่สุด ซึ่งจะต้องอาศัยการวินิจฉัยอย่างรวดเร็วและถูกต้อง มีการจำแนกเป็น 2 ประเภท โดยดูจากผลการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ( Electrocardiography , ECG )  ได้แก่ แบบ ST elevation MI ( STEMI ) ซึ่งหลอดเลือดมีการอุดตัน 100% และแบบNon-ST elevation acute coronary syndrome ( NSTE-ACS ) ซึ่งหลอดเลือดมีการตีบที่รุนแรง การรักษาจึงแบ่งออกตามผลการตรวจพบคลื่นไฟฟ้าหัวใจ    92275364 0 - Advanced Business Magazine

    STEMI : การทำให้หลอดเลือดที่อุดตัน หายอุดตันและทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจต่อไปได้ ซึ่งจะช่วยลดบริเวณที่กล้ามเนื้อหัวใจตายให้น้อยที่สุด และลดอัตราการเสียชีวิตและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ลงได้  วิธีการรักษาที่เป็นมาตรฐานในปัจจุบัน คือ การรักษาเพื่อให้หลอดเลือดเปิด หรือ Reperfusion Therapy ให้เร็วที่สุด มีวิธีการอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่ การใช้สายสวนหลอดเลือดหัวใจชนิดพิเศษดูดเอาลิ่มเลือดออกพร้อมกับการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและตามด้วยการใส่ขดลวดค้ำยัน ( Percutaneous coronary intervention, PCI ) หรือการให้ยาละลายลิ่มเลือด ( Fibrinolytic หรือ Thrombolytic Drugs )

    NSTE-ACS : มีการประเมินความเสี่ยงของโรคเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายและช่วยบอกการพยากรณ์โรคในระยะสั้นได้ หากผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดควรได้รับการรักษาด้วยการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ และอาจทำการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและตามด้วยการใส่ขดลวดค้ำยัน ( Percutaneouscoronaryintervention, PCI ) โดยเร็ว

    และหากผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่ำต่อการเสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด สามารถรับการรักษาได้ด้วยยาและประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติมด้วยการตรวจ Echocardiogram และ Exercise Stress Test  ( เดินสายพานเพื่อทดสอบสมรรถภาพหัวใจ )

    กล้ามเนื้อหัวใจจะขาดเลือดรุนแรงแค่ไหนขึ้นกับอะไรบ้าง

        –  ระยะเวลาที่ขาดเลือดจนกระทั่งลิ่มเลือดละลาย ( ตั้งแต่เริ่มมีอาการจนได้รับการรักษา )

        –  หลอดเลือดตีบมากหรือน้อย

        –  มีการสร้างหลอดเลือดใหม่ไปยังบริเวณที่ขาดเลือดหรือไม่

        –  ขนาดของหลอดเลือดที่ตีบ

        –  จำนวนเส้นที่หลอดเลือดตีบ

        –  มีโรคประจำตัวหรือไม่ เช่นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน


    ติดต่อสอบถามและเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินได้ที่ ศูนย์หัวใจ / แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน

    ติดต่อเบอร์ : 02-836-9977  โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC)   Call Center : 02-836-9999

    - Sponser -
    - Advertisement -

    More articles

    - Sponser -
    signha lemon soda ads 300x250

    Latest article

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

    Privacy Preferences

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    Allow All
    Manage Consent Preferences
    • Always Active

    Save