
มาร์ค วิลเลียม แม็คเวห์ ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ Denla British School (DBS) มีมุมมองในการพัฒนา DBS ให้กลายเป็นโรงเรียนนานาชาติที่สามารถเตรียมพร้อมทางด้านการศึกษาให้กับเด็กไทยในทุกๆ ด้าน ด้วยประสบการณ์ด้านการศึกษาที่ยาวนาน ผนวกกับความคุ้นเคยกับตลาดเอเชีย ทำให้มาร์คมีความมั่นใจว่า จะสามารถทำให้โรงเรียนนานาชาติ DBS เป็นโรงเรียนนานาชาติชั้นนำของประเทศ ในการพัฒนานักเรียนให้เติบโตเป็น“คนไทยที่มีความเป็นสากล” และเป็นผู้นำของสังคมในอนาคต
มาร์ค กล่าวว่า นอกจากความพร้อมของโรงเรียนแล้ว ความมุ่งมั่นตั้งใจจริงที่ชัดเจนของตระกูลปาลเดชพงศ์ที่จะสร้างให้ DBS เป็นโรงเรียนชั้นนำของประเทศ ในการพัฒนาทักษะของเด็กนักเรียนในทุกๆด้าน ทั้งด้านวิชาการและกิจกรรม เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เข้าตัดสินใจมารับตำแหน่งครูใหญ่ที่ DBS
แนวทางของโรงเรียนนานาชาติ DBS (The DBS Unique Vision) คือ การใช้หลักสูตรของประเทศอังกฤษ โดยอิงรูปแบบจากโรงเรียนเอกชนที่มีความครบเครื่องทั้งด้านวิชาการและกิจกรรมมาปรับปรุงให้เข้ากับบริบทของสังคมไทย (Enhanced British Curriculum) เพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนมีสัมฤทธิผลทางวิชาการเต็มศักยภาพ (Academic Excellence for All) มีทักษะความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) เช่น ความคิดสร้างสรรค์ และความกล้าหาญในการตัดสินใจ และลงมือทำ แต่ในขณะเดียวกันก็คงความเป็นไทย เอาไว้ (Preserving Thainess) ซึ่งเราเชื่อว่าแนวทางทั้งสี่นี้สามารถนำพาให้นักเรียน DBS เป็น “คนไทยที่มีความเป็นสากล” (World Citizens) และสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้

ผศ. ดร. ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหาร โรงเรียนนานาชาติ DENLA BRITISH SCHOOL กล่าวถึงทิศทางและเป้าหมายของการดำเนินงานในปี 2018 ปัจจุบันเรามีนักเรียนเกือบ 200 คน ภายในปีการศึกษาหน้าDBS คาดว่าอัตรานักเรียนน่าจะเพิ่มอีกประมาณอีกประมาณ 50% เรามีแผนเพิ่มจำนวนบุคลากรครู และพนักงาน เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น และเน้นการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนในเรื่องของการเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งจะเริ่มสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เป็นต้นไป (Year 3 up) รวมทั้งการปรับปรุงอาคารสถานที่เพื่อเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะให้กับเด็กนักเรียนในทุกชั้นปี

ที่ DBS มีสิ่งที่โรงเรียนนานาชาติที่ดีระดับสากลควรมีครบ 4 องค์ประกอบ อย่างแรกคือ อาคารสถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณภาพเทียบเท่าระดับสากล เช่น มีอาคารเรียน และห้องเรียนที่มีขนาดใหญ่พิเศษ มีอุปกรณ์การเรียนการสอนครบครัน และเกือบ 50% ของพื้นที่กว่า 45 ไร่ถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่กิจกรรม อาทิ สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐาน ปูด้วยหญ้าระดับแข่งขัน (FIFA Preferred 2 Star) พร้อมลู่วิ่งมาตรฐานขนาด 400 เมตร สนามบาสเกตบอล สนามเทนนิส สนามฝึกซ้อมกอล์ฟ สระว่ายน้ำ (สระน้ำเกลือ) โรงยิมในร่มขนาดใหญ่ โรงละคร ห้องดนตรี ห้องสมุด ห้องศิลปะ 2D และ 3D ห้องเรียนเต้น และห้องกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย
อย่างที่สอง คือ การมีครูที่ดี ครู DBS เกือบทั้งหมดมาจากประเทศอังกฤษ และทุกคนใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ และมีประสบการณ์การสอนมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี ปัจจุบันค่าเฉลี่ยของประสบการณ์ครูที่ DBS มากกว่า5 ปี ผนวกกับแนวทางการเรียนการสอน ที่ส่งเสริมให้เด็กไทยสามารถพัฒนาศักยภาพให้ทัดเทียมกับนานาชาติ อย่างที่สาม คือ ทีมงานที่ดี ผู้บริหารและทีมงานที่ DBS มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำให้โรงเรียนนานาชาติ DBSเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดโรงเรียนหนึ่งในประเทศไทย
และสุดท้ายอย่างที่ 4 คือ สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ในห้องเรียน ที่ DBS มีโครงการทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่เรียนดี มีทักษะภาษาดี และมีความสามารถโดดเด่น อาทิ ทุนสำหรับนักเรียนที่มีความโดดเด่นทางภาษาอังกฤษ (The Ambassador of English) 10%-15% สำหรับนักเรียนอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ทุนเรียนดี 10%-50% สำหรับนักเรียนอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป และทุนความสามารถพิเศษ 10%-50% สำหรับนักเรียนอายุ 5 ปีขึ้นไป เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนมีแรงบันดาลใจที่จะฝึกฝนพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
DBS เริ่มเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2017 ตั้งแต่ระดับชั้น Early Year 1 จนถึง Year 6 (อายุ 3 – 11 ปี) และในปีการศึกษา 2018 จะเปิดการเรียนการสอนในระดับชั้น Year 7 จนถึง Year 8 (อายุ 12-13 ปี) และเปิดต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนถึง Year 13 (อายุ 18 ปี) ในปีต่อๆไป






