ในงาน Money 20/20 Asia 2025 ที่กรุงเทพฯ บริษัทจากญี่ปุ่นอย่าง Mercari (เมอร์คารี) ได้สร้างความประทับใจอย่างมากในวงการฟินเทค Sayaka Eda – Chief Financial Officer ของ Mercari ได้พูดถึงแนวคิดที่ไม่ใช่แค่การขายของมือสองแบบเดิม แต่คือการสร้าง ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบดิจิทัล ที่ครอบคลุมทั้งการใช้เงิน สินทรัพย์ดิจิทัล ทักษะ และแม้กระทั่ง “เวลา”
บทความนี้จะพาคุณรู้จักกับโมเดลที่น่าจับตานี้ และเหตุผลที่อาจทำให้ Mercari กลายเป็น Super App การเงินที่โลกต้องมอง

One Wallet: กระเป๋าเงินที่ไม่ใช่แค่เก็บเงิน แต่หมุนเวียนมูลค่าทั้งชีวิต
Mercari เปิดตัวแนวคิด “One Wallet” ซึ่งเป็นมากกว่ากระเป๋าเงินดิจิทัลทั่วไป เพราะสามารถ “รับ-จ่าย-แลกเปลี่ยน” มูลค่าทุกประเภท ได้ในระบบเดียว
ฝั่งเงินเข้า (Cash-In)
• รายได้จากการขายของ (Sales balance)
• เงินเติมเข้า / เครดิต / คะแนนสะสม
• คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptoassets)
• รายได้จากทักษะหรือเวลา (Wages from skills)
• ข้อมูลมือถือ (Mobile data)
ฝั่งเงินออก (Cash-Out)
• ใช้จ่ายใน Mercari / Mercard
• จ่ายเงินออนไลน์/โค้ด/ซื้อคริปโต
• จ่ายด้วยบิทคอยน์
• ใช้จ่ายผ่านข้อมูลมือถือ
จุดเด่นคือ: ทุกสิ่งเกิดขึ้นได้ “ในแอปเดียว” โดยไม่ต้องเชื่อมหลายแพลตฟอร์ม

Circulate All Forms of Value: หมุนเวียนมูลค่า = สร้างคุณค่าใหม่
Mercari เชื่อว่า “มูลค่า” (Value) ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวเงิน แต่ขยายแนวคิดว่า:
“ทุกอย่างที่เรามีหรือสามารถให้ได้ เช่น เวลา, ข้อมูล, ทักษะ, ของใช้, คริปโต, ดิจิทัลแอสเซต… ควรสามารถหมุนเวียน แลกเปลี่ยน ใช้งาน และเพิ่มคุณค่าให้ผู้ใช้ได้”
สิ่งที่ Mercari ทำคือการเปลี่ยนความคิดเรื่อง “กระเป๋าเงิน” ให้กลายเป็น ศูนย์กลางของการหมุนเวียนมูลค่าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น:
• เงิน (Money)
• ของที่จับต้องได้ (Physical Items)
• ทักษะ (Skills)
• เวลา (Time)
• คริปโตเคอร์เรนซี (Crypto)
• สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets)
• ข้อมูลมือถือ (Gigabytes of Data)

ตัวอย่างการใช้งานจริง: Mercari เปลี่ยนคนธรรมดาให้เป็นนักสร้างมูลค่าได้อย่างไร
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า Mercari เริ่มต้นจากแอปขายของมือสองในญี่ปุ่น ที่ให้ใครก็ได้เปิดร้านขายของเก่าในมือถือ แต่ในวันนี้ Mercari ได้ขยายตัวจนกลายเป็น ฟินเทคแพลตฟอร์มระดับประเทศ ที่เชื่อมการเงิน ทักษะ เวลา และข้อมูลไว้ในแอปเดียว
ตัวอย่างสถานการณ์จริง:
“อายูมิ ขายกระเป๋าแบรนด์เก่าผ่าน Mercari ได้เงิน 3,000 เยน”
เงินนี้เข้าสู่ Mercari Wallet ทันที โดยอายูมิสามารถ:
• ใช้ซื้อของต่อใน Mercari
• แปลงเป็นคริปโตหรือจ่ายค่าเน็ตมือถือ
• จ่ายให้เพื่อนผ่านระบบ Hallo (ฟีเจอร์แชท)
“เคนตะ สอนพิเศษออนไลน์ผ่าน Mercari Hallo”
เขาได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินและแต้มสะสม สามารถใช้แต้มนี้ซื้อสินค้าหรือบริการใน Mercari Shops ได้โดยไม่ต้องใช้เงินสดเลย
✅ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดย “ไม่ต้องออกจากแอปเดียว”
ทำไมธุรกิจไทยควรศึกษา Mercari?
- แนวคิด Frictionless Experience
Mercari สร้าง Ecosystem ที่ให้ประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ ทั้งซื้อ-ขาย-จ่าย-แลกเปลี่ยน นี่คือสิ่งที่ Super App ในไทยควรโฟกัสมากกว่าการเพิ่ม feature
- ทักษะและข้อมูลกลายเป็น “ทรัพย์สิน” ใหม่
ถ้าแพลตฟอร์มไทยสามารถทำให้ “การใช้เวลา”, “การแชร์ข้อมูล”, หรือ “การมีทักษะ” กลายเป็นสิ่งที่แลกเป็นมูลค่าได้ โลกของการทำธุรกิจจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
- ไทยสามารถสร้าง One Wallet เวอร์ชันตัวเองได้หรือไม่?
ShopeePay, TrueMoney, LineBK, หรือ SCB EASY จะเป็นผู้นำแนวนี้ได้หรือเปล่า? คำตอบขึ้นอยู่กับว่าใคร “กล้าสร้างระบบหมุนเวียน” มากกว่าการเพิ่มปุ่มใหม่ในแอป
⸻
บทสรุป: โลกไม่ได้หมุนรอบเงิน… แต่หมุนรอบ “คุณค่า”
Mercari ไม่ได้แค่ขายของมือสองอีกต่อไป แต่กำลังเป็นผู้นำด้านการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในโลกดิจิทัล ที่คนสามารถ “ใช้สิ่งที่มี” เพื่อแลกเปลี่ยน “สิ่งที่ต้องการ” ในระบบที่ลื่นไหล ใช้ง่าย และเชื่อมต่อทุกมิติของชีวิต
นี่คือบทเรียนสำคัญที่ธุรกิจไทยควรรีบศึกษา… ก่อนจะถูก disrupt อีกครั้ง


