back to top
More

    แนะนำอาหารบำรุงระบบประสาทที่เป็นเสมือนตัวช่วยบูสต์ร่างกาย 

    Must read

    - Sponser -

    สำหรับคนที่ต้องเจอกับความเครียดในการทำงาน ทำให้ระบบประสาททำงานอย่างหนักอยู่ตลอดเวลา การดูแลสุขภาพของสมองจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ร่างกายและจิตใจพร้อมรับมือกับภารกิจต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาหารที่เราเลือกรับประทานจึงมีบทบาทสำคัญในการหล่อเลี้ยงและปกป้องเซลล์ประสาทให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ ในขณะที่วิตามินบางชนิดก็สามารถช่วยฟื้นฟูและเพิ่มพลังงานในวันที่เรารู้สึกไม่สดชื่นได้ ในบทความนี้จะมาแนะนำอาหารบำรุงระบบประสาทที่ควรมีติดบ้านไว้ เพื่อเป็นหนึ่งในตัวช่วยในการฟื้นฟูร่างกายและพร้อมต่อการทำกิจวัตรประจำวันได้มากขึ้น 

    อาหารบำรุงระบบประสาทที่ควรมีติดบ้าน

    การมีอาหารที่มีประโยชน์ติดบ้านไว้ จะช่วยให้เราสามารถเข้าถึงสารอาหารที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น ขอแนะนำว่า หากมีอาหารเหล่านี้ติดตู้เย็นไว้ อาจช่วยให้คุณเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างสดใส 

    1. ปลาทะเลน้ำลึก (เช่น แซลมอน, แมคเคอเรล, ซาร์ดีน) 
      • คุณประโยชน์: อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 โดยเฉพาะ DHA และ EPA ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์สมองและระบบประสาท ช่วยลดการอักเสบและส่งเสริมการทำงานของสมอง
      • วิธีเก็บ: สามารถซื้อแบบแช่แข็งเก็บไว้ หรือแบบกระป๋อง (เลือกแบบที่แช่ในน้ำมันมะกอกหรือน้ำเปล่า)
    2. ไข่ไก่ 
      • คุณประโยชน์: เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง มีโคลีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างอะเซทิลโคลีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทสำคัญต่อความจำและการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังมีวิตามินบีหลายชนิด ถือว่าเป็นอาหารบำรุงระบบประสาทอีกหนึ่งชนิดที่หาได้ง่าย และทำได้หลากหลายเมนู 
      • วิธีเก็บ: เก็บในตู้เย็นได้นานหลายสัปดาห์
    3. ถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืช (เช่น อัลมอนด์, วอลนัท, เมล็ดฟักทอง, เมล็ดเจีย) 
      • คุณประโยชน์: อุดมไปด้วยวิตามินอี, แมกนีเซียม, สังกะสี และกรดไขมันที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยปกป้องเซลล์ประสาทจากอนุมูลอิสระ และเป็นแหล่งพลังงานที่ดี
      • วิธีเก็บ: เก็บในภาชนะสุญญากาศในที่แห้งและเย็น หรือในตู้เย็นเพื่อคงความสดใหม่
    4. ธัญพืชไม่ขัดสี (เช่น ข้าวกล้อง, ข้าวโอ๊ต, ควินัว) 
      • คุณประโยชน์: เป็นอีกหนึ่งประเภทอาหารบำรุงระบบประสาทที่อยากแนะนำ เพราะเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ให้พลังงานอย่างต่อเนื่องแก่สมอง มีวิตามินบีและใยอาหารสูง ซึ่งช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ทั้งยังช่วยป้องกันอาการสมองล้า
      • วิธีเก็บ: เก็บในภาชนะสุญญากาศในที่แห้งและเย็น
    5. ผักใบเขียวเข้ม (เช่น ผักโขม, คะน้า, บรอกโคลี) 
      • คุณประโยชน์: อุดมไปด้วยโฟเลต (วิตามินบี 9), วิตามินเค, และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการสร้างสารสื่อประสาทและปกป้องเซลล์สมอง
      • วิธีเก็บ: เก็บในถุงพลาสติกหรือกล่องในช่องแช่ผักของตู้เย็น
    6. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ (เช่น บลูเบอร์รี่, สตรอเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่) 
      • คุณประโยชน์: เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแอนโธไซยานิน ซึ่งมีส่วนช่วยในการปกป้องสมองและอาจช่วยปรับปรุงความจำ
      • วิธีเก็บ: เก็บในตู้เย็น หรือแช่แข็งไว้สำหรับใช้ทำสมูทตี้
    7. ดาร์กช็อกโกแลต (เลือกที่มีโกโก้ 70% ขึ้นไป) 
      • คุณประโยชน์: มีฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง และมีสารที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์ที่ดี
      • วิธีเก็บ: เก็บในที่แห้งและเย็น ไม่โดนแสงแดด

    วิตามินที่ช่วยเสริมให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น  

    แต่นอกจากอาหารบำรุงระบบประสาทแล้ว เรายังสามารถหาวิตามินบางชนิดมาช่วยสนับสนุนการทำงานของร่างกาย  เช่น 

    1. วิตามินบีรวม (B Complex Vitamins) 
      • ประโยชน์และความสำคัญ: วิตามินกลุ่มนี้เป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน และมีบทบาทสำคัญในการทำงานของระบบประสาท การขาดวิตามินบี โดยเฉพาะ B1, B6, B9 (โฟเลต) และ B12 อาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและสมองล้า การได้รับวิตามินบีเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายผลิตพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเหนื่อยล้า และสนับสนุนการทำงานของสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความตื่นตัว
      • การเสริมสร้างร่างกาย: ช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานจากอาหารได้ดีขึ้น ลดความรู้สึกเหนื่อยล้า และอาจช่วยเพิ่มสมาธิในวันที่รู้สึกเพลีย
    2. วิตามินซี (Vitamin C) 
      • ประโยชน์และความสำคัญ: เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายจากความเครียด และมีบทบาทในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทบางชนิด เช่น โดพามีน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตื่นตัวและอารมณ์ นอกจากนี้ยังช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีความสำคัญเมื่อร่างกายอ่อนล้า
      • การเสริมสร้างร่างกาย: ช่วยลดความเครียดออกซิเดชันที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายอ่อนเพลีย และสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
    3. แมกนีเซียม (Magnesium) 
      • ประโยชน์และความสำคัญ: เป็นแร่ธาตุสำคัญที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาทางชีวเคมีมากกว่า 300 ชนิดในร่างกาย รวมถึงการผลิตพลังงาน การทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท การขาดแมกนีเซียมอาจนำไปสู่อาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง และปัญหาการนอนหลับ การได้รับแมกนีเซียมอย่างเพียงพอจึงช่วยให้ร่างกายผลิตพลังงานได้ดีขึ้นและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
      • การเสริมสร้างร่างกาย: ช่วยให้ร่างกายผลิตพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเหนื่อยล้า และอาจช่วยให้จิตใจสงบลง
    ข้อควรระวัง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: ก่อนการรับประทานวิตามินเสริมใดๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องการรับประทานเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อให้แน่ใจว่าเหมาะสมกับสภาพร่างกายและไม่ขัดแย้งกับยาที่กำลังรับประทานอยู่พักผ่อนให้เพียงพอ: นอกจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และวิตามินต่างๆ แล้ว ยังควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนหลับที่มีคุณภาพยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการฟื้นฟูร่างกายและสมอง
    - Sponser -
    - Advertisement -

    More articles

    LEAVE A REPLY

    Please enter your comment!
    Please enter your name here

    - Sponser -
    signha lemon soda ads 300x250

    Latest article

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

    Privacy Preferences

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    Allow All
    Manage Consent Preferences
    • Always Active

    Save