
ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2563 ได้นำคณะผู้บริหารสำนักงาน คปภ. ผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านประกันภัย ผู้บริหารกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ผู้จัดการกองทุนประกันชีวิต ผู้แทนกองทุนประกันวินาศภัย ผู้บริหารสมาคมประกันวินาศภัยไทย ผู้บริหารสมาคมประกันชีวิตไทย นายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน พร้อมด้วยผู้บริหารบริษัทประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัย ลงพื้นที่ชุมชนวังหอน ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ในรูปแบบ Insurance Mobile Unit ในโครงการ คปภ. เพื่อชุมชน โดยได้มีการสำรวจความเสี่ยงและเยี่ยมชมฐานการเรียนรู้วิถีชีวิตต่างๆ ภายในชุมชน เช่น ฐานการเรียนรู้ผ้ามัดย้อม ฐานการเรียนรู้การเลี้ยงผึ้งด้วยเกสรจากธรรมชาติ ฐานการเรียนรู้การทำพริกแกง เป็นต้น

เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับ ทำให้ทราบว่าประชาชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยมีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ยางพารา ข้าว มะพร้าว ไม้ผล และปาล์มน้ำมัน เป็นต้น และจากการลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชของสำนักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัยในครั้งนี้ พบว่า ประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจด้านการประกันภัย อาทิ ไม่ทราบว่ารถทุกคันต้องจัดทำการประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และหากเจ้าของรถไม่นำรถไปจัดทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ทั้งยังไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างการทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจและภาคบังคับ รวมถึงนำระบบประกันภัยมาใช้ยังไม่ครอบคลุมความเสี่ยงที่มีในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและครอบครัว

ในโอกาสนี้ เลขาธิการ คปภ. พร้อมคณะได้เคาะประตูบ้านเพื่อเยี่ยมและพูดคุยกับชาวชุมชน เพื่อรับฟังสภาพปัญหา และความต้องการด้านประกันภัย เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนได้อย่างแท้จริง รวมทั้งถอดบทเรียนจากประสบการณ์จริงของชาวชุมชนกรณีการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักชนต้นไม้เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย บาดเจ็บ 2 ราย และเนื่องจากรถยนต์คันเกิดเหตุได้จัดทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ไว้ จึงได้รับความคุ้มครองตามสิทธิประโยชน์จากการทำประกันภัยทั้ง 3 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,950,000 บาท และสำหรับผู้บาดเจ็บได้รับค่ารักษาพยาบาลตามจ่ายจริงไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย ส่งผลทำให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ได้รับการเยียวยาความสูญเสียและความเสียหาย โดยระบบประกันภัย นอกจากนี้เลขาธิการ คปภ. พร้อมคณะได้รับทราบสภาพปัญหาความเสี่ยงจากภัยลมพายุของชาวชุมชนที่ทำให้ต้นยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญในพื้นที่ ได้รับความเสียหายทั้งส่วนของต้นยางพารา และบ้านพักอาศัย จึงได้แนะนำให้ชาวชุมชนจัดทำประกันภัยอัคคีภัยบ้านอยู่อาศัยที่ขยายความคุ้มครองภัยธรรมชาติ รวมทั้งคณะเลขาธิการ คปภ. ยังได้รวบรวมข้อมูลความเสียหายของต้นยางพารา เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยและบริหารความเสี่ยงให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป






