“ความสำเร็จจะหอมหวานที่สุด… ก็ต่อเมื่อเราแบ่งปันให้คนอื่น” บทเรียน “Business with a Soul” จาก Howard Schultz: เมื่อความยากจนในวัยเด็ก กลายเป็นแรงขับเคลื่อนให้สร้างองค์กรที่ “มีหัวใจ”
Howard Schultz (โฮเวิร์ด ชูลท์ส) ผู้ปั้น Starbucks ให้ก้องโลก เคยกล่าวประโยคที่สรุปภารกิจชีวิตของเขาไว้ว่า:
“ผมพยายามสร้างบริษัท… ในแบบที่พ่อของผม ไม่เคยมีโอกาสได้ทำงานด้วย” (I wanted to build the kind of company that my father never had the chance to work for.)
จากเด็กสลัมกับขาที่หักของพ่อ ชูลท์สโตมาในแฟลตเอื้ออาทร (Housing Projects) ย่านบรูคลินที่ยากจน วันหนึ่งตอนเขาอายุ 7 ขวบ พ่อของเขาซึ่งทำงานขับรถส่งผ้าอ้อม ประสบอุบัติเหตุลื่นล้มจน “ข้อเท้าหัก”
ในยุค 1960s สำหรับชนชั้นแรงงาน การเจ็บป่วยคือหายนะ
พ่อถูกไล่ออกทันทีเพราะทำงานไม่ได้
ไม่มีประกันสุขภาพ
ไม่มีเงินชดเชย
แม่ท้องแก่ต้องออกไปทำงานรับจ้าง
ภาพที่พ่อของเขานอนขาบวมเป่งอยู่บนโซฟาด้วยความสิ้นหวัง และครอบครัวต้องอยู่อย่างอดอยาก กลายเป็น “แผลในใจ” ที่ฝังลึกที่สุดของชูลท์ส
จุดเปลี่ยน คำปฏิเสธ 217 ครั้ง เมื่อเขาโตขึ้นและต้องการเงินทุนเพื่อมาซื้อกิจการ Starbucks (ตอนนั้นยังเป็นแค่ร้านขายเมล็ดกาแฟและอุปกรณ์กาแฟเล็ก ๆ) เพื่อเปลี่ยนให้เป็นร้านกาแฟแบบอิตาลีที่เขาวาดฝัน… เขาต้องออกไปเร่ขอเงินลงทุน
มันคือฝันร้าย เขาคุยกับนักลงทุนทั้งหมด 242 คน และถูกปฏิเสธถึง 217 คน!
หลายคนหัวเราะเยาะไอเดีย “ไม่เชื่อว่าคนจะจ่ายเพื่อบรรยากาศแบบอิตาลี + พิธีกรรมกาแฟ” แม้แต่พ่อตาของเขายังขอร้องให้เขา “เลิกเพ้อเจ้อ” แล้วไปหางานทำเพื่อความมั่นคงของครอบครัว เขาเคยเล่าว่ามันเป็นช่วงเวลาที่หนักที่สุดในชีวิตจนแทบร้องไห้ แต่เขากัดฟันสู้ต่อเพราะเขาเชื่อว่า “กาแฟคือการเชื่อมโยงผู้คน”
ผลลัพท์คือ เขาล้างคำสาปให้พ่อ ในที่สุดเขาก็ระดมทุนได้และสร้าง Starbucks จนยิ่งใหญ่ แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าสาขาที่มีทั่วโลก คือสิ่งที่เขาทำกับ “พนักงาน”
Starbucks กลายเป็นบริษัทค้าปลีกแห่งแรกในอเมริกาที่ “มอบหุ้น” (Bean Stock) และ “ประกันสุขภาพ” ให้กับพนักงานทุกคน รวมถึงพนักงานพาร์ตไทม์
วันที่เขาเซ็นอนุมัตินโยบายนี้ เขาบอกว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องการกุศล แต่มันคือการทำธุรกิจที่ถูกต้อง” เขาได้ลบล้างความเจ็บปวดในวัยเด็ก และสร้างที่ทำงานที่ “พ่อของเขา” จะได้รับเกียรติและศักดิ์ศรี ไม่ถูกทอดทิ้งเมื่อเจ็บป่วย
ลองคิดดูสิครับ: ถ้าชูลท์สยอมแพ้ตอนถูกปฏิเสธครั้งที่ 200… วันนี้เราคงไม่มีร้านกาแฟที่เป็น “บ้านหลังที่สาม” และพนักงานบริการทั่วโลกอาจยังไม่ได้รับสวัสดิการที่ดีแบบนี้
บทเรียนจาก Schultz ที่เราทุกคนควรนำไปใช้ ความสำเร็จไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขในบัญชี แต่คือเรื่องของ “คุณค่า” ที่เราส่งต่อ:
เปลี่ยนปมด้อยเป็นพลัง: ชูลท์สใช้ความกลัวความจน เป็นเชื้อเพลิงในการสร้างความมั่นคงให้คนอื่น
ความดื้อด้านที่ถูกต้อง: การถูกปฏิเสธ 217 ครั้งไม่ได้แปลว่าไอเดียไม่ดี แต่มันคือกำแพงที่คัดกรองคนที่ “เอาจริง” เท่านั้น
ใส่ใจคนตัวเล็ก: ธุรกิจที่ยั่งยืนที่สุด คือธุรกิจที่ดูแลคนทำงาน เพราะเมื่อพนักงานมีความสุข เขาจะส่งต่อความสุขนั้นให้ลูกค้า (และนั่นคือกำไรที่แท้จริง)
ในวันที่คุณท้อแท้ ให้ถามตัวเองว่า “สิ่งที่เรากำลังสร้างอยู่นี้… จะทำให้ชีวิตของใครดีขึ้นบ้าง?” ถ้าคำตอบนั้นชัดเจนพอ คุณจะมีแรงสู้ต่อแบบไม่มีวันหมดครับ



