
The Pursuit Of Happyness เป็นชื่อภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่องหนึ่ง ทั้งในภาพยนตร์ คัทเอาต์โฆษณา หรือโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์ก็สะกดดังปรากฏข้างต้น ผมดูเผิน ๆ ไม่สังเกตอะไรและมาจากต่างประเทศเลยคิดไปว่าสมบูรณ์แบบดีแล้ว แต่มีผู้ละเอียดรอบคอบเขาบอกว่าภาษาอังกฤษสะกดผิด ที่ถูกต้องคือ “Happiness” ซึ่งจะเป็นเจตนาของผู้สร้างภาพยนตร์ที่ทำให้แตกต่าง จะได้เป็นการประชาสัมพันธ์และมีเรื่องให้พูดกันหรือไม่ ไม่มีใครทราบได้ ถ้าจะแปลตรง ๆ ก็น่าจะเป็น “การไล่ล่าหาความสุข” แต่พอมาเป็นชื่อภาพยนตร์ภาษาไทยกลับเป็นเรื่อง “ยิ้มไว้ก่อน พ่อสอนไว้” แม้ว่าจะไม่ตรงกับชื่อตามภาษาอังกฤษ แต่ก็โอเคได้ว่าเพื่อให้ชื่อภาพยนตร์จูงใจให้คนเข้าชม
ภาพยนตร์ออกฉายในประเทศไทยวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2550 นำแสดงโดย Will Smith ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัล MTV Movie & TV Awards สาขานักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Oscar Awards สาขานักแสดงชายยอดเยี่ยม The pursuit Of Happyness เป็นเรื่องราวของสองพ่อลูกที่พยายามจะดิ้นรนต่อสู้กับชีวิตจากความยากจนสู่ความสุข พ่อเป็นวีรบุรุษนักขาย ชีวิตจริงของคริส การ์ดเนอร์ ซึ่งรับบทโดย Will Smith ตำนานที่เกี่ยวกับการต่อสู้ชีวิต จากเซลล์แมนเครื่องมือแพทย์ผู้ล้มเหลว ไม่มีต้นทุนทางสังคมใด ๆ ล้มเหลวทั้งการงาน ล้มเหลวทั้งการเงิน ล้มเหลวทั้งเรื่องครอบครัว จนต้องเป็นคุณพ่อสายเดี่ยวเลี้ยงดูลูกแต่ผู้เดียว “ขายไม่ได้เลยสักราย” ชีวิตต้องฝ่าฟันทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เมื่อไม่มีรายได้ ก็โดนไล่ออกจากห้องเช่า ต้องไปขอพักตามสถานที่พักสงเคราะห์ หรือไม่ก็แถวชานชาลาสถานีรถไฟ
แต่ถึงแม้ชีวิตจะย่ำแย่ขนาดไหน คริสก็ยังสอนลูกชายของเขาว่า “อย่าให้ใครมาเอ่ยบอกว่า ลูกทำนั่นทำนี่ไม่ได้” “เมื่อลูกมีความฝัน ลูกต้องปกป้องมัน” “คนที่ทำไม่สำเร็จเขาจะอ้างว่า ลูกก็ทำไม่ได้หรอก” “ถ้าลูกต้องการอะไรละก็ จงไปคว้ามันมาให้ได้”
คริส การ์ดเนอร์ จากคนไร้บ้านสู่เศรษฐีเงินล้านด้วยการเป็นเซลล์แมน ปัจจุบันเป็นนักบรรยายให้ความรู้กับคนทั่วโลก ให้ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างความสุขความสำเร็จของชีวิต ในการไล่ลาหาความสุข ต้องพบกับความทุกข์ ความยากลำบาก ความผิดหวัง แต่จงอย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรคทั้งปวงเป็นอันขาด
คนที่ประสบความสำเร็จจากการไล่ล่าหาความสุข คริสบอกว่ามีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
- มีความทะเยอทะยานสูง อยากประสบความสำเร็จ อยากก้าวหน้า อยากรวย
- ทำงานอย่างขาวสะอาด ถูกกฎหมายและจริยธรรม ไม่ใช่อยากรวยแล้วค้ายาบ้า ค้าประเวณี หรือเป็นนักต้มตุ๋น
- ชอบศึกษาชีวิตของผู้ประสบความสำเร็จจริง คนที่ไม่มีต้นทุนมาก่อน ยากจน ลำบาก แต่ประสบความสำเร็จร่ำรวยในชีวิต
- มีวินัยในการรักษาประสิทธิภาพของตน ไม่มีฟอร์มตก
- ฝึกฝนและพัฒนาตนเองให้เก่งขึ้น ดีขึ้น เรียนรู้จากคนเก่งมากขึ้นตลอดเวลา
- มองเห็นภาพตนเองเมื่อประสบความสำเร็จอย่างชัดเจนทุกวัน และลงมือทำอย่างยืดหยุ่น
- กล้าเสี่ยงในการออกจากจุดสบายมาสู่จุดลำบาก จะไม่ประมาท
- ชื่นชมยินดีกับคนรอบข้างอย่างจริงใจ
- พร้อมดึงคนรอบข้างให้ประสบความสำเร็จ หรือมีชีวิตที่ดีขึ้นเหมือนกับตนเอง
แท้จริงแล้ว ผมอยากชวนท่านไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ขณะนี้ก็มีการนำมาฉายในโทรทัศน์และมีวิดีโอภาพยนตร์ดังกล่าว อีกทั้งมี Pocket books ออกจำหน่าย ซึ่งจะมีคุณค่าหลายร้อยเท่ากับการที่ผมนำเสนอบทความสั้น ๆ ในภาพยนตร์จะสอดใส่อารมณ์ทำให้ท่านผู้ชมซาบซึ้งไปกับประวัติของผู้เขียนจริง เป็นต้นแบบสำหรับคนที่เป็นเซลล์แมน เราจะเห็นว่าคริสลำบากกว่านักขายอย่างเรา ๆ หลายเท่า กว่าจะประสบความสำเร็จ แต่ก็เป็นความสำเร็จที่น่าปลาบปลื้ม
ที่สำคัญข้างหนึ่งของความสุข ทำไมต้องมีคำว่า ไล่ล่า หรือ แสวงหา วางตัวอยู่ แต่จริง ๆ แล้ว ความสุขเป็นสิ่งที่เราต้องไล่ล่า ในวันที่เราขาดความสุข มองไปทางไหนเราก็ไม่พบเจอสิ่งนี้ บางทีอาจเป็นหน้าที่ที่เราต้องแสวงหา จริงที่ว่าโลกมีคำกล่าวว่า ความสุขมีอยู่รอบตัวเรา มันอยู่ในอากาศที่เราหายใจเข้าไป อยู่ในน้ำใจของเพื่อนบ้าน อยู่ในดอกไม้ที่กำลังจะบาน หรืออยู่แม้กระทั่งเสียงก่นด่า เพราะมันยืนยันว่าเรามีชีวิตอยู่
แต่มันง่ายเกินไปกระมังที่คิดอย่างนั้น ในวันที่เราเห็นว่าดอกไม้ไม่ได้บาน และพายุกำลังพัดบ้าน
ให้พังทลาย ถ้าเราคิดว่าความสุขลอยอยู่รอบตัวเรา แต่เราไม่ยื่นมือออกไปไขว่คว้าแสวงหาเพื่อเราเพื่อลูก เชื่อเถิดว่า อย่างน้อยความล้มเหลวที่เกิดจากการที่ได้พยายามไขว่คว้าแสวงหา ก็จะยังทำให้หัวใจของเราอิ่มเอิบ และพองโตได้มากกว่าความล้มเหลวที่เกิดจากการที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย
ดังคำกล่าวที่ว่าว่า “พระเจ้าจะช่วยคนที่ช่วยตนเอง” อยู่เฉย ๆ พระคงไม่ช่วยเรา “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” ไม่คิดทำอะไรเลย ก็คงไม่มีใครมาช่วยเราหรอก ดังนั้นการไล่ล่า การไขว่คว้า หรือแสวงหาจึงเป็นสิ่งคู่กับความสำเร็จหรือความสุขเสมอ.
บทความโดย โรจ ว่องประเสริฐ







