
การดำเนินธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่ายและด้วยความท้าทายใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น จึงทำให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความเสี่ยง ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องหากระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และสามารถจัดการสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
1.ใช้นอกเวลางานอย่างชาญฉลาด
แน่นอนว่าความเครียดจากการทำงานเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจออย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเมื่อเลิกงานกลับถึงบ้านแล้วก็ควรหาเวลาผ่อนคลายความตึงเครียดเหล่านั้น และสำหรับบางคนที่เอางานกลับมาทำที่บ้าน ก็ควรประเมินตัวเองก่อนว่าตอนนั้นกำลังเครียดอยู่หรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วก็ไม่ควรฝืน ควรให้ตัวเองได้พักกาย พักใจ พักสมองบ้าง อย่าหักโหมมากจนเกินไป เพราะความเครียดไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่องานของเราอีกด้วย และเพื่อให้การทำงานในวันถัดไปมีประสิทธิภาพ ก็ควรพักผ่อนให้เพียงพอ
2.เปลี่ยนทัศนคติของคุณที่มีต่อความเครียด
ไม่มีใครชอบความเครียด และแน่นอนว่าไม่มีใครอยากเครียด แต่อยากให้ทุกคนลองเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อความเครียดใหม่ โดยมองว่าความเครียดนั้นเป็นเชื้อเพลิงสำคัญที่ให้เราลุกขึ้นมาหาโอกาส ความเครียดคือพลังในการขับเคลื่อนให้เราเกิดการพัฒนา และเมื่อเราเปลี่ยนแปลงความคิดได้แล้ว เราจะสามารถปรับตัวได้ดียิ่งขึ้น และความเครียดต่าง ๆ ก็จะหายไป
3.เรียนรู้วิธีการมอบหมายงาน
แม้ว่าเราจะเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่ทุกอย่างในบริษัท เราต้องมอบหมายงานแต่ละหน้าที่ แต่ละตำแหน่งให้กับพนักงานอย่างเหมาะสม โดยมอบหมายให้กับคนที่มีทักษะความสามารถตามตำแหน่งนั้น ๆ เป็นคนที่เปิดใจเรียนรู้และกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพื่อให้พวกเขารับผิดชอบหน้าที่ต่าง ๆ แทนเราได้เป็นอย่างดี และในขณะเดียวกันเราก็มีเวลาไปทำในสิ่งที่สำคัญกว่า หรือเป็นหน้าที่ของเจ้าของธุรกิจโดยเฉพาะ
4.ปิดการแจ้งเตือนเมื่อไม่ได้ทำงาน
ควรปิดการแจ้งเตือนพวกอีเมล ไลน์กลุ่ม หรือข้อความที่ทำงานตอนอยู่ที่บ้านหรือในวันหยุด เพื่อให้เราได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เพราะถ้าเรายังต้องอ่านข้อความเกี่ยวกับเรื่องงานในวันพักผ่อนแล้ว เราก็จะเก็บมาคิด สุดท้ายก็ไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่เครียดยิ่งกว่าเดิม
5.มุ่งเน้นไปที่งานใดงานหนึ่ง
การทำอะไรหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกันไม่เกิดผลดี เพราะงานที่ได้จะไม่มีคุณภาพ เนื่องจากเราไม่ได้ทุ่มเทกับงานนั้นอย่างเต็ม แต่ต้องหันไปทำงานโน้นที งานนี้ที ดังนั้นเราควรโฟกัสงานสำคัญที่มีผลกระทบมากที่สุดก่อน เมื่อเรามุ่งเน้นไปที่งานเดียวเราจะสามารถจัดการงานที่ตามมาได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องจัดสรรเวลาในการทำงานให้ลงตัว ว่าเราจะทำงานไหนตอนไหน ต้องใช้เวลาเท่าไร และทุ่มเทให้กับงานนั้น ๆ อย่างเต็มที่
6.ทำงานที่ใหญ่และยากก่อน
ถ้าเราเลือกทำงานชิ้นเล็ก ๆ ก่อนจนหมด แล้วเหลืองานใหญ่ที่ต้องทำต่อในช่วงท้าย อาจทำให้เราทำงานชิ้นนั้นได้ไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นจึงควรเลือกทำงานใหญ่ก่อน เพราะช่วงเริ่มต้นจะเป็นช่วงที่เรามีกำลังกาย กำลังใจ และกำลังสมองมาก ส่งผลให้เราทำงานสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการผลักความเครียดความกดดันที่เกิดจากงานใหญ่ที่พ้นไปเร็ว ๆ
7.มีผู้ช่วยบริหารจัดการ
ในฐานะเจ้าของธุรกิจแน่นอนว่าเราจะต้องอยู่ในตำแหน่งผู้บริหาร ขณะเดียวกันก็ควรมีตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายต่าง ๆ ภายในบริษัททำหน้าที่กำกับดูแลพนักงานในฝ่ายของตน โดยให้อำนาจหน้าที่แก่ผู้จัดการดำเนินการและตัดสินใจในเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องผ่านเรา เพื่อเป็นการลดภาระของตัวเองและบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
8.กำหนดเวลา
เราจำเป็นต้องกำหนดหรือวางแผนเวลาว่าแต่ละวันเราต้องทำอะไรบ้าง วันไหนมีงานสำคัญ วันไหนต้องออกไปพบลูกค้า เพื่อให้เราได้ทำงานตามแผนกำหนดการ ซึ่งจะทำให้เราทำงานมีประสิทธิภาพ เพราะตอนที่เราวางแผนเราคิดไว้ดีแล้วว่าควรทำอะไรก่อนหลัง ใช้เวลาเท่าไร แล้วเมื่อถึงเวลาทำเราก็จะทำตามเวลาที่กำหนดไว้ แต่ในขณะเดียวกันก้ต้องมีการตั้งค่าการแจ้งเตือนอาจจะด้วยโทรศัพท์ เพื่อไม่ให้หลงลืม และจะได้เตรียมการล่วงหน้า
ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจมีหน้าที่รับผิดชอบมากมาย เพื่อทำให้ธุรกิจเติบโตและก้าวหน้า แต่ทุกอย่างจะสำเร็จไม่ได้หากขาดกลยุทธ์ในการดำเนินงาน ที่สำคัญต้องเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพที่ทำให้ธุรกิจก้าวหน้า
อ้างอิง







