ของแพงจัด จะประหยัดยังไงดี

0
5713
Sponser

ในยุคข้าวยากหมากแพงแต่รายได้ยังเท่าเดิมแบบนี้ เราจะทำยังไงดีให้เงินพอใช้ เพราะค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็ไม่ใช่น้อย ๆ ไหนจะค่ารถ ค่ากิน ค่าน้ำ ค่าไฟ สารพัดค่า แหม่ ช่างเป็นคนมีค่าจริงจริ๊งงงงง แต่!!! จะมัวนั่งรำพึงรำพันไปก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้น เรามาวางแผนค่าใช้จ่ายกันดีกว่าว่าจะใช้ยังไงให้พอ ใช้ยังไงให้เหลือเก็บ

เอาล่ะ ก่อนอื่นเรามาวางแผนค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน โดยเมื่อเงินเดือนออกแล้วเราก็หักเงินฝากเข้าบัญชีก่อนเลย จากนั้นก็มากำหนดค่าใช้จ่ายแต่ละเรื่องว่าควรใช้เท่าไร อย่างค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์เนี่ย เราสามารถประมาณจากค่าใช้จ่ายของเดือนที่ผ่านมาได้ แล้วต่อไปเราอาจจะตั้งงบในส่วนนี้ให้น้อยลงไปอีกก็ได้ ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก็ควรตั้งงบไว้เหมือนกัน เช่น ค่ากินเท่านี้ ค่ารถต้องไม่เกินเท่านี้ ซึ่งการวางแผนค่าใช้จ่ายจะทำให้เรารู้ว่าเราต้องใช้เงินยังไงถึงจะพอใช้และทำให้เรามีวินัยอีกด้วย พูดแบบนี้หลายคนอาจจะยังนึกไม่ออก งั้นจะยกตัวอย่างให้ชัดเจนขึ้น สมมติว่าเงินเดือน 15,000 บาท ฝากเข้าบัญชี 5,000 บาท กำหนดค่าน้ำและค่าไฟรวมแล้วไม่เกิน 400 บาท ค่าโทรศัพท์ไม่เกิน 800 บาท ค่ารถ 1,500 บาท (สมมติว่าค่ารถไปกลับที่ทำงานวันละ 50 บาท) ค่ากิน 3,000 บาท ค่าสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นไม่เกิน 1,000 บาท เมื่อถึงสิ้นเดือนเราก็จะมีเงินเหลือ 3,300 บาท ซึ่งก็เอาไปฝากเข้าบัญชีสมทบกับเงินที่หักไปครั้งแรกทำให้มีเงินเก็บในบัญชีเพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ค่ารถหรือค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ของแต่ละคนไม่เท่ากัน อย่างเช่นค่ารถก็ขึ้นอยู่กับระยะทางและวิธีการเดินทางของเรา แต่เราก็สามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ คือถ้ามีทางเลือกในการเดินทางหลากหลาย ก็เลือกวิธีที่ประหยัดที่สุด

จากนั้นเราก็มาทบทวนค่าใช้จ่ายที่สำคัญและจำเป็นของเราใน 1 เดือนเป็นอันดับแรก ย้ำว่า สำคัญและจำเป็นนะจ๊ะ ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านั้นก็จะมีค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ที่จริง ๆ แล้วเราสามารถควบคุมได้ว่าจะใช้น้ำ ใช้ไฟ ใช้โทรศัพท์ยังไงให้ค่าใช้จ่ายน้อย เช่น ไม่อาบน้ำตอนกลางคืนเพื่อประหยัดค่าน้ำ อันนี้ทำบ่อย แฮ่!! ไม่ใช่ ไม่เปิดน้ำและไฟทิ้งไว้เมื่อไม่ใช้ต่างหาก อิ๊อิ๊ หรือบางคนชอบรีดผ้าก่อนที่จะเอามาใส่ ซึ่งการที่เรารีดผ้าทีละตัวเนี่ยมันเปลืองไฟมากนะคะคุณขา ดังนั้น ควรจะให้เสื้อผ้าในตะกร้ามีเยอะ ๆ ก่อนแล้วค่อยซักรีดทีเดียวจะได้ประหยัด แล้วก็เลิกเล่นโทรศัพท์มือถือ ไถหน้าจอรอรักแต่เขาไม่ทักมาก็พักก่อนเถอะแม่ จะได้มีเวลาพักผ่อนเยอะ ๆ ตื่นมาสดชื่นเพราะนอนเต็มอิ่มและไม่ตื่นสายด้วย แต่ถ้ามัวเล่นโทรศัพท์ดึกดื่นไม่เห็นใจขอบตาก็สงสารเงินในกระเป๋าที่ต้องควักจ่ายค่าวินเพราะตื่นสายไปทำงานไม่ทันด้วยจ้า เห็นมั้ยล่ะว่าการประหยัดเพียง 1 เรื่อง ส่งผลดีต่อเรื่องอื่น ๆ ด้วย เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัวเลยนะ ส่วนนกตัวที่ 3 ก็คือเราเอง แงงงงงง

ต่อมาค่าใช้จ่ายเรื่องกิน ต้นเดือนเงินเดือนออกก็จัดบุฟเฟต์ ชาบู พิซซ่า อาหารญี่ปุ่น พอกลางเดือนก็ข้าวราดแกงหน้าออฟฟิศ แล้วก็ปิดด้วยมาม่าปลายเดือน เพราะตังหมดอดกินแพง ดังนั้น ก็ควรประหยัดตั้งแต่เงินเดือนออกนั่นแหละค่ะ ไม่อย่างนั้นเงินก็หมด พุงก็มาแล้วก็มานั่งบ่นว่าอ้วนอีก เปลี่ยนวิถีกินหรูอยู่แพงมากินข้าวราดแกงกันเถอะพี่น้อง จะได้มีเงินเก็บบ้างงงงง

สายช้อปตัวแม่ที่เห็นของ sale แล้วใจละลาย ก็ระวังจะล้มละลายเพราะของมันต้องมีนะคะ เราไม่จำเป็นต้องซื้อทุกอย่างที่มีโปรลดราคาหรอกนะ ซื้อเฉพาะของใช้สำคัญ ๆ ที่หมดแล้วหรือใกล้จะหมดก็พอ เสื้อผ้า เครื่องสำอางน่ะเบาได้เบา ปากมีอยู่ปากเดียวซื้อลิปไป 10 สี แล้วทาอยู่สีเดียว เพื่อ???? ดึงสติกันค่ะทุกคน เราต้องประหยัดนะคะ อยากสวยแต่เงินไม่เหลือก็ไม่มีประโยชน์นะคะ

ต่อมาเรื่องการซื้อของใช้ต่าง ๆ ซึ่งของใช้แต่ละประเภทมีขายหลายยี่ห้อหลายแบรนด์ ดังนั้นเราก็ควรเปรียบเทียบราคา ปริมาณ คุณสมบัติ และความคุ้มค่าของแต่ละยี่ห้อ ว่าซื้อยี่ห้อไหนคุ้มค่ากว่ากัน เราไม่จำเป็นต้องยึดติดกับสินค้าแบรนด์ดังมียี่ห้อ หรือคิดว่าราคาสูงแล้วจะมีคุณภาพสูงเหมือนกัน เพราะของถูกและดีก็มีอยู่จริงนะคะ

จากที่ร่ายยาวมาข้างต้นเราจะเห็นได้ว่า ต่อให้เงินเดือนเราจะไม่มากนัก และข้าวของเครื่องใช้จะแพงแค่ไหน แต่สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเราเป็นสำคัญ เราสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายของตัวเองได้ แม้จะต้องแลกกับความสะดวกสบายที่น้อยลง ก็ยังดีกว่าใช้ชีวิตสนุก สะดวก สบาย แต่เงินไม่พอใช้ ดังนั้นอย่าลืมหักห้ามใจกันด้วยนะค้า

Sponser