
หลังจากที่ทรัมป์ฟาดงวงฟาดงากับแอพจีนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น TikTok, Wechat ฯลฯ จนทำให้เจ็บตัวไปตาม ๆ กันแล้ว ก็มีข่าวสงครามการค้าล่าสุดจากแคนาดาอีก
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาแคนาดาได้ประกาศจะเพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐมูลค่ากว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ เพื่อตอบโต้ที่ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีสินค้าอลูมิเนียมจากแคนาดาราว 10 % ในช่วงก่อนหน้านี้
“แคนาดาจะโต้กลับอย่างรวดเร็วและรุนแรง” รองนายกรัฐมนตรีแคนาดา คริสเทีย ฟรีแลนด์กล่าวในการแถลงข่าวการกำหนดมาตรการตาต่อตาฟันต่อฟันเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้เห็นในระหว่างชาติพันธมิตรอเมริกาเหนือ ซึ่งโดยปกติแล้วคู่ค้ารายใหญ่ของแคนาดาก็คือสหรัฐอเมริกา การที่แคนาดาตอบโต้เช่นนี้ ก็เห็นได้ว่าความสัมพันธ์ของสองชาติพันธมิตรคงไม่ได้หวานชื่นเหมือนแต่ก่อน
ทรัมป์เองก็เป็นประธานาธิบดีที่ใส่ใจธุรกิจในประเทศมาก หวังว่าจะให้ธุรกิจในอุตสาหกรรมของอเมริกาแข็งแกร่งจากภายใน ซึ่งการส่งเสริมและปกป้องจนมากเกินพอดีนี้ก็ทำให้เกิดผลเสียในระดับโลกไม่เว้นแม้แต่กับชาติพันธมิตร
แต่สำหรับประเทศไทยเองก็ควรจะมีการปกป้องธุรกิจภายในประเทศบ้าง เป็นการปั้น National Champions ไปสู่ระดับนานาชาติ แต่ก็ไม่ใช่ทำให้คนรวยอยู่แค่ไม่กี่กลุ่ม ไม่กี่ครอบครัวที่กุมตลาดเมืองไทย นอกจากนี้บริษัทต่างชาติที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตที่กำลังจะย้ายไปต่างประเทศเพราะค่าแรงถูกกว่าก็กำลังจะทำให้เศรษฐกิจไทยอ่อนแอลง
ดังนั้นจึงควรมีการส่งเสริมธุรกิจของไทยขึ้นมา ไม่ต้องพึ่งพาการลงทุนจากบริษัทต่างชาติที่ไทยต้องให้สิทธิต่าง ๆ แต่ก็ไม่ค่อยได้ผลประโยชน์อะไรต่อประเทศชาตินัก ควรจะมีการส่งเสริมจากภาครัฐต่อภาคธุรกิจในประเทศแบบที่ประเทศเจริญแล้วทำกัน ซักวันเราอาจจะได้เห็นธุรกิจสัญชาติไทย#โดยคนไทย เพื่อคนทั้งโลกออกไปสู่เวทีนานาชาติอย่างสง่างามไม่ใช่เพียงยิ่งใหญ่อยู่ภายในประเทศเท่านั้น




