
หากเราไม่เปลี่ยนแปลง เราก็จะไม่เติบโต
หากเราไม่เติบโต เราก็จะไม่ฉลาด…
คนส่วนใหญ่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง และมักหลีกเลี่ยงมันอยู่เสมอ ทั้งที่ความเป็นจริงการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญและยอมรับให้ได้
เราควรตั้งคำถามเหล่านี้กับตัวเองว่า…
ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เราเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน?
ใน 5 ปีที่ผ่านมา เราเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด?
เรากำลังเผชิญกับความท้าทายอะไรใหม่?
หนังสือเล่มไหนที่ทำให้เราเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์?
ความสัมพันธ์และประสบการณ์ใดบ้างที่เปิดประตูให้คุณไปสู่โลกอีกใบ?
เราสามารถระงับความเจ็บปวดได้อย่างไร?
นิสัยที่ไม่ดีอะไรที่เราได้เลิกมัน?
นอกจากนี้ในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและผู้ปกครองก็มีความสำคัญมาก เพราะหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานที่ดีที่สุดในการเปลี่ยนแปลงชีวิตเชิงบวกก็คือ การพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อ แม่ และลูก ในขณะเดียวกันพ่อแม่ทุกคนไม่ได้สมบูรณ์แบบ เพราะใคร ๆ ต่างก็มีข้อบกพร่องของตนเองทั้งนั้น ดังนั้นก็เป็นหน้าที่ของลูกที่จะรับผิดชอบต่อตัวเองโดยไม่ทำในสิ่งที่พ่อแม่ของเราทำผิดพลาด แล้วก็ไม่ใช่ว่าเมื่อพ่อแม่ทำผิดแล้ว เราจะปล่อยเลยตามเลย สมาชิกในครอบครัวจะต้องคุยกันเพื่อให้เกิดการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง
ร่างกายของเราควบคุมเราหรือเราควบคุมร่างกาย?
ถ้าเราไม่สามารถควบคุมร่างกายของเราได้ เราก็จะไม่สามารถควบคุมจิตใจของตัวเองได้เช่นกัน
ถ้าเราไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ เราจะไม่สามารถควบคุมเวลาได้
ถ้าเราไม่ได้ควบคุมร่างกายของเรา แสดงว่าเรามีชีวิตที่หุนหันพลันแล่นและอยู่เหนือการควบคุมมากกว่าที่เราคิด
หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการฝึกควบคุมจิตใจก็คือการอดอาหาร เพราะในขณะที่เราอดอาหารเราจะเริ่มเข้าใจว่าตอนนี้เราเป็นอย่างไร จากนั้นเราจะมีความชัดเจนและสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น
เรียนรู้จากการอ่านและประสบการณ์
“การศึกษาเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดที่เราสามารถใช้มันเปลี่ยนแปลงโลก” – เนลสัน แมนเดลา
เนื่องจากการเรียนรู้และประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เรารู้ว่า เมื่อเจอเหตุการณ์ที่เหมือนหรือคล้ายกันเราจะจัดการกับมันอย่างไร โดยเฉพาะความล้มเหลว…ความล้มเหลวเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จ อย่างที่โทมัส เอดิสันล้มเหลวในการประดิษฐ์หลอดไฟมานักต่อนัก แต่เพราะความล้มเหลวที่ผ่าน ๆ มานี้เองที่ทำให้เขาเข้าใจทุกอย่างได้ดีขึ้น จากนั้นก็ปรับปรุงและพัฒนาจนในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จ
มีงานวิจัยจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าเมื่อคนเราอายุมากขึ้นก็จะเปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่หรือประสบการณ์ใหม่ ๆ น้อยลงเพราะพวกเขาต้องการอยู่กับสิ่งที่มั่นคง แน่นอน ไม่ต้องการเสี่ยงและท้าทายสิ่งใหม่ ซึ่งการปิดกั้นตัวเองเช่นนี้ทำให้ชีวิตของเราย่ำอยู่กับที่ ไม่เติบโตก้าวหน้า
การที่เราต้องการให้โลกเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมันต้องเริ่มจากตัวเรา ถ้าเราทุกคนเปลี่ยนแปลงตัวเองพัฒนาไปในทางที่ดี เราก็จะฉลาด และในที่สุดก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นได้
เป้าหมายของเราอาจเปลี่ยนแปลงไปหรืออาจจะใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจทำเรารู้สึกว่ายังอีกไกลกว่าจะไปถึง แต่ถ้าเราเปลี่ยนมุมมองความคิดไปเป็นการวัดความก้าวหน้าของเราแทน ว่าจากจุดเริ่มต้นมาจนถึงตอนนี้ชีวิตของเรามีความคืบหน้าไปมากน้อยอย่างไร และการที่เรารู้ความก้าวหน้าของเรานี่เองจะทำให้เรารู้สึกว่าเราทำสำเร็จเป็นลำดับขั้นมาเรื่อย ๆ ซึ่งจะทำให้เรามีแรงบันดาลใจไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้สำเร็จ
ชีวิตนี้เปรียบเสมือนห้องเรียน หากเราไม่เรียนรู้ที่จะเติบโตและเปลี่ยนแปลง เราก็จะพลาดจุดสำคัญ
สุดท้ายจึงขอฝากผู้อ่านว่าเราจะฉลาดได้ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลง
Cr. https://www.theladders.com/career-advice/how-to-become-more-intelligent-according-to-einstein?fbclid=IwAR3VLkg-zGPxMY0W9F0BdlIDrscXjIE1noYwFMB1YoeMcpjApPgLptYfF-Q







