
Coronavirus ทำเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกต้องหยุดชะงัก และการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วนั้นทำได้ยาก เนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 มีความรุนแรงอย่างมาก ทำให้ภาคธุรกิจและโรงงานต่าง ๆ ต้องปิดทำการชั่วคราว
Mike Chai เจ้าของโรงงานชาวออสเตรเลียได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ช่วงที่ผ่านมาโรงงานของเขาในมณฑลกวางตุ้งต้องปิดทำการ 2 เดือน ต้องยกเลิกการผลิตทุกอย่าง ตอนนี้โรงงานของเขากลับมาเปิดอีกครั้ง โดยมีพนักงานเพียง 60% กลับมาทำงาน ส่วนพนักงานหญิงหลายคนไม่สามารถกลับมาทำงานได้เนื่องจากต้องดูแลลูก เมื่อสถานการณ์ปกติแล้ว โรงงานของเขาก็ต้องผลิตสินค้าที่ได้ทำค้างไว้ หลังจากนั้นก็จะลดกำลังการผลิตลง
การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาส่งผละกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างสาหัส เช่น การก่อสร้างประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน
ในขณะที่อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ที่สำคัญในมณฑลหูเป่ยซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาดทั่วโลกได้ผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ในสัปดาห์นี้
แม้ว่าการประมาณการบางอย่างชี้ให้เห็นว่า 70% ของแรงงานกลับมาทำงานได้ แต่ธุรกิจขนาดเล็กหลายแห่งกำลังดิ้นรน
เจ้าของร้านค้าเล็ก ๆ บางแห่งก็ได้เลิกกิจการ เพราะค่าเช่าที่แพงเกินไป และปัจจัยอื่น ๆ
เศรษฐกิจของจีนเติบโตขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2519 ทั้งยังรอดชีวิตจากสงครามการค้าเมื่อเร็ว ๆ นี้กับสหรัฐอเมริกา วิกฤตการเงินโลกปี 2550 และการปราบปรามผู้ประท้วงในจัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อปี 2532
แต่ข้อมูลทางเศรษฐกิจชี้ให้เห็นว่าไม่มีการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงการระบาดของโคโรนาไวรัส และนั่นคือข่าวร้ายสำหรับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก
ตัวเลขของรัฐบาลแสดงให้เห็นว่ามีเพียง 4 ใน 41 อุตสาหกรรมที่ทำกำไรได้มากที่สุดในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดในจีนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการผลิตบุหรี่
เมื่อเร็ว ๆ นี้ โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่ากิจกรรมส่งออกจะหดตัว 9% ในไตรมาสแรกของปี และองค์กรติดตามเศรษฐกิจอีกแห่งหนึ่งคือ China Beige Book พบว่าตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจในเดือนมีนาคมนั้นแย่กว่าเดือนกุมภาพันธ์เมื่อการระบาดของจีนอยู่ในระดับสูงสุด โดยคาดว่า GDP จะหดตัวมากกว่า 10% ในไตรมาสแรก
ในระยะยาว CICC ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อการลงทุนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจีนได้คาดการณ์การเติบโตของ GDP ในปี 2020 เหลือเพียง 2.7% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตามปกติอยู่ที่ 6%
ประเทศจีนได้ตั้งเป้าหมายที่จะทะยานเศรษฐกิจเป็นสองเท่าจากปี 2010 ถึงปี 2020
Michael Pettis จากมหาวิทยาลัยปักกิ่งกล่าวว่าการคาดการณ์โดยธนาคารนั้นสำคัญมาก เพราะอาจเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเศรษฐกิจของจีน แม้ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจะเกิดการชะลอตัวลงเป็นเวลานาน แต่รัฐบาลจีนยังคงรักษาอัตราการเติบโตของ GDP โดยให้สินเชื่อแก่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีภาระหนี้
Pettis คาดว่ารัฐบาลจีนจะใช้เงินก้อนใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานและโครงการอื่น ๆ ในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตของ GDP แม้ว่าการใช้จ่ายส่วนใหญ่จะอยู่ในโครงการที่ไม่จำเป็น อย่างน้อยก็จะช่วยให้อุปสงค์การส่งออกของออสเตรเลีย เช่น แร่เหล็ก
นอกจากนี้ Mike Chai คิดว่าอย่างน้อยบุคคลในจีนจะสามารถรับมือได้ดีกว่าที่ผ่านมา อีกทั้งการที่คนจีนประหยัดเงิน
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงสามารถออกไปอยู่บ้านและดูแลเด็ก ๆ ได้
https://thenewdaily.com.au/finance/finance-news/2020/03/29/coronavirus-china-economy/







