เพื่อนครับ… ลองจินตนาการถึงนวัตกรรมที่ช่วยชีวิตคนได้นับล้าน แต่พอเอาไปเสนอโรงพยาบาล ผู้อำนวยการกลับส่ายหน้าแล้วบอกว่า “แพงเกินไป ไม่คุ้มลงทุน” คุณจะทำยังไงกับมันครับ?
ปลายศตวรรษที่ 19 อัตราการรอดชีวิตของทารกคลอดก่อนกำหนดต่ำมาก จนกระทั่งมีการคิดค้น “ตู้อบ” ที่ควบคุมอุณหภูมิและป้องกันการติดเชื้อได้สำเร็จ แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ ไม่มีโรงพยาบาลไหนยอมซื้อ เพราะราคาแพง ต้องใช้ไฟฟ้าที่ยังใหม่ในยุคนั้น และต้องจ้างพยาบาลดูแล 1 ต่อ 1 ตลอด 24 ชั่วโมง โรงพยาบาลในอเมริกามองว่าต้นทุนสูงเกินกว่าผลตอบแทนที่จะได้กลับมา
มาร์ติน คูนีย์ (Martin Couney) ผู้ผลักดันนวัตกรรมนี้ ตัดสินใจทำสิ่งที่ช็อกวงการแพทย์ที่สุด เขาพานางพยาบาลและขนตู้อบเด็กทั้งหมดไปตั้งนิทรรศการที่ Coney Island สวนสนุกและแหล่งรวมโชว์ที่โด่งดังที่สุดในนิวยอร์ก! ตั้งชื่อว่า “All the World Loves a Baby” แล้วเก็บค่าตั๋วเข้าชมคนละ 25 เซนต์ (ลองนึกภาพดูนะครับ มันคือการเอาวอร์ดเด็กแรกเกิดไปตั้งอยู่ข้างๆ รถไฟเหาะนั่นแหละครับ!)
ผู้คนนับล้านแห่กันมาดู เงินค่าตั๋วถูกนำมาจ่ายค่าไฟ ค่าอุปกรณ์ และจ้างพยาบาลมืออาชีพ โดยพ่อแม่ของเด็กไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว คูนีย์รันโมเดลนี้ในงานแสดงและสวนสนุกต่างๆ นานกว่า 40 ปี รวมถึงที่ Coney Island ตั้งแต่ปี 1903 จนถึงปี 1943 ช่วยชีวิตทารกตามที่บันทึกไว้กว่า 6,500 คน จนสถิติการรอดชีวิตที่ชัดเจนไปตบหน้าวงการแพทย์ และโรงพยาบาลทั่วอเมริกาต้องยอมรับนำตู้อบเข้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
บทสรุป
บางครั้งกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์จากสินค้าของเรามากที่สุด อาจไม่ใช่ “คนจ่ายเงิน” ให้เราเสมอไป ถ้าเชื่อมั่นว่าโปรดักต์มีคุณค่า แต่โดนปฏิเสธจากตลาดหลัก การกล้าหาโมเดลธุรกิจแบบใหม่ อาจเป็นทางรอดที่เปลี่ยนโลกได้ทั้งใบครับ
Reference:
BBC News: The man who ran a carnival attraction that saved thousands of premature babies
Martin Couney and the Infant Incubator Exhibition at Coney Island



