
ในช่วงที่มีวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลกกำลังประสบอยู่นี้ แต่ละประเทศก็ได้ใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจกันในรูปแบบต่างๆ ซึ่งอียู หรือ ประเทศในกลุ่มยุโรปได้พึ่งอนุมัติงบกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมหาศาลออกมา
หลักจากการประชุมอย่างนักหน่วงเกือบ 5 วัน ของบรรดาเหล่าผู้นำประเทศในทวีปยุโรป ซึ่งประกอบไปด้วยทั้งหมด 27 ประเทศ โดยมีแกนนำโดย นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมัน และ นาย แอมานุแอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส #ได้ประกาศเงินอัดฉีดจำนวนมหาศาลใหญ่ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์ เป็นเม็ดเงินจำนวนมากกว่า 750 พันล้านยูโร
โดยจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือแจกจ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศต่างๆที่ยากจน หรือได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิท 19 ที่ระบาดอย่างหนัก โดยไม่ต้องจ่ายเงินคืน หรือ ไม่เป็นการกู้ยืมเงินที่จะกระทบต่อภาระหนี้สินของแต่ละประเทศ
ในเวลานี้เองประเทศไทยของเรา ก็มีการกู้เงินจำนวนมากเช่นกัน การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเงินอัดฉีดเช่นนี้ บางธุรกิจอาจจะได้ประโยชน์ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับกันอย่างเท่าเทียม
ดังนั้นทุกคนควรระมัดระวังการลงทุน และลดภาระรายจ่ายที่จะเกิดขึ้นลง เพื่อประหยัดเงินและป้องกันการสูญเสียจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน




