
การแพร่ระบาดของ covid-19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่าง ๆ เป็นอย่างมาก เพราะคนส่วนใหญ่กลัวติดเชื้อไวรัส จึงเลือกที่จะอยู่บ้านและประหยัดเงินมากขึ้น ทีนี้ผู้ประกอบการจะทำยังไงดีล่ะ…
วันนี้เราก็เลยนำแนวทางที่สามารถช่วยเหลือคุณได้มาฝากกันค่ะ
1. การผลิตที่มากเกินไป (Over Production) SME ควรมีการคำนวณการผลิตให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า โดยอาศัยข้อมูลสถิติประกอบกับการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจมาเป็นตัวแปรในการตัดสินใจ ซึ่งต้องพิจารณาวัตถุดิบและแรงงานที่ต้องใช้งานระหว่างผลิต( Work In Process) รวมถึงควบคุมปริมาณการผลิตไม่ให้เกิน Safety stock
2. การรอคอย (Waiting) เป็นความสูญเปล่าประเภทหนึ่งที่ SME มักมองข้าม ซึ่งความสูญเปล่าประเภทนี้เกิดได้หลายช่วงในกระบวนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการรอวัตถุดิบ การรอคำสั่ง หรือรอเครื่องมือต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นการสูญเปล่าประเภทหนึ่ง หากลดความสูญเปล่าด้านการรอคอยได้ กระบวนการผลิตก็เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งวิธีการที่ถูกนำมาใช้คือระบบ Just In Time หรือระบบทันเวลาพอดี เป็นการวางแผนตั้งแต่การรับวัตถุดับการผลิตไปจนถึงการส่งสินค้าค้าถึงลูกค้า แบบทันเวลาพอดี ไม่มาเร็ว หรือช้าเกินกำหนด
3. การขนส่ง (Transportation) เป็นกิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่า ดังนั้นจึงต้องควบคุมและลดระยะทางในการขนส่งลงให้เหลือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ปัญหาที่ SME พบบ่อย ๆ เช่น ต้นทุนในการขนส่งสินค้าภายในระหว่างแผนก จากเครื่องจักร A ไป B หรือจากไลน์การผลิต 1 ไปสู่ไลน์การผลิต 2 ซึ่งระยะทางการขนส่งทำให้สูญเสียเชื้อเพลิงและแรงงาน ดังนั้นจึงต้องวางผังการขนส่งภายในใหม่ จัดส่วนงานการผลิตในแต่ละส่วนงานให้อยู่ในบริเวณใกล้กันเพื่อลดระยะทางขนส่งในแต่ละขั้นตอน นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยในการขนส่ง หรือเลือกใช้อุปกรณ์ขนถ่ายที่เหมาะสม เป็นต้น
4. ความสูญเสียเนื่องจากการเคลื่อนไหว (Motion) ท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น ต้องเอื้อมหยิบของที่อยู่ไกล ก้มตัวยกของที่วางอยู่บนพื้น ทำให้เกิดความล้าต่อร่างกายและทำให้เกิดความล่าช้าในการทำงานอีกด้วย ดังนั้นควรจัดให้มีการศึกษาการเคลื่อนไหว (Motion study) เพื่อนำไปปรับวิธีการทำงานให้เกิดการเคลื่อนไหวน้อยที่สุดและเหมาะสมที่สุดตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomic) เป็นต้น
5. ความสูญเสียเนื่องจากกระบวนการผลิต (Processing) เกิดจากกระบวนการผลิตที่มีการทำงานซ้ำ ๆ กันในหลายขั้นตอน ซึ่งไม่มีความจำเป็น และทำให้เกิดปัญหาจากกระบวนการผลิต เช่น เกิดต้นทุนที่ไม่จำเป็นของการทำงาน ซึ่งแนวทางที่เสนอคือ การวิเคราะห์กระบวนการผลิตทั้งกระบวนการ แล้วตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกเพื่อลดเวลา แล้วทำการจัดวางรูปแบบการผลิตใหม่ให้ชัดเจน
6. ความสูญเสียเนื่องจากการผลิตของเสีย (Defect) เมื่อของเสียถูกผลิตออกมา ซึ่งอาจจะต้องนำไปแก้ไขใหม่หรือนำไปกำจัดทิ้งซึ่งจะกลายเป็นต้นทุนให้กับกิจการ เพราะต้องเสียไปทั้งวัตถุดิบและแรงงานโดยเปล่าประโยชน์ แนวทางแก้ไขเพื่อการลดของเสียในการผลิต เช่น การสร้างมาตรฐานในการปฏิบัติงาน การจัดทำ Checklist ในการส่งต่องานในแต่ละแผนกหรือแต่ละไลน์การผลิต เป็นต้น
7. ความสูญเสียเนื่องจากการเก็บวัสดุคงคลัง (Inventory) การซื้อวัตถุดิบมาสต๊อคไว้ เป็นสิ่งหนึ่งที่ SME ทำเพื่อลดการสั่งซื้อบ่อย ๆ แต่ก็อาจเป็นปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดการโดยเฉพาะหากวัตถุดิบมีมากเกินไป หรือเสื่อมสภาพไป วิธีหนึ่งที่ช่วยจัดการปัญหานี้ได้คือ การกำหนดระดับในการจัดเก็บ มีจุดสั่งซื้อที่ชัดเจน ใช้ระบบเข้าก่อน ออกก่อน (First in first out) เพื่อป้องกันไม่ให้มีวัสดุตกค้างเป็นเวลานาน
แนวคิดดังกล่าว เป็นแนวคิดแบบ LEAN ซึ่งคิดค้นโดย Mr.Shigeo Shingo และ Mr.Taiichi Ohno โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขจัดความสูญเสีย 7 ประการ ซึ่ง SME สามารถนำมาปรับใช้กระบวนการผลิต หรือกระบวนการปฏิบัติการ เพื่อลดความสูญเปล่าให้เกิดคุณค่า ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถนำแนวคิดเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้กับกิจการของคุณได้
Cr. https://kkpadvicecenter.kiatnakin.co.th/…/money/bu…/LEAN-SME







