
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) สร้างปรากฎการณ์ IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กองทุนรวมของไทย เผยนักลงทุนให้ความสนใจ ทีทีบี สมาร์ทพอร์ต (ttb smart port) รูปแบบใหม่อย่างท่วมท้น ยอดซื้อวันแรกพุ่ง 1,600 ล้านบาท สัปดาห์เดียวมียอดซื้อรวม 10,000 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายสิ้นปี 2564 AUM ทะลุ 30,000 ล้านบาท พร้อมจัดโปรโมชันพิเศษช่วงวันที่ 15 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 2564 ชวนลงทุนสม่ำเสมอและต่อเนื่อง 12 เดือน เพื่อส่งเสริมสร้างวินัยการออมและการลงทุน เดินหน้าสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นทั้งในวันนี้และอนาคตต่อไป

นางกิดาการ ชัฏสุวรรณ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์กองทุนรวม ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) เปิดเผยว่า จากการที่ธนาคารได้เสนอขายพอร์ตการลงทุน ttb smart port รูปแบบใหม่แก่นักลงทุนทั่วไป เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากนักลงทุน และต้องเปิดใช้งาน Greenshoe หรือการจัดสรรสำรองเพิ่มเพื่อรองรับความต้องการที่มากกว่าจำนวนที่เสนอขาย โดยในวันแรกมียอดซื้อสูงถึง 1,600 ล้านบาท และภายในสัปดาห์แรกมียอดซื้อรวม 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ธนาคารตั้งเป้ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ภายในสิ้นปี 2564 อยู่ที่ 30,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสร้างประวัติศาสตร์กองทุนรวมประเภทกองทุนรวมต่างประเทศที่ซื้อขายได้รายวัน IPO ที่ใหญ่ที่สุด
“ธนาคารขอขอบคุณนักลงทุนที่ไว้วางใจและให้การตอบรับอย่างดี กับพอร์ตการลงทุน ttb smart port ด้วยความโดดเด่นที่เราตั้งใจออกแบบเพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่มากขึ้น และตอบโจทย์การลงทุนสำหรับทุกคน ภายใต้แนวคิด “เรียบง่าย” ด้วยการเลือกพอร์ตการลงทุนที่ง่าย สะดวก เลือกได้ตามสไตล์ของลูกค้า เพียงตั้งเป้าหมายก็เริ่มลงทุนได้และ “สบายใจ” เพราะมีผู้เชี่ยวชาญดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมี บลจ.ธนชาต และ Amundi ช่วยบริหารจัดพอร์ตการลงทุน เพื่อให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายการลงทุนตามต้องการได้อย่างสบายใจ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกลงทุนผ่าน 5 พอร์ต ได้ง่าย ๆ ตามระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม ได้แก่ 1. ttb smart port preserver (TSP-PRESERVER) ลงทุนในตราสารหนี้ไม่น้อยกว่า 80% 2. ttb smart port nurturer (TSP-NURTURER) ลงทุนในตราสารทุนไม่เกิน 40% 3. ttb smart port balancer (TSP-BALANCER) ลงทุนในตราสารทุนไม่เกิน 80% 4. ttb smart port explorer (TSP-EXPLORER) ลงทุนในตราสารทุน 0-100% และ 5. ttb smart port go-getter (TSP-GOGETTER) ลงทุนในตราสารทุนไม่น้อยกว่า 80% และลูกค้าสามารถมั่นใจได้จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ตั้งแต่จัดตั้งพอร์ตเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2560 พอร์ตที่ความเสี่ยงสูงสุด สามารถทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย 7.02% ต่อปี แม้จะเป็นช่วงวิกฤตโควิดก็ตาม” นางกิดาการ กล่าว






