

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการเคหะแห่งชาติ และธนาคารอาคารสงเคราะห์ จัดประชุมร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมในการให้บริการอำนวยความสะดวก และประชาสัมพันธ์เชิญชวนลูกค้าเอื้ออาทรทั่วประเทศที่ทำสัญญากู้เงินครบ 5 ปี ในปี 2563 ให้เข้ามาติดต่อยื่นคำร้องโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองให้เรียบร้อยก่อนที่มาตรการช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนของรัฐบาลเรื่องการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือ 0.01% จะสิ้นสุดลงในวันที่ 24 ธันวาคม 2563

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า รัฐบาลได้จัดทำมาตรการช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อยและปานกลาง โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทยลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์เหลือเพียง 0.01 % จากเดิม 2 % และลดค่าจดทะเบียนจดจำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือเพียง 0.01 % จากเดิม 1% สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วย ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 และจะสิ้นสุดลงในวันที่ 24 ธันวาคม 2563 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการเคหะแห่งชาติ จึงขอเชิญชวนให้ลูกค้าเร่งติดต่อขอยื่นคำร้องนัดวันโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 เพื่อที่ทางธนาคารอาคารสงเคราะห์จะดำเนินการนัดวันไปโอนกรรมสิทธิ์และ จดจำนองให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เนื่องจากต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าก่อนที่จะหมดระยะเวลาตามมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล ซึ่งลูกค้าที่ต้องการโอนกรรมสิทธิ์จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ “ทำสัญญาซื้อบ้านหรือห้องชุดกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดยการเคหะแห่งชาติเป็นผู้ค้ำประกันครบ 5 ปี รวมทั้งไม่มีหนี้ค้างชำระกับธนาคาร และคู่สมรสสามารถมาเซ็นยินยอมได้ในวันโอนกรรมสิทธิ์”
“อยากให้ลูกค้ารีบมาเร่งโอนกรรมสิทธิ์ เพราะใกล้จะสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือการลดค่าธรรมเนียม จดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดทะเบียนจดจำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือเพียง 0.01 % ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2563 ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวได้ ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID – 19 ลูกค้าจึงควรเร่งเข้ามาติดต่อ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองพร้อมกันจำนวนมากในช่วงท้ายมาตรการ เพื่อให้เป็นไปตามหลัก Social Distancing”
นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลจากการเคหะแห่งชาติมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท โดยกำหนดจับสลากด้วยการสุ่มรายชื่อผู้โชคดีจากคอมพิวเตอร์ (Random) 2 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 จับสลากในวันที่ 21 ตุลาคม 2563 สำหรับลูกค้าที่มีการโอนแล้วตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2562 – 30 กันยายน 2563 (ประกาศรายชื่อในวันที่ 26 ตุลาคม 2563) และครั้งที่ 2 จับสลากในเดือนมกราคม 2564 ซึ่งจะมีการประกาศให้ทราบอีกครั้งในภายหลัง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานการเคหะแห่งชาติทั่วประเทศ หรือ Call Center 1615





