นายรัชกร ชยาภิรัต หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกรรมทางการเงินภายในประเทศ ทีเอ็มบี กล่าวว่า “Supply Chain Financing และ E–Supply Chain มีเทรนด์การเติบโตที่น่าสนใจ หลังจากที่ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทต่อการทำธุรกรรมการเงินของไทย เริ่มจากการเดินหน้านโยบาย National e-Payment ที่ทำให้การโอนไม่มีค่าธรรมเนียม ทำให้ต้นทุนในการ โอน รับ จ่าย หมดไป ประกอบกับเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทำให้การรับ ส่งข้อมูลเปลี่ยนจากกระดาษมาสู่อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทั้ง 2 อย่างเป็นหัวใจสำคัญที่เข้ามาช่วยทำให้ซัพพลายเชนมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา”
“ทีเอ็มบี มองว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะรายกลางกับรายเล็ก ต้องการเงินทุนหมุนเวียนค่อนข้างเยอะและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนก็มีข้อจำกัด แต่เมื่อทั้งหมดทำบนแพลตฟอร์มที่เป็นดิจิทัลทำให้ธนาคารเห็นข้อมูลที่วิ่งผ่านผู้ซื้อและผู้ขายบนหมุนเวียนบนซัพพลายเชน และธนาคารสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์สินเชื่อได้ ทำให้การให้สินเชื่อเร็วขึ้น วิเคราะห์ความเสี่ยงได้ดีขึ้น นำไปสู่การให้สินเชื่อที่เร็ว วงเงินสูงขึ้นกว่าการให้สินเชื่อที่ไม่มีการค้ำประกัน”
นายรัชกร กล่าวว่า ความร่วมมือของทีเอ็มบี กับ ซี.เจ. ซูเปอร์มาร์เก็ต มีเป้าหมายที่จะเข้ามาช่วยยกระดับ และเพิ่มประสิทธิภาพในด้านของการบริหารจัดการประสิทธิภาพตลอดทั้งซัพพลายเชน โดย Pain Point ของระบบซัพพลายเชน ซึ่งที่ผ่านมา ซี.เจ. ซูเปอร์มาร์เก็ต มีการสั่งของกับซัพพลายเออร์ ตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ โดยใช้เอกสารกระดาษ แม้ว่า ซี.เจ. ซูเปอร์มาร์เก็ต จะมีระบบส่งข้อมูลเป็นอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว แต่ซัพพลายเออร์หลายราย ยังคงนิยมระบบเป็นเอกสารกระดาษ ทำให้เสียเวลา และต้นทุนก็มาก แล้วข้อมูลบางครั้งก็หายหรือตกหล่นไป ทีเอ็มบี จึงได้หาแพลตฟอร์มมาช่วยประยุกต์จากการทำธุรกรรมการสั่งซื้อจากกระดาษมาเป็นอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด โดย ซี.เจ. ซูเปอร์มาร์เก็ต สามารถส่งข้อมูลสั่งซื้อเป็นอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซัพพลายเออร์สามารถนำข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ไปผลิตสินค้า และสามารถใช้แพลตฟอร์มนี้เปลี่ยนข้อมูลคำสั่งซื้อมาเป็นใบสั่งซื้ออิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที แล้วข้อมูลก็จะอยู่บนแพลตฟอร์มที่สามารถส่งต่อมายัง ซี.เจ. ซูเปอร์มาร์เก็ตได้ ธุรกรรมทั้งหมดทำบนแพล็ตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้สามารถลดต้นทุน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และข้อมูลที่อยู่บนแพลตฟอร์มนี้สามารถเก็บเอามาวิเคราะห์ได้ตลอดไป ซึ่งเป็นการเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่จะนำไปสู่การเติบโตที่เข้มแข็งในอนาคตของทั้งตัวสปอนเซอร์ คือ ซี.เจ. ซูเปอร์มาร์เก็ต และตัวซัพพลายเออร์ที่เป็นคู่ค้าอีกด้วย”
ทั้งนี้ ทีเอ็มบี และ ซี.เจ. ซูเปอร์มาร์เก็ต ได้จัดงาน “Win with CJ Super Market Program by TMB” เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับ TMB Supply Chain Financing และ E–Supply Chain โดยมีซัพพลายเออร์คู่ค้าของ ซี.เจ. ซูเปอร์มาร์เก็ต ร่วมงานกว่า 200 บริษัท
“ธนาคารยุคใหม่ ต้องมองถึงการสร้าง Ecosystem ซึ่ง Ecosystem จะเกิดขึ้นเองไม่ได้ ต้องมีการจับมือกัน และทุกคนต้องเห็นประโยชน์ร่วมกัน เรียกได้ว่า Win Win Win กันทุกฝ่าย ซี.เจ. ซูเปอร์มาร์เก็ต ก็ Win เพราะสามารถบริหารซัพพลายเชน และสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ซัพพลายเออร์เองก็ Win ในแง่ของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายและเร็วขึ้น ส่วนทีเอ็มบี จะ Win ในแง่ของการได้ลูกค้าใหม่ๆ ด้วยการได้รับข้อมูลที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ สามารถนำมาวิเคราะห์ และสามารถปล่อยสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถเติบโต “ได้มากกว่า” ทั้งซัพพลายเชน” นายรัชกร กล่าวสรุป



