เพื่อนๆ เคยสังเกตไหมครับว่า ทำไมคนที่แสนดี ยอมช่วยเหลือคนอื่นตลอดเวลา ถึงมักจะเป็นคนที่ต้องแบกรับความเครียด หรือล้มป่วยด้วยโรคร้ายแรงบ่อยๆ?
https://www.advancedbizmagazine.com/คลิปวิดีโอจากอดีตคุณหมอช่อง Goobie and Doobie ได้หยิบยกประเด็นที่ชวนคิด เกี่ยวกับเนื้อเพลงคลาสสิก “Only the Good Die Young” (คนดีมักตายไว) ของคุณน้า Billy Joel และชวนให้เราปลดแอกตัวเองจากคำว่า “คนดี” ครับ ลองมาดูเหตุผลทางจิตวิทยากันครับ ว่าทำไมการเป็นแค่ “คนธรรมดา” ถึงอาจจะดีต่อสุขภาพและชีวิตของเรามากกว่า
คำว่า “คนดี” อาจเป็นแค่เครื่องมือควบคุมทางสังคม ตั้งแต่เด็ก เราถูกปลูกฝังให้เป็นคนดีผ่านวัฒนธรรม องค์กร หรือแม้แต่สื่อต่างๆ เพื่อให้เราทำตามกฎระเบียบ ลึกๆ แล้วมนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่กลัวการถูกทอดทิ้งการได้รับป้ายชื่อว่าเป็น “คนดี” จึงเหมือนเป็นยันต์กันผีที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัย ว่าจะมีคนยอมรับและไม่ถูกขับไล่ออกจากกลุ่ม
เป็นคนดีของทุกคน… ยกเว้น “ตัวเอง” หลายครั้งคนเรายอมเสียสละความต้องการพื้นฐาน ยอมอดนอน ทิ้งเวลาพักผ่อนกลางธรรมชาติ หรือยอมทำงานจนหมดสภาพเพื่อเป็นพนักงานที่ทุ่มเท หรือเป็นที่พึ่งของทุกคนจนลืมไปว่าร่างกายและจิตใจของเรากำลังพังทลายจากการไม่ได้ชาร์จแบตเตอรี่ชีวิตเลย (ลองนึกภาพแบตเตอรี่ที่เหลือ 1% ตลอดเวลาดูสิครับ)
เมื่อร่างกายประท้วงด้วยความเจ็บป่วย การพยายามแบกความคาดหวังและเอาใจทุกคนอยู่เสมอ (People Pleaser) ทำให้ร่างกายต้องเผชิญกับความเครียดสะสมยาวนานแบบเครื่องยนต์ที่ไม่ได้พัก จนวันหนึ่งร่างกายอาจทนไม่ไหวและประท้วงเราออกมา ในรูปแบบของความเจ็บป่วยร้ายแรง หรือโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง
อนุญาตให้ตัวเองเป็นแค่ “คนธรรมดา” ก็พอ โลกนี้ไม่มีใครดี 100% หรือร้าย 100% ครับ การเลิกยึดติดกับภาพลักษณ์คนดี ไม่ได้แปลว่าเราต้องลุกขึ้นมาเป็นตัวร้ายในละครหลังข่าว แต่คือการอนุญาตให้ตัวเอง “เห็นแก่ตัว” ในเรื่องที่จำเป็น กล้าปฏิเสธ กล้าที่จะไม่น่ารักบ้างในบางวัน เพื่อปกป้องสุขภาพจิตและพื้นที่ส่วนตัวของเราเอง
การใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ไม่ใช่การอยู่เพื่อตอบสนองความคาดหวังของใครจนตัวเองหมดแรง แต่คือการดูแลตัวเองให้แข็งแรงพอที่จะอยู่ร่วมกับผู้คนรอบข้างได้อย่างสมดุลต่างหากครับ เพื่อนๆ คิดเห็นยังไงกับมุมมองนี้บ้าง ลองถอยมารักตัวเองและ ใจดีกับตัวเองให้มากขึ้นตั้งแต่วันนี้เลยดีไหมครับ?
Ref:
“Letting Go of Being a Good Person” – Goobie and Doobie (YouTube)


