เคยไหมครับ? ตั้งใจไปซื้อแค่มือถือใหม่เครื่องเดียว แต่จบลงด้วยการซื้อเคสแพงๆ ต้องเปลี่ยนหัวชาร์จ ซื้อหูฟังไร้สาย และแท่นชาร์จ เพื่อให้มัน “เข้าชุดกัน” ทั้งหมด
นี่ไม่ใช่แค่การใช้เงินเกินตัว แต่มันคือปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่เรียกว่า “Diderot Effect” ชื่อนี้มาจาก Denis Diderot นักปรัชญาชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 18 ที่เคยยาก จนกระทั่งปี ค.ศ. 1765 จักรพรรดินีแคทเธอรีนมหาราชแห่งรัสเซียทรงรับซื้อห้องสมุดของเขา เขาจึงได้เงินก้อนโตในชั่วข้ามคืน และสิ่งแรกที่เขาทำคือหา “เสื้อคลุมยาวสีแดงกำมะหยี่หรูหรา” มาสวมใส่
พอใส่เสื้อหรูตัวนี้เดินในห้องทำงาน เขากลับรู้สึกว่า โต๊ะไม้ผุๆ หรือเก้าอี้เก่าๆ ช่างดูต่ำต้อยและไม่คู่ควรกับเสื้อตัวนี้เอาเสียเลย! เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนพรมใหม่ ซื้อโต๊ะหรูจากต่างประเทศ เปลี่ยนเก้าอี้หนัง และซื้อรูปปั้นมาประดับ สุดท้ายเขาใช้เงินหมดไปกับการหาของมา “จับคู่” ให้เข้ากับเสื้อคลุม จนกลับมาเป็นหนี้อีกครั้ง!
เขาเขียนเตือนสติไว้ว่า “ฉันเคยเป็นเจ้านายของเสื้อคลุมเก่า แต่ตอนนี้ฉันกลายเป็นทาสของเสื้อคลุมตัวใหม่ไปเสียแล้ว”
Diderot Effect คือการที่ของใหม่ 1 ชิ้น มักจะกระตุ้นให้เราอยากได้ของใหม่เพิ่มเรื่อยๆ เพื่อรักษาสภาพความเข้าชุดกัน เราไม่ได้ซื้อเพราะประโยชน์ แต่ซื้อเพื่อรักษา “ตัวตน”
วิธีหลุดพ้นจากวงจรนี้ มี 2 กฎง่ายๆ ครับ: One-In, One-Out Rule: ซื้อของใหม่ 1 ชิ้น ต้องบังคับตัวเองให้ทิ้งหรือบริจาคของเก่า 1 ชิ้น เพื่อป้องกันการสะสม
Avoid the Trigger: ก่อนซื้อของแปลกใหม่เข้าบ้าน ให้รอ 3 วันแล้วถามตัวเองว่า “ต้องซื้อชิ้นอื่นตามมาให้เข้าชุดไหม?” ถ้าใช่… ปล่อยมันไปครับ
ในบ้านของเพื่อนๆ ตอนนี้ มีของชิ้นไหนที่ซื้อมาแล้วลุกลามให้เสียเงินเพิ่มไม่หยุดบ้าง? ลองคอมเมนต์แชร์กันหน่อยนะครับ!
References:
Diderot, D. (1769). Regrets on Parting with My Old Dressing Gown.
McCracken, G. (1988). Culture and Consumption.
Clear, J. (2018). Atomic Habits.


