กว่าจะมาเป็น Jack Ma

0
1289

หม่า หยุน หรือที่ทุกคนรู้จักในนาม Jack Ma เด็กชายที่เกิดในครอบครัวศิลปินในเมืองหางโจว ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เขาเป็นลูกคนที่สองโดยมีพี่ชายและน้องสาว

เชื่อว่าหลายคนคงเคยฟังเรื่องราวชีวิตของ Jack Ma มาบ้างแล้ว และเมื่อได้ฟังจึงทำให้หลาย ๆ คนยกให้เขาเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต เพราะกว่าเขาจะประสบความสำเร็จเป็นนักธุรกิจระดับโลก ชีวิตของเขาพบเจออุปสรรคมากมายเขาเป็นเพียงเด็กชายคนหนึ่งที่เกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจน ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด เมื่ออายุได้ 8 ปี เขาได้เป็นไกด์ทัวร์ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งเขาได้ใช้ช่วงเวลานี้ในการฝึกฝนภาษาอังกฤษ และมีนักท่องเที่ยวคนหนึ่งตั้งชื่อให้เขาว่า Jack เพื่อให้เรียกง่ายขึ้น นี่จึงเป็นที่มาของชื่อ Jack Ma นั่นเอง

Jack Ma เป็นไกด์อยู่ประมาณ 9 ปี จากนั้นก็เข้าศึกษาต่อที่สถาบันครูในเมืองหางโจวและเรียนจนจบปริญญาตรีในสาขาวิชาภาษาอังกฤษ ด้วย Jack Ma เล็งเห็นความสำคัญของภาษาอังกฤษว่าจะช่วยทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น เมื่อเรียนจบก็ได้ไปเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษและการค้าระหว่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยหางโจวเป็นเวลาประมาณ 5 ปี จากนั้นเขาก็ลาออกเพื่อไปทำตามเป้าหมายของตัวเอง

หลังจากที่ Jack Ma ลาออกจากอาชีพครู เขาก็ได้ไปสมัครงานหลายที่ แต่ก็ถูกปฏิเสธนับครั้งไม่ถ้วน เขามักเป็นเพียงคนเดียวในบรรดาผู้สมัครที่ชวดงานเสมอ แม้แต่ร้าน KFC ยังไม่รับเขาเข้าทำงาน แต่หลังจากที่เขาร่ำรวยเป็นนักธุรกิจระดับโลกแล้วเขาก็ได้กลายเป็นเจ้าของ KFC ในประเทศจีน เหตุเพราะเขาแค่บอกกับเลขาว่าอยากกิน KFC ผ่านไปประมาณ 10 นาที เลขาก็กลับมาพร้อมกับรายงานว่า ดิฉันได้ซื้อ KFC ในราคา 460 ล้านดอลลาร์เรียบร้อยแล้วค่ะ

สำหรับจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจของ Jack Ma เกิดจากการที่เขาได้รู้เรื่องอินเทอร์เน็ต และด้วยความที่เป็นคนมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ทำให้เขามองเห็นโอกาสในการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจ ในปี 1995 Jack Ma ได้ก่อตั้งเว็บไซต์ “China Yellow Pages” ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่จดทะเบียนธุรกิจและผลิตภัณฑ์ของจีน ผ่านไป 3 ปี บริษัทของเขาก็สามารถทำเงินได้กว่า 5 ล้านหยวน หรือราว ๆ กว่า 24 ล้านบาท

ต่อมาในปี 1999 Jack Ma กับเพื่อน ๆ ได้ร่วมกันก่อตั้ง Alibaba ขึ้นมา เพื่อเป็นศูนย์รวมการทำการค้าระหว่าง Business-to-Business (B2B) ในช่วงระหว่างปี 1999-2000 เขาได้เริ่มทำการตลาดแบบ E-commerce สร้างเว็บไซต์แพลตฟอร์มขึ้น โดยเน้นไปที่กลุ่มของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) เพื่อผลักดันให้สามารถแข่งขันกับการค้าระดับโลกอย่าง World Trade Organization (WTO) หรือองค์การการค้าโลก จนเมื่อปี 2003 Jack Ma ได้เปิดตัวเว็บไซต์ Taobao.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ค้าขายออนไลน์แบบ Business-to-Consumer (B2C) ที่เปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าชาวจีนมาขายของออนไลน์ นอกจากนั้นยังเปิด Alipay ซึ่งเป็นระบบจ่ายเงินออนไลน์อีกด้วย

ปี 2014 ได้มีการจัดอันดับมหาเศรษฐีของประเทศจีน ซึ่งคนที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศจีนนั่นก็คือ Jack Ma โดยมีทรัพย์สินกว่า 6 แสนล้านบาท และในปีเดียวกัน Jack Ma ได้นำ Alibaba เข้าตลาดหุ้นที่อเมริกา และระดมทุนได้ราว ๆ กว่า 7.8 แสนล้านบาท ส่งผลให้ในปี 2016 Jack Ma กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชียด้วยทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านบาท และในปี 2018 Jack Ma มีทรัพย์สินอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 20 ของโลกในที่สุด ปัจจุบัน Jack Ma เป็นเศรษฐีอันดับที่ 17 ของโลก โดยมีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ 38.8 พันล้านดอลลาร์

จากคนที่ถูกปฏิเสธแทบทุกครั้งที่ไปสมัครงาน กลายเป็นเจ้าของร้านที่ไม่รับเขานั่นเอง โดย Jack Ma ได้กล่าวไว้ว่า “แน่นอนว่าคุณไม่มีความสุขหรอกหากได้รับการปฏิเสธจากผู้คน แต่ก็แค่กลับไปนอน ตื่นขึ้นมา และลองใหม่อีกครั้ง” ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาไม่ย่อท้อ แม้จะไม่มีบริษัทไหนรับเขาเข้าทำงานเลยก็ตาม

เส้นทางชีวิตของ Jack Ma ที่กว่าจะมีวันนี้นั้นไม่ง่าย แต่เขาก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาทำได้ ด้วยความที่เขาเป็นคนมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ไม่ยอมแพ้พ่ายต่ออุปสรรค Alibaba เอง ก็ไม่ใช่บริษัทที่ประสบความสำเร็จสูงสุดเลยตั้งแต่แรก ทุกอย่างต้องใช้เวลา ความพยายาม และความมุ่งมั่นตั้งใจ ดังที่ Jack Ma ได้กล่าวเอาไว้ว่า “ในวันที่มืดหม่นของ Alibaba ถ้าเพียงคุณไม่ยอมแพ้ โอกาสก็ยังเป็นของคุณตลอดเวลา และในวันที่คุณยังเป็นเพียงพนักงานตัวเล็ก ๆ จงตั้งมั่นและเชื่อถือในสติปัญญาของตัวเอง ไม่ใช่พละกำลัง

นอกจากบทบาทนักธุรกิจแล้ว Jack Ma ยังทำโครงการการกุศลด้วย โดยในปี 2006 Alibaba เปิดตัวโครงการการกุศล เพื่อช่วยเหลือแม่ผู้ด้อยโอกาสในประเทศจีน ซึ่งแม่ที่เข้าร่วมโครงการได้รับการฝึกอบรมอาชีพโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งยังได้รับทุนสนับสนุนให้เป็นผู้ประกอบการออนไลน์ ในปี 2014 Jack Ma ก่อตั้งมูลนิธิ Jack Ma Foundation เพื่อบริจาคเงินช่วยเหลือและสนับสนุนโครงการ ซึ่งไม่เพียงแต่ในประเทศเท่านั้น มูลนิธิ Jack Ma Foundation ยังให้ความช่วยเหลือประเทศอื่น ๆ อีกด้วย

การที่ Jack Ma มีฐานะยากจนมาก่อนทำให้เขาเข้าใจว่าการที่เลือกเกิดไม่ได้นั้น ทำให้พลาดโอกาสดี ๆ ในชีวิตไปมาก เขาจึงเดินหน้าโครงการการกุศลเพื่อมอบโอกาสให้กับผู้ยากไร้ ให้ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในขณะเดียวกันแม้ว่าเราจะเกิดมามีต้นทุนไม่มาก แต่หากเรามีความพยายาม มุ่งมั่นตั้งใจ สักวันเราจะประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย เหมือนอย่างเขาที่ใช้มันอย่างคุ้มค่า เปลี่ยนเด็กที่มีฐานะยากไร้ ให้กลายเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีของโลก

Advertisement
Previous articleจุฬาฯ -กสิกรไทย ประกาศความสำเร็จ CU NEX แพลตฟอร์มตอบโจทย์ New Normal เดินหน้าสู่ ‘Digital Lifestyle University’ เต็มรูปแบบ
Next articleเทรนด์ไมโคร เผยผลประกอบการไตรมาสแรกของต้นปี 2020 อยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแกร่ง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.