เพื่อนครับ… เคยเป็นไหมครับ ตอนซื้อกาแฟแก้วแรก พนักงานยื่นบัตรสะสมแต้มให้ พร้อมบอกว่า “ซื้อครบ 10 แก้ว รับฟรี 1 แก้ว” ตอนแรกเราอาจไม่ได้สนใจอะไร แต่พอสะสมได้ 8 หรือ 9 แต้ม กลับเริ่มคิดว่า อีกนิดเดียวก็จะได้กาแฟฟรีแล้ว! ทำไมแค่ตราประทับเล็กๆ ถึงทำให้เราอยากกลับไปร้านเดิม? เรื่องนี้อธิบายได้ด้วยหลักจิตวิทยาที่เรียกว่า Goal-Gradient Effect หรือแนวโน้มที่คนเราจะพยายามมากขึ้นเมื่อรู้สึกว่าใกล้ถึงเป้าหมาย
ในปี 2006 นักวิจัยนำโดย Ran Kivetz จาก Columbia University ศึกษาพฤติกรรมลูกค้าในโปรแกรมสะสมแต้มของร้านกาแฟ และพบว่า ยิ่งลูกค้าเข้าใกล้รางวัลกาแฟฟรี พวกเขายิ่งมีแนวโน้มกลับมาซื้อกาแฟถี่ขึ้น แต่ยังมีการทดลองที่น่าสนใจกว่านั้นครับ
นักวิจัยเปรียบเทียบบัตรสะสมแต้มสองแบบ แบบแรก ซื้อกาแฟครบ 10 แก้ว รับฟรี 1 แก้ว แบบที่สอง ต้องสะสม 12 แต้ม แต่ร้านแจกโบนัสให้ก่อนทันที 2 แต้ม ลองคิดดูนะครับ ทั้งสองแบบต้องซื้อกาแฟจริงเท่ากันคือ 10 แก้ว แต่แบบที่สองทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเริ่มสะสมไปแล้ว!
ผลการทดลองพบว่า ลูกค้าที่ได้รับโบนัส 2 แต้มตั้งแต่แรก ใช้เวลาสะสมครบเฉลี่ย 12.7 วัน ขณะที่อีกกลุ่มใช้เวลาเฉลี่ย 15.6 วัน ต่างกันเกือบ 3 วัน ทั้งที่ต้องซื้อกาแฟจำนวนเท่ากัน! เหตุผลสำคัญคือ การเห็นแต้มที่มีอยู่แล้ว ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองเริ่มเข้าใกล้รางวัล จึงมีแรงจูงใจที่จะสะสมต่อให้ครบ
สิ่งที่น่าสนใจในมุมธุรกิจคือ ร้านกาแฟไม่ได้ใช้บัตรสะสมแต้มเพียงเพื่อแจกของฟรี แต่ยังใช้เป็นเครื่องมือกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ โดยทำให้ลูกค้ามองเห็นความคืบหน้าไปสู่รางวัล นี่จึงเป็นตัวอย่างของการนำจิตวิทยาพฤติกรรมผู้บริโภคมาออกแบบระบบรักษาฐานลูกค้า แม้จำนวนสินค้าที่ต้องซื้อจะเท่าเดิม แต่การนำเสนอความคืบหน้าต่างกัน ก็อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อได้ เรื่องของบัตรสะสมแต้มทำให้เห็นว่า บางครั้งกลยุทธ์การตลาดไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มมูลค่าของรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า เป้าหมายที่ต้องการนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม
Sources
Journal of Marketing Research — The Goal-Gradient Hypothesis Resurrected (2006)
Columbia Business School — Purchase Acceleration, Illusionary Goal Progress, and Customer Retention
Journal of Consumer Research — The Endowed Progress Effect (2006)


