back to top
More

    ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ: เมื่อการสร้างมูลค่าไม่ได้เริ่มจากการมีมากขึ้น

    Must read

    - Sponser -

    การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ: เมื่อธุรกิจต้องสร้างมูลค่าให้มากขึ้นจากสิ่งที่มีอยู่

    ในวันที่ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น การแข่งขันในตลาดรุนแรงขึ้น และธุรกิจต้องรับมือกับความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานมากกว่าเดิม การ “ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ” กำลังกลายเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของภาคธุรกิจ เพราะความสามารถในการแข่งขันไม่ได้วัดกันเพียงว่าใครผลิตได้มากกว่า แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถสร้างมูลค่าได้มากกว่าเมื่อเทียบกับทรัพยากรที่ใช้

    OECD ให้นิยาม Resource Productivity ว่าเป็นปริมาณมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สร้างได้ต่อหน่วยของทรัพยากรที่ใช้ ขณะที่ Productivity โดยทั่วไปสะท้อนประสิทธิภาพของการใช้ปัจจัยการผลิตเพื่อสร้างผลผลิต แนวคิดทั้งสองจึงทำให้คำว่า “ประสิทธิภาพ” มีความหมายมากกว่าการลดต้นทุน แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความสามารถของธุรกิจในการสร้างผลลัพธ์จากทรัพยากรที่มีอยู่

    s 2 web 1 - Advanced Business Magazine

    การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่การใช้ให้น้อยลง

    เมื่อพูดถึง Resource Efficiency หลายธุรกิจอาจนึกถึงการลดการใช้พลังงาน ลดของเสีย หรือลดปริมาณทรัพยากรในกระบวนการผลิต แต่ในมุมของธุรกิจ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมีความหมายกว้างกว่านั้น เพราะเป้าหมายสำคัญคือการทำให้ทรัพยากรที่ถูกนำเข้าสู่ระบบสามารถสร้างมูลค่าได้เหมาะสมที่สุด

    OECD ระบุว่า Resource Efficiency ครอบคลุมตั้งแต่ประสิทธิภาพทางเทคนิคของการใช้ทรัพยากร ไปจนถึง Resource Productivity หรือความสามารถในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากทรัพยากรในปริมาณหนึ่ง การปรับปรุงประสิทธิภาพจึงอาจเกิดขึ้นได้ทั้งจากการใช้ทรัพยากรน้อยลงเพื่อผลิตผลลัพธ์เท่าเดิม หรือการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้นจากทรัพยากรในปริมาณเท่าเดิม

    มุมมองนี้ทำให้ Resource Efficiency กลายเป็นเรื่องของกลยุทธ์ ไม่ใช่เพียงเรื่องของฝ่ายผลิต เพราะตั้งแต่การเลือกทรัพยากร การออกแบบสินค้า การวางกระบวนการผลิต ไปจนถึงการหาตลาด ล้วนมีผลต่อมูลค่าที่ธุรกิจจะสร้างได้จากทรัพยากรนั้น

    ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ: เมื่อการสร้างมูลค่าไม่ได้เริ่มจากการมีมากขึ้น

    เมื่อทรัพยากรเดิมสามารถสร้างมูลค่าใหม่ได้

    อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การเพิ่มประสิทธิภาพไม่ได้จำเป็นต้องเกิดจากการปรับปรุงกระบวนการเดิมเสมอไป แต่อาจเกิดจากการนำทรัพยากรที่มีอยู่ไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หรือการใช้งานรูปแบบใหม่

    นี่คือจุดที่ Resource Efficiency เชื่อมโยงกับ Innovation เพราะเมื่อธุรกิจไม่ได้มองทรัพยากรเพียงจากหน้าที่เดิม แต่พิจารณาถึงศักยภาพในการนำไปต่อยอด ก็สามารถเปิดโอกาสให้เกิดผลิตภัณฑ์ ตลาด หรือห่วงโซ่ธุรกิจรูปแบบใหม่ได้

    สำหรับภาคอุตสาหกรรม แนวคิดดังกล่าวมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ โดย UNIDO มอง Resource Efficiency และ Cleaner Production เป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันการจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพยังเชื่อมโยงกับการพัฒนาเทคโนโลยีและการสร้างอุตสาหกรรมที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

    PiLeatha: จากใบสับปะรดสู่โอกาสในตลาดใหม่

    กรณีของ PiLeatha เป็นหนึ่งตัวอย่างที่ช่วยให้เห็นแนวคิดเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในระดับผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจนขึ้น เพราะ PiLeatha นำ Pineapple Leaf Fibre หรือ PALF มาพัฒนาร่วมกับ Natural Rubber Latex และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย

    ข้อมูลจาก PiLeatha ระบุว่า PiLeatha Classic ประกอบด้วย PALF 50% และ Natural Rubber Latex 50% โดยผลิตภัณฑ์ถูกนำเสนอสำหรับการใช้งานหลายกลุ่ม ตั้งแต่ Bag, Furniture, Accessories, Packaging, Interior, Stationery ไปจนถึง Automotive

    สิ่งที่น่าสนใจในมุมของ Resource Efficiency จึงไม่ได้อยู่เพียงการนำใบสับปะรดมาใช้ แต่คือการทำให้ทรัพยากรดังกล่าวสามารถเข้าสู่กระบวนการพัฒนาและเชื่อมต่อกับตลาดปลายทางที่หลากหลายได้ จากทรัพยากรในภาคเกษตรจึงเกิดการต่อยอดผ่านองค์ความรู้ การพัฒนาเทคโนโลยี และการออกแบบผลิตภัณฑ์

    PiLeatha จึงเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนว่า การเพิ่มมูลค่าจากทรัพยากรไม่ได้จำเป็นต้องหมายถึงการเพิ่มปริมาณการใช้เสมอไป แต่อาจหมายถึงการเพิ่ม “คุณค่าทางเศรษฐกิจต่อหน่วยทรัพยากร” ผ่านการพัฒนาให้ตอบโจทย์ตลาดที่มีความต้องการแตกต่างกัน

    PiLeatha 7 1 - Advanced Business Magazine

    ประสิทธิภาพที่แท้จริงต้องมองตั้งแต่ต้นทางถึงตลาด

    อย่างไรก็ตาม การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้จบลงที่การค้นหาวิธีใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น ธุรกิจยังต้องพิจารณาต้นทุนของกระบวนการพัฒนา ความสามารถในการผลิต คุณภาพ การจัดหา การขนส่ง และความต้องการของตลาดควบคู่กันไป

    เพราะทรัพยากรหนึ่งชนิดจะมีมูลค่าทางธุรกิจมากหรือน้อย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวทรัพยากรเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับระบบทั้งหมดที่ทำให้ทรัพยากรนั้นเดินทางจากต้นทางไปสู่สินค้าหรือบริการที่ลูกค้าพร้อมจ่าย

    นี่เป็นเหตุผลที่ OECD มอง Resource Efficiency ในภาพรวมตลอดวงจรชีวิตและห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ UNIDO ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตควบคู่กับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม

    โอกาสของธุรกิจไทยอาจอยู่ที่ “สิ่งที่มีอยู่แล้ว”

    สำหรับประเทศไทย แนวคิดนี้น่าสนใจเพราะการสร้างธุรกิจใหม่ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการค้นหาทรัพยากรใหม่ทั้งหมดเสมอไป แต่อาจเริ่มจากการกลับมาสำรวจสิ่งที่มีอยู่แล้วในระบบเศรษฐกิจ แล้วถามต่อว่ามีวิธีใดที่จะเพิ่มมูลค่าของสิ่งเหล่านั้นผ่านเทคโนโลยี การออกแบบ การวิจัย หรือการเชื่อมโยงกับตลาดใหม่

    PiLeatha เป็นหนึ่งกรณีที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าว จากทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพัฒนาและเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์สำหรับหลายอุตสาหกรรม สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรูปของทรัพยากร แต่เป็นการสร้างเส้นทางใหม่ให้ทรัพยากรสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้

    ท้ายที่สุด การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ อาจไม่ได้หมายถึงการพยายามใช้ให้น้อยที่สุด แต่คือการทำให้ทรัพยากรแต่ละหน่วยสร้างคุณค่าได้มากที่สุดเท่าที่ศักยภาพของธุรกิจจะทำได้ และเมื่อ Efficiency ถูกมองควบคู่กับ Innovation และ Value Creation สิ่งที่ธุรกิจมีอยู่แล้วอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ได้มากกว่าที่เคยคิด

    แหล่งอ้างอิง

    1. OECD — Resource Efficiency and Circular Economy
    2. OECD — Policy Guidance on Resource Efficiency
    3. OECD — Measuring Productivity
    4. UNIDO — Cleaner Production and Circular Economy
    5. PiLeatha — PiLeatha Classic
    - Sponser -
    - Advertisement -

    More articles

    LEAVE A REPLY

    Please enter your comment!
    Please enter your name here

    - Sponser -
    signha lemon soda ads 300x250

    Latest article

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

    Privacy Preferences

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    Allow All
    Manage Consent Preferences
    • Always Active

    Save