เพื่อนครับ ลองนึกภาพดูนะครับ ถ้าเทคโนโลยีที่สร้างมาเพื่อกองทัพ วันหนึ่งกลับกลายมาเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณหาทางไปร้านส้มตำที่ไม่เคยไปได้แบบไม่หลง… ฟังดูเป็นเรื่องที่ไปกันไม่ได้เลยใช่ไหมครับ? แต่นั่นคือเส้นทางที่แท้จริงของ GPS ครับ
ย้อนกลับไปปี 1957 หลังจากสหภาพโซเวียตส่งดาวเทียม Sputnik ขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จ นักวิทยาศาสตร์อเมริกันสองคนที่มหาวิทยาลัย Johns Hopkins สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่น่าสนใจมากครับ พวกเขาพบว่าสัญญาณวิทยุจากดาวเทียมที่บินผ่านมีความถี่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามตำแหน่งที่มันบินอยู่ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Doppler Effect ครับ
และถ้าเรารู้ตำแหน่งของดาวเทียมแน่นอน เราก็สามารถคำนวณกลับมาได้ว่าตัวเราอยู่ตรงไหนบนโลก
กองทัพสหรัฐฯ มองเห็นศักยภาพทันทีครับ พวกเขาต้องการระบบนำทางที่แม่นยำสำหรับหน่วยรบทุกประเภท ทั้งเรือดำน้ำ เรือผิวน้ำ เครื่องบิน และหน่วยภาคพื้นดิน เพราะการปฏิบัติการทางทหารให้แม่นยำ ต้องรู้ตำแหน่งตัวเองแม่นยำก่อนเป็นอันดับแรก
ปี 1973 โครงการ NAVSTAR GPS เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการครับ ด้วยงบประมาณมหาศาลจากกระทรวงกลาโหม และใช้เวลาพัฒนานานเกือบ 20 ปี กว่าจะมีดาวเทียมครบ 24 ดวงโคจรรอบโลกในปี 1993
ตลอดหลายสิบปีนั้น GPS ถูกควบคุมโดยกองทัพเท่านั้นครับ คนทั่วไปแทบไม่มีโอกาสได้ใช้เลย
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2000 ครับ ประธานาธิบดี Bill Clinton ลงนามยกเลิกระบบที่เรียกว่า Selective Availability ซึ่งเป็นระบบที่ทำให้สัญญาณ GPS สำหรับพลเรือนคลาดเคลื่อนโดยตั้งใจ เพื่อป้องกันศัตรูนำไปใช้ในทางที่ไม่ดี
ทันทีที่ปลดล็อกครับ ความแม่นยำของ GPS สำหรับคนทั่วไปดีขึ้นจาก 100 เมตร เหลือเพียงไม่กี่เมตร และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของทุกแอปนำทางที่เราใช้กันทุกวันนี้
เทคโนโลยีที่ครั้งหนึ่งกองทัพเคยหวงห้ามแบบสุดชีวิต ไม่ยอมให้ใครแตะ วันนี้มันมานอนเฉยๆ อยู่ในมือถือคุณ ทำงานทุกครั้งที่คุณกดแอปเรียกรถไปทำงาน ส่งพัสดุด่วนให้ลูกค้า หรือแม้แต่ตอนหิวจัดกลางดึกแล้วกดสั่งของกินมาส่งที่บ้าน (ใช่ครับ เทคโนโลยีที่กองทัพสร้างมาเพื่อยิงขีปนาวุธให้แม่นยำ วันนี้กลายมาเป็นฮีโร่ช่วยให้ไรเดอร์มาส่งข้าวมันไก่คุณถูกซอยตอนตีสอง)
เส้นทางจากระบบนำทางเรือดำน้ำ สู่แอปแก้หิวตอนดึกมันช่างย้อนแย้งดีครับ เพราะมันบอกเราว่า เทคโนโลยีที่เปลี่ยนชีวิตคนทั่วโลกได้มากที่สุด ไม่จำเป็นต้องเกิดจากความตั้งใจจะ “ช่วยคนทั่วไป” ตั้งแต่แรก บางทีมันแค่รอวันที่มีคนกล้าเปิดประตู ปลดมันออกจากกรงที่เคยขังไว้
Sources: Johns Hopkins Applied Physics Laboratory | US Department of Defense NAVSTAR GPS Records | The White House Office of the Press Secretary (2000)



