เพื่อนๆ ครับ หลายคนอาจจะคิดว่าโทรศัพท์มือถือหน้าจอสัมผัสแบบไร้ปุ่มกดนั้นเริ่มต้นจาก Apple แต่ความจริงแล้ว… ใครคือผู้คิดค้นคนแรกตัวจริง? และทำไมเขาถึงไม่ใช่คนที่มีอิทธิพลที่สุดในโลกเทคโนโลยีวันนี้?
จุดเริ่มต้น: ยักษ์ใหญ่ที่มาก่อนกาล
ย้อนกลับไปในปี 1992 (15 ปีก่อนที่ iPhone รุ่นแรกจะเผยโฉม) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการคอมพิวเตอร์อย่าง IBM ได้จับมือกับเครือข่าย BellSouth เปิดตัวนวัตกรรมที่ชื่อว่า ‘Simon Personal Communicator’ ครับ
เจ้า Simon นี่แหละคือ ‘สมาร์ตโฟนหน้าจอสัมผัสเครื่องแรกของโลก’ อย่างเป็นทางการ!มันล้ำหน้ามากครับ เพราะไม่มีปุ่มกดทางกายภาพเลย หน้าจอเป็นจอผลึกเหลว (LCD) แนวตั้งสีเขียวดำ สามารถโทรศัพท์, ส่งอีเมล, ส่งแฟกซ์, มีปฏิทิน และมี ‘แป้นพิมพ์บนหน้าจอ’ พร้อมระบบเดาคำศัพท์ (Predictive Text) อีกด้วย!
ทำไม Simon ถึงไปไม่ถึงดวงดาว?
ปัญหาหลักคือ ‘Technology Readiness’ หรือความพร้อมของเทคโนโลยีในยุคนั้นยังตามวิสัยทัศน์ไม่ทัน:ขนาดและน้ำหนัก: หนักถึง 510 กรัม (ครึ่งกิโลกรัม) สภาพเหมือนพกก้อนอิฐสีดำ ราคาสูงลิ่ว: เปิดตัวที่ประมาณ 899 – 1,099 ดอลลาร์ (หากเทียบค่าเงินปัจจุบันคือเกือบ 80,000 บาท) แบตเตอรี่คือฝันร้าย: ใช้งานต่อเนื่องได้เพียง ‘1 ชั่วโมง’ เท่านั้น ข้อจำกัดของหน้าจอ: เป็นระบบ ‘Resistive’ ที่ต้องใช้แรงกดหรือปากกา Stylus เท่านั้น ไม่สามารถใช้ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ได้
ผลลัพธ์คือ IBM Simon มียอดจำหน่ายเพียงประมาณ 50,000 เครื่อง และยุติการผลิตในเวลาเพียง 6 เดือน กลายเป็นกรณีศึกษาของคำว่า “Ahead of its time” หรือนวัตกรรมที่ดี แต่มาในช่วงที่วัสดุศาสตร์และโครงสร้างพื้นฐานยังไม่รองรับ 2007: เมื่อ Apple นำจิ๊กซอว์มาต่อจนสมบูรณ์
ตัดภาพกลับมาในปี 2007 เมื่อ Apple เปิดตัว iPhone
ในเชิงธุรกิจ สิ่งที่ สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) ทำสำเร็จ ไม่ใช่การ ‘ประดิษฐ์’ หน้าจอสัมผัสเป็นคนแรก แต่คือการนำเทคโนโลยี ‘Capacitive Touchscreen’ (จอที่ตอบสนองต่อประจุไฟฟ้าที่ปลายนิ้ว) มาผสานกับซอฟต์แวร์ที่ลื่นไหลขั้นเทพ
จอบส์รู้ว่า Pain Point ของมือถือในอดีตคือ ‘ปากกา Stylus’ ที่มักจะหายและใช้งานยุ่งยาก เขาถึงกับประกาศบนเวทีว่า:
“ใครจะอยากได้ปากกา Stylus? คุณต้องหยิบมันออกมา เก็บมันเข้าไป แล้วก็ทำมันหาย… ยึ๋ย! เราจะใช้อุปกรณ์ชี้ตำแหน่งที่ดีที่สุดในโลกที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด นั่นคือ ‘นิ้วมือ’ ของเราเอง”
Apple สร้างสรรค์ระบบ ‘Multi-Touch’ และออกแบบส่วนประสานงานผู้ใช้แบบ Finger-First UI ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งคู่มือ
บทเรียนธุรกิจระดับ Masterpiece
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ‘First to Market’ (คนแรกที่เข้าตลาด) มักจะเป็นผู้เบิกทางที่ต้องเจ็บตัวก่อนเสมอ แต่ผู้ชนะที่แท้จริงคือ ‘Best in Market’ (คนที่ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด)
IBM มีวิสัยทัศน์ที่ถูกต้อง แต่ Apple คือคนที่รอจนกว่าชิ้นส่วนทางเทคโนโลยี (กระจก, ชิปประมวลผล, แบตเตอรี่) จะพร้อมสมบูรณ์ แล้วนำมาร้อยเรียงเป็น User Experience (UX) ที่ไร้ที่ตินั่นเองครับ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
– Time Magazine: “The World’s First Smartphone Turns 20” โดย Doug Aamoth
– Bloomberg: “Before the iPhone, There Was Simon”
– Guinness World Records: “First smartphone”
– Walter Isaacson’s “Steve Jobs” Biography



