ตระกูล Rothschild มักถูกล้อมรอบด้วยเรื่องราวความลึกลับและทฤษฎีสมคบคิดมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากความมั่งคั่งและอิทธิพลของพวกเขาในวงการการเงินและการเมือง
เรื่องเล่าที่สืบทอดกันมาทำให้ตระกูลนี้ถูกมองว่าเป็นผู้มีอำนาจลึกลับที่ควบคุมเศรษฐกิจและการเมืองของโลก
หนึ่งในเรื่องราวที่เป็นตำนานและสร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลนี้คือการควบคุมข้อมูลทางการเงินในช่วงการรบที่ Waterloo (วอเตอร์ลู) ในปี ค.ศ. 1815 มีการเล่าขานกันว่า Nathan Mayer Rothschild (นาธาน เมเยอร์ รอทไชลด์) สามารถรับรู้ผลของการรบก่อนใครผ่านเครือข่ายผู้ส่งสารของเขา
เมื่อทราบว่าฝ่ายพันธมิตรชนะการรบ เขาใช้ข้อมูลนี้ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนและทำกำไรมหาศาล แม้ว่าเรื่องนี้อาจเป็นการพูดเกินจริงหรือไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่ก็สะท้อนถึงความเชื่อที่ผู้คนมีต่อความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลและอิทธิพลของตระกูล Rothschild
ตระกูล Rothschild ยังมักถูกเชื่อมโยงกับองค์กรลับอย่าง Illuminati (อิลลูมินาติ) และ Freemasonry (ฟรีเมสัน) ซึ่งหลายคนเชื่อว่าองค์กรเหล่านี้มีอำนาจในการควบคุมการเมืองและเศรษฐกิจโลก
Illuminati ก่อตั้งโดย Adam Weishaupt (อดัม ไวส์เฮาพท์) ในปี ค.ศ. 1776 ที่บาวาเรีย ประเทศเยอรมนี มีเป้าหมายเพื่อสร้างสังคมที่ใช้เหตุผล ต่อต้านอำนาจของศาสนจักรและรัฐ และสนับสนุนการรู้แจ้งและเสรีภาพทางปัญญา

กลุ่ม Illuminati มุ่งหวังที่จะลดอิทธิพลของศาสนาในสังคมและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปกครอง โดยใช้การลับและการสร้างเครือข่ายอิทธิพลกับบุคคลในวงการการเมืองและการศึกษา ซึ่งทำให้เกิดทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับการควบคุมโลกโดยกลุ่มนี้
Freemasonry เป็นสมาคมที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1717 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยการรวมตัวของกลุ่มล็อดจ์ (Lodges) หลายแห่ง Freemasonry มีจุดมุ่งหมายในการสร้างเครือข่ายของบุคคลสำคัญจากหลากหลายวงการ ทั้งการเมือง การทหาร และธุรกิจ
เน้นการพัฒนาคุณธรรม ความรู้ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สมาชิกที่มีชื่อเสียงของสมาคมนี้ ได้แก่ จอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา และ วินสตัน เชอร์ชิล (Winston Churchill) นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
สมาคม Freemasonry ใช้สัญลักษณ์และพิธีกรรมที่มีความหมายเชิงจิตวิญญาณและการพัฒนาตนเอง ทำให้กลุ่มนี้มักถูกมองว่ามีอิทธิพลลึกลับและเป็นผู้มีบทบาทในเหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์โลก
ความลึกลับของตระกูล Rothschild ยังรวมไปถึงโครงสร้างการบริหารและการจัดการทรัพย์สินที่ซับซ้อน ตระกูลนี้ใช้การบริหารทรัพย์สินผ่าน Trust (ทรัสต์) และโครงสร้างบริษัทที่เป็นส่วนตัว ซึ่งช่วยให้พวกเขาควบคุมทรัพย์สินได้อย่างแน่นหนาและหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบจากสาธารณะ
การใช้ทรัสต์และบริษัทเหล่านี้ทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินและการดำเนินงานของพวกเขายังคงเป็นปริศนา และทำให้ตระกูล Rothschild ยังคงถูกมองว่าเป็นผู้มีอำนาจลึกลับในโลกการเงิน
แหล่งที่มา:
CEOWORLD magazine: The World’s Richest People
Celebrity Net Worth: Top 100 Richest People In The World
Forbes: Forbes Rich List 2024
Britannica: Freemasonry
History.com: Illuminati


