

สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) พร้อมจัดงาน“ปิยมหาราชานุสรณ์ 2563” ชูปณิธานแห่งการให้ที่ยิ่งใหญ่ภายใต้คอนเซปต์ “ก้าวสู่ปีที่ 104 ปี จุฬาฯ : เกียรติภูมิจุฬาฯ คือ เกียรติแห่งการรับใช้ประชาชน” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เตรียมจัดกิจกรรมยิ่งใหญ่ตลอดเดือน ต.ค. เพื่อเชื่อมเกียรติภูมิจุฬาฯ สู่สังคมไทยยุค New Normal
วันที่ 8 ตุลาคม 2563 ณ หอแสดงดนตรี อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชปูถัมภ์ (สนจ.) โดยนายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย นายกสมาคม นิสิตเก่าจุฬาฯ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานปิยมหาราชานุสรณ์ ประจำปี 2563 ร่วมด้วยนิสิตเก่า และนิสิตปัจจุบันเข้าร่วมงานแถลงข่าวจัดงาน “ปิยมหาราชานุสรณ์ 2563” ก้าวสู่ปีที่ 104 ปี จุฬาฯ : เกียรติภูมิจุฬาฯ คือเกียรติแห่งการรับใช้ประชาชน” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมเชิดชูปณิธานแห่งการให้เพื่อสังคมอย่างแท้จริงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของชาวจุฬาฯ ผ่านรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย เชิญชวนคนไทยร่วมบริจาคสมทบทุนจุฬาสงเคราะห์ ทุนอาหารกลางวันให้แก่นิสิตที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมขับเคลื่อนสังคมไทย

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย นายก สนจ. กล่าวว่า วันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดงาน “ปิยมหาราชานุสรณ์” ขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งนอกจากจะมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติสมเด็จพระปิยมหาราชให้แผ่ขจรไปทั่วทุกสารทิศแล้ว ยังได้ใช้โอกาสนี้เชิญชวนให้ผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายร่วมกันสมทบทุนจุฬาสงเคราะห์และทุนอาหารกลางวันสำหรับนิสิตผู้มีความประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้ขณะที่ทั่วทั้งโลกต่างกำลังประสบกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรุนแรง สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ เองได้มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมโดยเฉพาะการสนับสนุนทีมสตาร์ทอัพที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบ่มเพาะ พัฒนานวัตกรรม และต่อยอดให้สามารถเร่งนำมาใช้ดูแลคนไทยในวิกฤตินี้เป็นที่ประจักษ์ อาทิ หุ่นยนต์ในชุด CU RoboCOVID นับร้อยตัวที่ได้ส่งมอบให้กับโรงพยาบาล ทั่วประเทศ นับเป็นการแสดงความสำนึกในเกียรติภูมิจุฬาฯ ที่ได้รับใช้ประชาชน และขอใช้โอกาสนี้ที่คนไทยจะได้ร่วมรำลึกถึงองค์สมเด็จพระผู้พระราชกำเนิดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชิญชวนให้ร่วมกันสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมจุฬาฯ ดูแลคนไทย ใช้ขับเคลื่อนสังคมและประเทศชาติให้พลิกฟื้นกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้งต่อไป”
ด้าน ศ.ดร. บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า “เป็นเวลากว่าศตวรรษที่ผ่านมาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังคงแน่วแน่สืบสานพระราชปณิธานทางด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาอย่างต่อเนื่อง จวบจนในศตวรรษที่ 2 เราได้ต่อยอดและวางแนวทางขับเคลื่อนจุฬาฯ ไว้ 3 ด้าน คือ Future Leaders, Impactful Research and Innovation และ Sustainability ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘Chula Innovations for Society’ นวัตกรรมจุฬาฯ ขับเคลื่อนสังคม เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึก รู้คุณแผ่นดิน เราได้ให้คำปรึกษาตลอดจนคำแนะนำในการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยแก่นิสิต ขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่นิสิตทุกระดับ สร้าง บ่มเพาะ และนำทักษะองค์ความรู้ออกไปช่วยเหลือและพัฒนาสังคมในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ประเทศกำลังประสบกับวิกฤติ นวัตกรรมจากชาวจุฬาฯ มากมายได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญช่วยรับมือแก้ปัญหาและเป็นทางออกให้สังคมมาอย่างต่อเนื่อง”





