back to top
More

    ฮันนี่เวลล์ แนะนำเทคโนโลยีเชื้อเพลิงทดแทนสำหรับธุรกิจโรงกลั่นในเอเชียแปซิฟิก

    Must read

    - Sponser -

    ฮันนี่เวลล์ (Honeywell) ประกาศให้บริการเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชั่นส์ เพื่อช่วยให้ลูกค้าในเอเชียแปซิฟิกสามารถผลิตพลังงานหมุนเวียนจากแหล่งวัตถุดิบทดแทนหลากหลายแหล่ง

    ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด เนื่องจากมีการเร่งผลักดันความร่วมมือด้านความยั่งยืนเพื่อนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ด้วยเหตุนี้ บริษัทต่าง ๆ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีความพร้อมและสามารถช่วยให้โรงกลั่นผลิตเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในขณะเดียวกันก็สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดของเสีย และบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน

    เพื่อช่วยลูกค้าจัดการกับความท้าทายนี้ และพร้อมตอบสนองความต้องการพลังงานหมุนเวียนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ฮันนี่เวลล์ ยูโอพี (Honeywell UOP) ขอแนะนำโซลูชั่นส์ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) รวมไปถึงน้ำมันดีเซลพลังงานหมุนเวียน และเชื้อเพลิงทดแทนอื่น ๆ จากแหล่งวัตถุดิบทดแทนจากธรรมชาติที่มีศักยภาพหลากหลายแหล่ง ทั้งนี้ เทคโนโลยีเชื้อเพลิงทดแทนของฮันนี่เวลล์ ประกอบด้วย:

    • Honeywell Ecofining™ เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพิสูจน์และใช้งานมาแล้วทั่วโลก เทคโนโลยีนี้จะผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเชื้อเพลิงฟอสซิล[i] 
    • Ethanol to Jet fuel (ETJ) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานจากเอทานอล โดยขึ้นอยู่กับประเภทของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเอทานอล น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่ผลิตจากกระบวนการ ETJ ของฮันนี่เวลล์สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 80% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงเครื่องบินที่ผลิตจากปิโตรเลียม[ii] 
    • Honeywell UOP eFining™ เป็นเทคโนโลยีการเปลี่ยน eMthanol เป็น eSAF และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้ นอกจากนี้เทคโนโลยี eFining ของฮันนี่เวลล์ ยูโอพี สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 88% เมื่อเปรียบเทียบกับเชื้อเพลิงเครื่องบินทั่วไป[iii] 
    • Rapid Thermal Processing (RTP) เทคโนโลยีการเปลี่ยนวัตถุดิบชีวมวลให้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนเพื่อทำความร้อน ให้พลังงาน และเพื่อการขนส่ง

    “ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเชื้อเพลิงทดแทน ฮันนี่เวลล์ตระหนักดีว่าการสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถผลิตเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำจากตัวเลือกวัตถุดิบทดแทนที่หลากหลาย นั้นมีความสำคัญต่อการลดการปล่อยคาร์บอนทั่วเอเชียแปซิฟิกในระยะยาว” แม็ท สปาลด์ดิ้ง รองประธานและผู้จัดการทั่วไปของฮันนี่เวลล์ ยูโอพี เอเชียแปซิฟิก กล่าว “ความสามารถในการใช้วัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตเชื้อเพลิงที่หลากหลายถือเป็นโอกาสในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับตลาด ซึ่งฮันนี่เวลล์ตระหนักดีและพร้อมนำเสนอทางเลือกด้วยเทคโนโลยี UOP eFining™, Ecofining, ETJ และ RTP เพื่อตอบสนองความต้องการเชื้อเพลิงทดแทนที่หลากหลายและเติบโตอย่างรวดเร็ว”

    นอกจากสนับสนุนเทคโนโลยีและโซลูชันส์ใหม่ ๆ แล้ว ฮันนี่เวลล์ยังมีความเชี่ยวชาญในการปรับปรุงโรงกลั่นที่มีอยู่เดิมให้สามารถผลิตเชื้อเพลิงทดแทนได้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะใช้เงินลงทุนน้อยกว่า ทำให้การเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้เชื้อเพลิงทดแทนนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่า

    เพื่อสนับสนุนวัตถุประสงค์เหล่านี้ ฮันนี่เวลล์จึงนำเสนอดิจิทัลโซลูชันส์ที่ครอบคลุมซึ่งประกอบไปด้วยเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่มีความปลอดภัยสูงก่อการโจมตีทางไซเบอร์และได้รับการออกแบบมาเพื่อให้พร้อมใช้งานตั้งแต่วันแรก นอกจากนี้ยังสามารถขยายขนาด และรวมเข้ากับระบบเดิมได้อย่างราบรื่น

    “ด้วยประสบการณ์อันยาวนานของฮันนี่เวลล์ในการควบคุมกระบวนการผลิตและระบบอัตโนมัติ ควบคู่ไปกับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับผู้ออกใบอนุญาตเทคโนโลยีกระบวนการผลิตชั้นนำ เรากำลังบุกเบิกโรงกลั่นดิจิทัลแห่งอนาคต” ทาธากาทา บาซู ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายตลาดการกลั่นและปิโตรเคมีของฮันนี่เวลล์ โพรเซส โซลูชันส์ (Honeywell Process Solutions) กล่าวว่า “เราตั้งเป้าเป็นผู้นำเทคโนโลยีดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรมนี้ด้วยผลงานดิจิทัลโซลูชันส์แบบครบวงจรที่ช่วยให้ลูกค้าสร้างและดำเนินงานได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ และคล่องตัว เพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจและความยั่งยืน”

    ฮันนี่เวลล์นำเสนอชุดโซลูชันส์เอ็กซ์พีเรียน (Experion® Solution Suites) ที่มีความปลอดภัยทางไซเบอร์ และดิจิทัลโซลูชันส์ ฟอร์จ เพอร์ฟอร์แมนซ์ พลัส (Forge Performance+ digital solutions) โดยรวบรวมความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกระบวนการผลิตลงในระบบอัตโนมัติ ซึ่งใช้พลังของเทคโนโลยีเสมือน และดิจิทัล ทวิน(Digital Twins) และขณะเดียวกันก็พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่มีความเป็นมนุษย์ เพื่อตอบสนองการดำเนินงานสำหรับอนาคต

    ฮันนี่เวลล์มุ่งมั่นที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในการดำเนินงานและตามโรงงานต่าง ๆ ภายในปี 2578 ทั้งนี้ ราว 60% ของการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของฮันนี่เวลล์ในปี 2565 นั้น มุ่งมั่นที่จะพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการด้าน ESG ให้แก่ลูกค้า

    เกี่ยวกับฮันนี่เวลล์

    ฮันนี่เวลล์ (Honeywell) เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร โดยให้บริการอุตสาหกรรมในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก ครอบคลุมระบบอัตโนมัติที่เป็น 3 เมกะเทรนด์ ได้แก่ อนาคตของภาคการบิน และการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน โดยได้รับการสนับสนุนจากระบบปฏิบัติการ ฮันนี่เวลล์ แอคเซลเลอเรเตอร์ (Honeywell Accelerator) และแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์แบบเบ็ดเสร็จ ฮันนี่เวลล์ คอนเนคเต็ด เอ็นเทอร์ไพรซ์ (Honeywell Connected Enterprise) ในฐานะพันธมิตรที่เชื่อถือได้ เราช่วยให้องค์กรต่าง ๆ แก้ไขปัญหาท้าทายที่ยากที่สุดและซับซ้อนที่สุดในโลกด้วยการมอบโซลูชันส์และนวัตกรรมที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อช่วยทำให้โลกฉลาดขึ้น ปลอดภัยขึ้น และยั่งยืนมากขึ้น สำหรับข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฮันนี่เวลล์ โปรดเข้าชมที่ www.honeywell.com/newsroom

    [i] อ้างอิงจากการวิเคราะห์ประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (LCA) ซึ่งดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมิชิแกน (Michigan Technological University) ภายใต้การกำกับของดร.เดวิด ชาร์นนาร์ด (Dr. David Shonnard)[ii] อ้างอิงจากบทสรุปการประเมินวัฏจักรชีวิตการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอ้อย จัดทำโดยสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม (EPA)[iii] การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงนั้นอ้างอิงจากการวิเคราะห์ความเข้มข้นของคาร์บอนโดยยูโอพี ซึ่งได้จากการศึกษาของหน่วยงานภายนอกเรื่องการผลิตเมทานอลจากไฮโดรเจนสีเขียวและคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่ดักจับได้จากกระบวนการชีวมวล เมื่อเปรียบเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิล
    - Sponser -
    - Advertisement -

    More articles

    LEAVE A REPLY

    Please enter your comment!
    Please enter your name here

    - Sponser -
    signha lemon soda ads 300x250

    Latest article

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

    Privacy Preferences

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    Allow All
    Manage Consent Preferences
    • Always Active

    Save