back to top
30.7 C
Bangkok

ฟินเทคยุคใหม่…กำลังยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงินทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างไร

Must read

ในขณะที่โลกยังคงสั่นคลอนจากผลกระทบที่ตามมาทางเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพในวงกว้างจากการแพร่ระบาดใหญ่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งนี้เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านนวัตกรรมการธนาคารดิจิทัล

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราการเติบโตในด้านเทคโนโลยีทางการเงินใหม่ๆ ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านบริการทางการเงิน เช่น การชำระเงินดิจิทัล และ e-wallet ในภูมิภาคที่เงินสดถือเป็นราชามาโดยตลอดจึงได้รับผลกระทบในวงกว้างจากผลของการเปลี่ยนแปลงนี้ ซึ่งรวมไปถึงการเข้าถึงบริการทางการเงินด้วยเช่นกัน

ก่อนปี 2563 การไม่เข้าถึงบริการทางการเงินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ในระดับสูงอย่างน่าเป็นกังวล ซึ่งถือว่าครึ่งหนึ่งของประชากรนั้นไม่มีบัญชีธนาคาร (และประชากรกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มคือ ‘ผู้ที่ใช้บริการทางการเงินแค่ผิวเผิน’ หรือผู้ที่ไม่ได้รับบริการจากสถาบันการเงิน)

แม้รัฐบาลจะมีความพยายามในการริเริ่มเพื่อปรับปรุงสถานการณ์นี้มานานหลายปี แต่การแพร่ระบาดซึ่งแพร่กระจายไปสู่แทบทุกมุมโลกได้สร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อระดับการเข้าถึงบริการทางการเงินทั่วภูมิภาค

การให้บริการเทคโนโลยีทางการเงินส่งผลเชิงบวกโดยตรงต่อการเข้าถึงบริการทางการเงิน
ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างมากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้ผู้คนสามารถโอนเงินและรับเงินได้อย่างง่ายดาย ประหยัดและสะดวกรวดเร็วเพียงแค่ใช้สมาร์ทโฟน สิ่งนี้ถือว่ามีความสำคัญต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ห่างไกล หรือผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคารอย่างเป็นทางการ สำหรับผู้บริโภคจำนวนมากนี่ถือเป็นครั้งแรกที่พวกเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจที่เป็นทางการจากการชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลซึ่งอำนวยความสะดวกโดยฟินเทคยุคใหม่

นอกเหนือจากการพัฒนาความสามารถในการโอนเงินและรับเงินแล้ว ผู้ให้บริการทางการเงินดิจิทัลที่เป็นนวัตกรรมใหม่ยังพัฒนาการเข้าถึงบัญชีออมทรัพย์ สินเชื่อส่วนบุคคล และเครดิตรูปแบบอื่น ๆ และแม้แต่ผลิตภัณฑ์ประกันภัย เพื่อช่วยขจัดวงจรความยากจนและพัฒนาแนวโน้มทางการเงินในระยะยาว

แม้ว่าผลกระทบในระดับตัวบุคคลจะมีระดับใหญ่มาก แต่ผลกระทบโดยรวมของการเข้าถึงบริการทางการเงินต่อชุมชนและประเทศชาติทั้งหมดกลับเป็นผลกระทบที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด การเข้าถึงบริการทางการเงินที่ดีขึ้นมีประโยชน์มากมายเกินกว่าประโยชน์โดยตรงต่อตัวผู้บริโภคแต่ละราย และส่งผลให้มีโอกาสในการจ้างงานเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจด้วย การปรับปรุงการเข้าถึงบริการทางการเงินและความรู้ทางการเงินยังช่วยปรับปรุงมาตรฐานการครองชีพโดยรวม ช่วยให้ชุมชนทั้งหมดหลุดพ้นจากความยากจน

MSMEs – กระดูกสันหลังของเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผลกระทบของนวัตกรรมฟินเทคยุคใหม่นั้นก็ส่งผลเชิงบวกต่อธุรกิจอย่างไม่น่าเชื่อเช่นกัน ไม่เพียงแต่ทำให้ขั้นตอนการรับชำระค่าสินค้าและบริการง่ายขึ้นและถูกลงเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ขยายฐานลูกค้า เปิดตัวสู่ตลาดใหม่ และสร้างแหล่งรายได้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

บริการทางการเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ช่วยให้เงินสดหมุนเวียนได้อย่างมั่นคง ขณะเดียวกันก็ปรับปรุงระบบและกระบวนการที่จำเป็นในการรักษาสินเชื่อเพื่อกระตุ้นการเติบโต เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของผู้ดูแลระบบที่ยุ่งยากอีกต่อไปเพื่อการขออนุมัติสินเชื่อ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้แม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

วิสาหกิจขนาดย่อม ขนาดเล็ก และขนาดกลาง (MSMEs) เป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากนวัตกรรมฟินเทคยุคใหม่หลังการแแพร่ระบาดใหญ่ โดยผู้ประกอบการขนาดเล็กได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ลดลง ความสะดวกสบายที่มากขึ้น และความเรียบง่ายที่สัมผัสได้จากสิ่งเหล่านี้

ธนาคารและสถาบันการเงินที่มีแนวคิดเพื่อวามก้าวหน้าและมุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางหลายแห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างกระตือรือร้นในการเปิดรับความเป็นไปได้ที่ฟินเทคยุคใหม่บนคลาวด์สามารถนำเสนอได้ บริษัทต่างๆ เช่น GoTyme Bank และ UNOBank ในฟิลิปปินส์, TNEX, Cake และ Timo ในเวียดนาม, Bank Jago และ Bank INA ในอินโดนีเซีย และ Bank Islam ในมาเลเซีย ต่างก็ประสบความสำเร็จในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงบริการทางการเงินภายในชุมชนของตนเอง

Bank Islam ของมาเลเซียเปิดตัวแอปธนาคารดิจิทัลไร้สาขา ‘Be U’ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่เกิดและเติบโตในยุคเทคโนโลยีดิจิทัล
Bank Islam Malaysia Berhad (Bank Islam) เป็นผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ปฏิบัติตามหลักชาริอะฮ์รายแรกของมาเลเซีย ในฐานะธนาคารอิสลามเต็มตัวและมีบทบาทอย่างแท้จริง Bank Islam ให้บริการโซลูชั่นด้านการธนาคารและการเงินที่ปฏิบัติตามกฎและหลักการชาริอะฮ์อย่างเคร่งครัด และยึดมั่นในอุดมคติของความเจริญรุ่งเรืองที่ยั่งยืนและหลัก ESG

ในช่วงกลางปี 2565 Bank Islam ได้เปิดตัวแอปธนาคารดิจิทัลที่เป็นนวัตกรรมบนคลาวด์ชื่อ Be U โดย Bank Islam (Be U) แอปธนาคารดิจิทัลแห่งอนาคตที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางนี้มุ่งเป้าไปที่ผู้บริโภคชาวมาเลเซียที่เป็นผู้ที่เกิดและเติบโตในยุคเทคโนโลยีดิจิทัลและอายุยังน้อยซึ่งคาดหวังประสบการณ์ดิจิทัลที่ไร้รอยต่อเมื่อต้องการจัดการการเงินของตนเอง

ธนาคารอิสลามมุ่งเน้นไปที่การขยายความครอบคลุมทางการเงินและพัฒนาความรู้ทางการเงินในประเทศ Be U ที่นำเสนอในรูปแบบดิจิทัลใช้ประโยชน์จากฟินเทคล่าสุดในการมีส่วนร่วมและเป็นมิตรต่อผู้ใช้ โดยมีเป้าหมายในการช่วยให้ลูกค้าเข้าใจและจัดการการเงินของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น

Noor Farilla Abdullah ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัลของกลุ่ม Bank Islam กล่าวว่า “Be U คือสิ่งที่พลิกสถานการณ์ของพวกเรา ถือเป็นแอปที่ใช้เทคโนโลยีที่มีเอกลักษณ์ ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งจะมอบประสบการณ์ใหม่ด้านการธนาคารแก่ผู้บริโภค แพลตฟอร์มธนาคารบนคลาวด์ที่คล่องตัวของแมมบูมอบรากฐานทางเทคโนโลยีของ Be U โดยมี AWS ให้บริการโฮสติ้งบนคลาวด์

Be U นำเสนอกลุ่มเทคโนโลยีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นตลาดการเงินอิสลามของมาเลเซียที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยการควบคุมศักยภาพของภูมิทัศน์ฟินเทคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว Be U ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงโซลูชันทางการเงินที่ราคาไม่แพงและใช้งานง่ายที่สามารถเข้าถึงได้จากมือของพวกเขา

Cake ให้บริการโซลูชั่นทางการเงินที่เป็นนวัตกรรมแก่ผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคารในเวียดนาม
CAKE โดย VPBank (CAKE) เป็นธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบที่เปิดตัวในเดือนมกราคม 2564 ในเวียดนาม CAKE ค้นพบช่องว่างในตลาดสำหรับการให้บริการธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบเพื่อประชากรรุ่นใหม่ ผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องดิจิทัลในประเทศเวียดนาม กลุ่มประชากรส่วนใหญ่ไม่มีบัญชีธนาคาร และหลังจากนั้นก็พยายามปรับปรุงการเข้าถึงบริการทางการเงินสำหรับผู้บริโภคชาวเวียดนามรุ่นใหม่เหล่านี้ด้วยการพัฒนาชุดโปรแกรมเต็มรูปแบบของบริการธนาคารดิจิทัล

ปัจจุบัน หลังจากเปิดตัวได้เพียงสองปีกว่าเล็กน้อย CAKE ก็นำเสนอบริการที่หลากหลายให้แก่ลูกค้ากว่า 3 ล้านราย รวมถึงการโอนเงิน การชำระเงิน การออม การลงทุน สินเชื่อผู้บริโภค และผลิตภัณฑ์ทางการเงินเชิงนวัตกรรมอื่นๆ

ในแง่ของจำนวนลูกค้า ปริมาณธุรกรรม และจำนวนเงินฝากออมทรัพย์ ปัจจุบัน CAKE เป็นธนาคารดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม โดยในปี 2565 CAKE ได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้นำตลาดดิจิทัลโซลูชันของเวียดนามในปี 2565 โดยผู้นำตลาด EUROMONEY และยังได้รับเกียรติให้เป็น “ธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับดิจิทัลโซลูชันของเวียดนาม” โดย ASIAMONEY

การเข้าถึงบริการทางการเงินช่วยขจัดวงจรความยากจน
การเข้าถึงบริการทางการเงินที่ดีขึ้น ครอบคลุมการเข้าถึงบริการทางการเงินและความรู้ทางการเงินที่ดีขึ้น สามารถวัดผลได้ในทันทีต่อสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนและแม้แต่ทั้งประเทศ อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือที่แต่ละคนจำเป็นต้องใช้ในการปรับปรุงสถานการณ์ทางการเงินส่วนบุคคลของตนเอง ในขณะเดียวกันก็สร้างงานใหม่และจุดประกายการเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีทางการเงินยุคใหม่เพื่อให้สามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน การเงินรายย่อย และบริการต่างๆ เช่น การชำระเงินดิจิทัลและe-wallet ผู้ให้บริการทางการเงินทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถช่วยผู้บริโภคขจัดวงจรความยากจนและมุ่งสู่อนาคตทางการเงินที่สดใสยิ่งขึ้น

- Advertisement -

More articles

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisement -

Latest article