เพื่อนครับ…ถึงเราจะนั่งทำงานอยู่หน้าคอม ไม่ได้ขยับตัวมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าร่างกายถูกใช้งานน้อยนะครับ ตลอดหลายชั่วโมงที่เราจ้องหน้าจอ นั่งอยู่ในท่าเดิม ใช้เมาส์ และพิมพ์คีย์บอร์ด ร่างกายหลายส่วนยังต้องทำงานต่อเนื่องอยู่ตลอด และบางส่วนอาจเริ่มส่งสัญญาณให้เรารู้ตัวตอนใกล้เลิกงาน
เริ่มจากดวงตา
American Academy of Ophthalmology ระบุว่า เวลาจ้องหน้าจอหรือทำงานระยะใกล้นาน ๆ เรามักกะพริบตาน้อยลง จึงอาจเกิดอาการตาแห้ง ตามัว น้ำตาไหล หรือปวดศีรษะได้ โดยอาการจากการใช้หน้าจอส่วนใหญ่มักเป็นอาการชั่วคราว ไม่ได้หมายความว่าหน้าจอกำลังทำลายดวงตาอย่างถาวร
ต่อมาคือคอ บ่า และหลัง
การนั่งทำงานนาน ๆ โดยศีรษะยื่นไปข้างหน้า ลำตัวบิด หรือหลังไม่ได้รับการรองรับที่เหมาะสม อาจเพิ่มภาระต่อกล้ามเนื้อบริเวณคอ ไหล่ และหลังได้ OSHA จึงแนะนำให้จัดพื้นที่ทำงานเพื่อให้ศีรษะ คอ ลำตัว และหลังอยู่ในท่าที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด
รวมถึงมือและข้อมือ
การใช้เมาส์และคีย์บอร์ดต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อข้อมืออยู่ในมุมที่ไม่สบาย หรือต้องเอื้อมแขนไปหาเมาส์บ่อย ๆ ก็ทำให้มือ แขน และหัวไหล่ต้องรับภาระเพิ่มขึ้นได้ การจัดอุปกรณ์ให้อยู่ใกล้ตัวและอยู่ในท่าที่เป็นธรรมชาติจึงสำคัญเช่นกัน
แต่เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ตา คอ หรือข้อมือครับ เพราะการ นั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานและขยับร่างกายน้อย ก็เป็นอีกเรื่องที่ควรใส่ใจ WHO ระบุว่า การใช้เวลานั่งหรืออยู่กับที่มากเกินไปสัมพันธ์กับผลเสียต่อสุขภาพหลายด้าน และแนะนำให้ลดเวลาที่อยู่นิ่ง พร้อมเพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน
ดังนั้น ถ้าต้องทำงานหน้าคอมหลายชั่วโมงต่อวัน ลองเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ เช่น จัดจอและโต๊ะให้อยู่ในท่าที่สบาย เปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะ ลุกเดินบ้าง และพักสายตาจากหน้าจอ เพราะบางครั้ง อาการล้าหลังเลิกงานอาจไม่ได้มาจากการ “ออกแรงมาก” แต่อาจมาจากการที่ร่างกายต้องทำงานแบบเดิมซ้ำ ๆ และอยู่ในท่าเดิมนานเกินไป นี่เป็นข้อมูลสุขภาพทั่วไป หากมีอาการผิดปกติต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์นะครับ
แหล่งข้อมูล: World Health Organization (WHO), U.S. Occupational Safety and Health Administration (OSHA), American Academy of Ophthalmology (AAO)


