นี่คือเรื่องราวของเด็กชาย… ที่มีพ่อเป็น ‘นักต้มตุ๋น’ หลอกขายยาเร่ร่อน และมักจะทิ้งครอบครัวให้เผชิญความลำบากอยู่เสมอ
เขาต้องกลายเป็นเสาหลักของบ้านตั้งแต่อายุยังน้อย…ต้องรับจ้างทำงานจิปาถะ เลี้ยงไก่งวงขาย และจดบันทึกรายรับรายจ่ายทุกเซ็นต์ลงในสมุดพกเล่มเล็กๆ อย่างเคร่งครัด
เมื่อเขาโตเป็นหนุ่ม… โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค ‘ตื่นน้ำมัน’ (Pennsylvania Oil Rush ค.ศ. 1859)ผู้คนทั่วสารทิศต่างกู้หนี้ยืมสิน แห่กันไปขุดเจาะน้ำมันดิบด้วยความหวังว่าจะรวยข้ามคืน… จนอุตสาหกรรมนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวายและการเก็งกำไร
แต่ชายคนนี้กลับมองต่างออกไป… เขาเห็นว่าการขุดเจาะน้ำมันคือ ‘การพนัน’ ที่มีความเสี่ยงสูงเกินไปแทนที่จะลงไปแย่งขุดเจาะ… เขาเลือกที่จะเปิด ‘โรงกลั่นน้ำมัน’ เพราะเขารู้ความจริงข้อหนึ่งว่า… น้ำมันดิบใต้ดินจะไม่มีมูลค่าใดๆ เลย
หากไม่ถูกนำมากลั่นเป็น ‘น้ำมันก๊าด’ เพื่อให้แสงสว่างในบ้านเรือนของผู้คน ในขณะที่โรงกลั่นของคู่แข่ง มักจะเทกากของเสียที่เหลือจากการกลั่นทิ้งลงแม่น้ำ…
เขาคือคนแรกๆ ที่จ้างนักเคมีมาแปรสภาพของเสียเหล่านั้น…ให้กลายเป็นน้ำมันหล่อลื่นเครื่องจักร, ขี้ผึ้ง, ยางมะตอยปูถนน และปิโตรเลียมเจลลี… เพื่อสร้างกำไรจากทุกหยด โดยไม่ให้มีอะไรสูญเปล่าเลย ชายคนนี้คือ จอห์น ดี. ร็อกกี้เฟลเลอร์ (John D. Rockefeller) – ผู้ก่อตั้งบริษัท Standard Oil
จากลูกชายของนักต้มตุ๋นเร่ร่อน สู่การเป็นชายที่จัดระเบียบอุตสาหกรรมน้ำมันของโลก และกลายเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่
เคล็ดลับของเขาไม่ใช่การเป็นคนดวงดีที่ขุดเจอน้ำมันบ่อใหญ่…แต่คือการสร้างระบบที่เปลี่ยนของดิบให้กลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องของโชค… แต่คือการมองเห็น ‘คุณค่า’ ในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม
และแรงบันดาลใจดีๆ แบบนี้… สนับสนุนโดย PiLeatha The future of sustainable leathers.
ข้อมูลอ้างอิง
– Chernow, R. (1998). Titan: The Life of John D. Rockefeller, Sr.
– Yergin, D. (1991). The Prize: The Epic Quest for Oil, Money & Power.
– Segall, G. (2001). John D. Rockefeller: An Empire Built on Oil.
– History John D. Rockefeller.


