ตัวเลขล่าสุดจากเดือนมิถุนายน 2025 ชี้ว่า การส่งออกไทยยังขยายตัวดี โตถึง 15.5% จากปีก่อน แม้จะชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า ตัวเลขรวมแตะ 28,649.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ทั้งการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี ทองคำ และแรงเร่งก่อนสหรัฐฯ จะเก็บภาษีตอบโต้
• สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ ยังเติบโตสูง โดยตลาดสหรัฐฯ ขยายตัวถึง 118%
• การส่งออกไปสหรัฐฯ โตแรงขึ้นจากแรงกดดันของกำแพงภาษีที่กำลังจะมาถึงในเดือนสิงหาคม
• ทองคำยังเป็นแรงหนุนหลัก ส่งออกไปสวิตเซอร์แลนด์โตถึง 421.5%
• ส่วนหนึ่งของการเติบโตยังมาจาก ฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว
ด้านการนำเข้า แม้จะโตเพียง 13.1% แต่ดุลการค้าเดือนนี้ยัง เกินดุล 1,061.7 ล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้
.
แนวโน้มครึ่งปีหลัง: เสี่ยงมากขึ้น
แม้ครึ่งปีแรกจะดูดี แต่ ช่วงปลายปีและปี 2026 มีแนวโน้มชะลอแรง จากหลายปัจจัย เช่น:
• สหรัฐฯ จะเริ่มเก็บภาษีตอบโต้ (Reciprocal tariffs) เต็มรูปแบบ
• ปัจจัยบวก เช่น การเร่งส่งออกและการส่งออกทองคำพิเศษ เริ่มหมดลง
• การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังไม่แน่นอน
.
ประเทศอาเซียนบางรายเจรจาสำเร็จ – ไทยยังตามหลัง
ขณะนี้มี 6 ประเทศที่สามารถเจรจากับสหรัฐฯ ได้สำเร็จ เช่น สหราชอาณาจักร จีน ญี่ปุ่น และในอาเซียนคือ เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยต่างยอมเปิดตลาดสินค้าให้สหรัฐฯ เกือบทั้งหมด แลกกับการลดภาษีตอบโต้ลงเหลือประมาณ 19–20%
.
ไทยยังอยู่ในระหว่างการเจรจา ล่าสุดยื่นข้อเสนอใหม่ที่จะเปิดตลาดให้มากขึ้นถึง 90% ของสินค้านำเข้าสหรัฐฯ เพื่อขอลดภาษีจาก 36% ให้ใกล้เคียงคู่แข่ง
.
ความเสี่ยงหากไทยเปิดตลาดมากเกินไป
• ไทยอาจ รับแรงกระแทกจากสินค้าสหรัฐฯ ได้มากกว่าชาติอื่น เพราะผู้บริโภคไทยมีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ สูง
• ไทย เก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ สูง โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตร เช่น ผักและเนื้อสัตว์ หากต้องลดลง อาจกระทบภาคการผลิตในประเทศ
.
สรุป: การส่งออกไทยยังดีในครึ่งปีแรกจากแรงหนุนพิเศษและการเร่งส่งออกก่อนภาษีสหรัฐฯ แต่ช่วงครึ่งหลังของปีและปี 2026 จะเผชิญความเสี่ยง หากไทยเจรจาการค้าไม่ทันคู่แข่ง การสูญเสียความสามารถในการแข่งขันอาจเกิดขึ้นทั้งในตลาดสหรัฐฯ และในภูมิภาค


