Sponser
ช่วงหลังๆเห็นไอจี เห็นเฟสบุค รับจ้างทำการบ้าน รับทำพอร์ทโฟลิโอ รับทำพรีเซนต์เทชั่น เริ่มต้นหน้าละยี่สิบบาทบ้าง สิบบาทบ้าง มีรับจ้างเขียนรายงาน ขายชีทสรุป จะทั้งบทหรือทั้งรายวิชามีให้เลือกครบเลยจ่ะ มีกระทั้งรับเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ตั้งแต่ ป.ตรียันป.เอก ซึ่งเอาจริงนี่แอบโกรธมากกับเคสหลังสุดนะ เพราะคิดเงินคือแบบ….หั่นโหล๋ววววววว นี่ค่าจ้างหรือค่าที่ดินใจกลางทองหล่อซอยสี่คะ (โปรแกรมโค้ช ป.โท IS เจ็ดหมื่นเก้าาาา ป.โท ตีสิส แสนห้าาาาาา และสวยๆกับโค้ชป.เอก แสนแปดดดดดดดดดด ถั่มจีงงงงงงงงงงงง ประเทศชาติเป็นไร ผู้ว่าจ้างป่วยหรือคนรับจ้างป่วย เป็นง๊งงงงงงงงงงงงง) ละที่ยกตัวอย่างมาเยอะแยะ เพราะอยากให้ทุกคนได้เห็นภาพรวมๆ ก่อนว่าสถานการณ์นี่ มันเกิดขึ้นจริงๆ ในทุกระดับการศึกษาในเมืองไทย ตั้งแต่ระดับอนุบาลยั๊นปริญญาเอก และถามจริงๆ ว่างานพวกนี้ ผิดกฎหมายมั๊ย? …. เธอรู้ ฉันรู้ ทุกคนรู้ว่ามันผิด ผิดแบบ เอ๊อะ ไม่ควรทำอะ แต่ถามว่าผิดกฎหมายมั๊ย….. มันไม่ผิดไงแกรรรรรรร แล้วด้วยรูโหว่ทางกฎหมาย มันเลยทำให้มีผู้ให้บริการประเภทนี้เป็นล้านๆราย (ข้อมูลย้อนไปเมื่อปี2557 หรือราวๆ เจ็ดปีที่แล้วคือมีประมาณ 1.5 ล้านราย ซึ่งตอนนี้..ตัวเลขคงทะลุฟ้าไปแล้วเช่นกัน ยิ่งช่วงกักตัวในยุคโควิด อยู่บ้าน คนขาดเงิน หรือช่วงที่เด็กๆนักเรียนต้องเรียนที่บ้าน ช่วงที่การบ้านเยอะขึ้น ทำไม่ทัน อ๊ะใช้เงินแก้ปัญหา จ้างได้จ้าง เลยทำให้เม็ดเงินหมุนเวียน และจำนวนผู้ให้บริการอะไรแบบนี้สูงขึ้นไปอี๊กกกกก) ซึ่งมีสามทางที่ผู้ให้บริการเหล่านี้จะโดนเอาได้ผิดได้ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ก็คือ
1. การนำข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลปลอมหรือเป็นเท็จ ประมาณแอบอ้างว่ารับทำจริง แต่สุดท้ายเชิดเงินหนี อะไรประมาณนี้ แต่ถ้าเค้าทำงานให้จริงๆ ก็คือจบจ้า เพราะทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
2. เรื่องของการกระทบความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ซึ่งก็คงยากมากที่จะเข้าข่ายเคสนี้ เพราะต้องทำการบ้านยังให้ชาติไม่มั่นคง….. เออ หรือจริงๆก็เสี่ยงอยู่ 5555 เช่นแบบ เขียนรายงานเรื่องการทำงานของ….ของ…… เอ่อะ ไม่พูดละกัน ขอยาดเซฟตัวเอง เพราะอนาคตไม่น่าจะมีทีม #saveFSแน่ๆ 5555
หรือที่แย่สุดๆเลยนะ คือ
3. เคสที่คนเป็นครู เป็นอาจารย์ มารับจ้างทำซะเอง (เอ่ออดี สั่งเองทำเอง รวยเอง) ก็จะโดนเอาผิดตาม พ.ร.บ.ระเบียบราชการฯ นั้นเพราะถือว่าขัดกับเรื่องของวินัย และจรรยาบรรณของครู ซึ่งถ้าเราวิเคราะห์กันตามนี้ ก็คงทำอะไรได้ยาก เพราะตอนนี้….ถือว่าการว่าจ้างลักษณะนี้ ไม่ผิดกฏหมาย100% เพียงแค่ขัดกับหลักจริยธรรมแค่นั้นเลยจ่ะ อะ แล้วถามว่าทำไมธุรกิจสีเทาๆนัวๆอันนี้ถึงฮิตฮอต ทำไมคนถึงสนใจทั้งๆที่แบบ…ไม่น่าจะส่งผลดีต่อการเรียนของนักเรียน นักศึกษาเลยแม้แต่น้อย ข้อสมมุติฐานแรกคือ…#นักเรียนไทยมีการบ้านเยอะ เยอะเกินความจำเป็น คุณครูตะบี้ตะบันสั่ง สั่งโดนไม่มีอะไรมากั้น สั่งโดยไม่รู้เลยว่าวิชาอื่นก็สั่งแบบเอาตายเหมือนกัน ทำให้เด็กทำไม่ทัน พอทำไม่ทันก็กลัวไม่มีคะแนน เลยจำเป็นต้องจ้าง เพื่อให้มีงานส่ง ซึ่งเรื่องนี้ จริงๆคุณครู หรืออาจารย์ควรหารือกันก่อนสั่งการบ้านนะ ว่าภาคการศึกษานี้ เด็กๆเค้าจะมีเรียนวิชาอะไรกันบ้าง มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ที่แต่ละรายวิชาจะสามารถบูรณการณ์ความรู้ ผสมผสานการบ้านเข้าด้วยกัน เพราะนอกจากจะช่วยลดจำนวนการบ้านให้เด็กๆแล้ว ยังสอนให้เด็กคิด วิเคราะห์ เชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ในแต่ละรายวิชาให้เด็กๆได้อีกด้วย วินๆทั้งคู่ ละเอาจริงๆ จะมีอาจารย์น้ำดีซักกี่เปอร์เซนต์ในประเทศสารขัณฑ์นี้ ที่ตั้งใจให้ฟีดแบคกับนักเรียนจริงๆ ว่าทำการบ้านมาแล้วเป็นยังไง พัฒนายังไง เด็กๆจะได้ประโยชน์อะไร เพราะเชื่อว่าคงมีครูบาอาจารย์จำนวนไม่น้อย ที่ผลักภาระการสอนของตัวเองออกไป ในรูปแบบของการบ้านกับการทำงานแทน แล้วจะไปโทษคุณครูหรืออาจารย์พวกนั้นอย่างเดียวก็ไม่ถูกซะทีเดียว…เพราะเราต้องเข้าใจก่อนว่ามันต้องย้อนกลับไปถึงดูนโยบายภาระหน้าที่ของครู ของอาจารย์ ที่โดนกำหนดมาจากข้างบนอยู่ดี เพราะนอกจากภาระงานสอนแล้ว มันน่าขำที่ครูบาอาจารย์เมืองไทยโดนกำหนดหน้าที่อีกล้านแปดพันเก้าที่ต้องทำ เช่นนนนนนนนน งานบำรุงศิลปะวัฒนธรรม งานบริการวิชาการ งานบ้าน งานเรือน งานการเมือง (อ๊ะ หยอกกกกก) จนทำให้หลายๆครั้ง หลายๆครา ความสำคัญของการสอนมันค่อยๆถูกลดลงไป กลายเป็นวงจรอย่างที่ว่า ไม่มีเวลาเตรียมสอน โน พร๊อบจ้าาาา สั่งงานสิจ้ะ รออะไร สมมุติฐานที่สองคือ…#ความคลั่งเกรด คลั่งคะแนน คลั่งปริญญาของสังคมบ้านเรา เด็กบางคนรู้ว่าตัวเองไม่เก่ง เกรดไม่ดี คะแนนไม่ดี…จ้างสิจ้างงงงงงง เพราะเมืองไทย เมืองที่อนาคตหน้าที่การงานขึ้นอยู่กับคะแนน และเกรดในใบ ทำยังไงก็ได้ ให้เกรดสวย สมองกลวงไม่เป็นไร เรียกได้ว่าเรียนไปก็ไม่ได้อะไร นอกจากเสียเงินเสียทอง ยังเสียโอกาสในการพัฒนาความรู้ให้ตัวเองด้วย นี่นอกจากกระทบคุณภาพการเรียนการสอนแล้วเนี่ย ในระยะยาว กระทบถึงคุณภาพแรงงานในตลาดด้วยแน่นอน… เพราะไม่ได้ฝึกคิดมาอย่างถูกกระบวนการ เมื่อจบออกไป… ตามนั้นอะคะ วิเคราะห์ไม่ได้ คิดไม่เป็น ต่อยอดไม่ได้ จบ แยก ไล่ออก อันต่อมา…. เป็นสาเหตุอ้อมๆ แต่ก็ชวนให้เอ๊ะได้คือ พ่อแม่รับรู้ด้วยมั๊ยว่าลูกๆกำลังทำอะไรแบบนี้.. ถ้ารู้แล้วเค้าสนับสนุนด้วยมั๊ย แบบ เออดีลูก จ้างได้ก็จ้างไป ทำถูกแล้ว เพราะพ่อกับแม่ไม่มีเวลามาสอน ไม่มีเวลามานั่งทำการบ้านด้วย หรือพ่อกับแม่สอนไม่ได้จริงๆ ยากเกินไป สมัยพ่อแม่ไม่มีวิชานี้ ไม่ได้เรียนแบบนี้ ไม่รู้จะช่วยหนูยังไง หนูไปจ้างละกัน ซึ่งทางออกง่ายๆเลยนะคะ คนเป็นพ่อเป็นแม่ ควรส่งเสริมให้ลูกได้รับการศึกษาที่ถูกต้อง ไม่ใช่การใช้เงินแก้ปัญหา อาจจะลองแนะนำให้เด็กๆไปถามครู ซึ่งเอาจริง ครูควรมีจิตวิญญาณและจรรยาบรรณ ในการช่วยเหลือเด็กๆ ถึงแม้จะต้องอธิบายเป็นรอบที่ห้าก็ตาม ก็เอาเป็นว่า…. #เรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันในหลายๆฝ่าย โดยเฉพาะคุณครู!!! ที่ต้องคิดถึงนักเรียนเป็นสำคัญ ให้การบ้านเยอะไม่ได้เท่ากับสอนดี ให้งานที่มันจำเป็น ให้งานที่เด็กๆเค้ารับรู้ถึงประโยชน์ว่าเค้าจะได้อะไร #เค้าจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ให้งานที่มันช่วยส่งเสริมการเรียน ไม่ใช่ให้งานเพราะหวังลดภาระตัวเอง นะจ๊ะคุณครูทั้งหลาย
ส่วนเด็กๆนักเรียน…หนูมาเรียนนะลูกนะ หนูมาหาความรู้ มาพัฒนาตัวเอง ไม่ได้มาซื้อมาใบปริญญา ไม่ได้มาซื้อเกรด ปรับความคิดซะใหม่ พยายามทำด้วยตัวเอง ติดขัดปัญหาอะไรบอกคุณครู บอกพ่อแม่ บอกผู้ใหญ่ที่ให้คำปรึกษาเราได้ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วเดี๋ยวมันก็จะมีทางออกของมันเอง
Sponser