

เวทีประกาศผลผู้ชนะเลิศโครงการ Enjoy Science: Young Makers Contest ปีที่ 3 เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจของทีมผู้ชนะจากทั้งสายสามัญและสายอาชีพที่ส่งผลงานประดิษฐ์สุดสร้างสรรค์เข้าประกวดภายใต้หัวข้อ “Green Innovation นวัตกรรมโลกสีเขียว”จัดโดย บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด จับมือพันธมิตรหลัก กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเกณฑ์การตัดสินผู้ชนะในปีนี้เน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษ หรือไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ประหยัดพลังงาน และส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งสองทีมที่คว้ารางวัลชนะเลิศได้ฝ่าฟันทีมคู่แข่งทั้งหมดถึง 399 ทีม โดยรางวัลสายสามัญตกเป็นของโรงเรียนสตรีพัทลุง กับผลงานหุ่นยนต์ขจัดคราบสกปรกบนผิวน้ำ และรางวัลชนะเลิศสายอาชีพ ได้แก่ผลงาน Clean Oyster จากวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎ์ธานี ที่คว้ารางวัลชนะเลิศติดต่อกันเป็นปีที่สอง ได้ตั๋วบินลัดฟ้าไปจุดประกายความคิดสร้างสรรค์และกระทบไหล่เมกเกอร์ชาติอื่นๆ ณ เมกเกอร์ แฟร์ เบย์ แอเรีย สหรัฐอเมริกา ในเดือนพฤษภาคมปีนี้

สำหรับผลงานผู้ชนะเลิศสายสามัญ หุ่นยนต์ขจัดคราบสกปรกบนผิวน้ำ จากโรงเรียนสตรีพัทลุง กว่าจะออกมาเป็นผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่คว้ารางวัลชนะเลิศได้นี้ 2 หนุ่มเมกเกอร์มือใหม่ นายมานพ คงศักดิ์และนายสุรศักดิ์ ฟองหิรัญศิริ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 อายุ 17 ปี ใช้เวลาพัฒนาและต่อยอดถึง 6 ปี โดยจุดเริ่มต้นของการสร้างสิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลกนี้เกิดจากต้นเหตุบริเวณโรงเรียนของเด็กๆ ที่อยู่ติดกับคลองที่มีน้ำเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วโรงเรียนและชุมชนทำให้ทั้งเด็กนักเรียนและชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เมื่อได้ลงมือศึกษาเด็กๆ พบว่า ต้นเหตุของกลิ่นเหม็นคือ คราบน้ำมันที่ถูกปล่อยทิ้งลงในคลองซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดน้ำเน่าเสีย เด็กๆ จึงริเริ่มประดิษฐ์หุ่นยนต์ขจัดคราบสิ่งสกปรกบนผิวน้ำที่ทำจากวัสดุที่มีการคิดค้นมาเป็นอย่างดีว่าสามารถขจัดคราบน้ำมันได้อย่างแท้จริง โดยมีหลักการทำงานคือ ตัวหุ่นยนต์มีการติดกล้องไว้ด้านบนเพื่อใช้ตรวจสอบว่ามีคราบน้ำมันอยู่บริเวณใดบ้างซึ่งทำให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่เข้าถึงยากได้ และยังช่วยลดงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่เก็บสิ่งปฏิกูลบริเวณแม่น้ำอีกด้วย นอกจากนี้ ตัวหุ่นยนต์นี้มีลูกกลิ้งที่ใช้สำหรับเก็บคราบน้ำมันซึ่งทำงานโดยแบตเตอรี่และโซลาร์เซลล์ ทำให้หุ่นยนต์สามารถทำงานได้นานขึ้นถึงสามสิบนาที
“พวกผมใช้เวลาพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้มากว่า 6 ปี กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ความพยายามและลองผิดลองถูกนับครั้งไม่ถ้วน วันนี้ภูมิใจในความตั้งใจของตัวเองที่ทำสำเร็จไปอีกขั้น ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่มากนัก แต่มันยิ่งใหญ่ในใจของพวกเรา เพราะเป็นแสดงถึงพลังเล็กๆ ของพวกเราที่แสดงออกว่าห่วงใยสิ่งแวดล้อม และสิ่งแวดล้อมสามารถดีขึ้นได้ด้วยสิ่งประดิษฐ์ของเรา รวมทั้งยังแสดงให้เห็นว่าพวกเราคนรุ่นใหม่มีความคิดที่จะใช้สิ่งประดิษฐ์แก้ไขปัญหาใกล้ตัวอีกด้วย” ทีมโรงเรียนสตรีพัทลุงกล่าว





