back to top
More

    TMA เชิญกูรูสหรัฐจากสถาบันเพื่ออนาคต (IFTF) แนะพัฒนาทักษะอนาคตรับมือคนทำงานร่วมหุ่นยนต์ ในงาน STI Forum &Outstanding Technologist Awards 2018หัวข้อ “FutureThinking”

    Must read

    - Sponser -

    266064 - Advanced Business Magazine

    สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) โดยกลุ่มบริหารเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology Innovation Management Group TIMG) ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงาน STI Forum &Outstanding Technologist Awards 2018ขึ้น ภายใต้หัวข้อหลัก FutureThinking โดยมี นางสาววรรณวีรา รัชฎาวงศ์ กรรมการบริหาร สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA)กล่าวเปิดงาน โดยเน้นย้ำถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานที่ต้องการส่งเสริมผู้ประกอบการยุคใหม่ในเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และเปิดเวทีเพื่อการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคใหม่ที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนไปในอนาคต

    เวทีใหญ่ครั้งนี้ TMA ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอย่าง นายฌอน เนส(Mr. Sean Ness)ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจจากสถาบันเพื่ออนาคต ประเทศสหรัฐอเมริกา(Business Development Director, Institute for the Future: IFTF)มาบรรยายพิเศษภายใต้หัวข้อ Technology & Innovation Foresight: How to prioritize R&Dซึ่งนายฌอน พูดย้ำเสมอว่าไม่มีใครสามารถทำนายอนาคตที่จะเกิดขึ้นได้ สิ่งที่ทำได้คือ การสังเกตและติดตามข้อมูลจากสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว และดูอิทธิพลของเทคโนโลยีในทุกๆ ด้านที่มีต่อมนุษย์ ควบคู่กับพฤติกรรมที่มนุษย์ตอบสนองต่อกระแสเทคโนโลยีนั้นๆ

    บทเรียนสำคัญในการคาดการณ์อนาคต (Foresight) เพื่อการตัดสินใจ คือ กรณีของโนเกียที่เคยเป็นผู้นำของตลาดมือถือ และมีสัดส่วนการครอบครองทางการตลาดมากกว่าแอนดรอยด์ประมาณ 2.5 เท่า แต่ระยะเวลาเพียงแค่ปีเดียว แอนดรอยด์สามารถยึดครองส่วนแบ่งการตลาด และกลายเป็นผู้นำในตลาดยุคปัจจุบัน ซึ่งจากกรณีดังกล่าว แอนดรอยด์สามารถมองเห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและหยิบเอาสิ่งนั้นมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จนตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ในที่สุด

    การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีส่งผลกระทบในด้านต่างๆ โดย นายฌอน เนสมองว่าเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นมาใหม่ มาจากความต้องการแก้ปัญหาที่มีอยู่ในปัจจุบันที่สิ่งเดิมไม่สามารถตอบสนองได้ ซึ่งกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีรุ่นใหม่ จะมีสัญญาณบ่งบอกเล็กจากสิ่งใกล้ตัว เช่น ในด้านคมนาคมและโลจิสติกส์เห็นได้จากการพัฒนารถยนต์ในอนาคต เป็นการพิจารณาปัญหาทั้งในเรื่องรถติดและที่จอดรถไม่พอทำให้บริษัทผลิตรถยนต์พยายาม

    เช่นเดียวกันกับงานในอนาคต จากแต่เดิม เราเป็นผู้ที่มองหางาน และสมัครงานผ่านช่องทางต่างๆ รอเรียกสัมภาษณ์ และเซ็นสัญญาเริ่มต้นการทำงาน แต่ในอนาคต จะมีลักษณะกลับกัน โดยตัวงานจะเป็นฝ่ายตามหาคนที่มาทำแทน (Work finds you) เพียงแค่ค้นหาใน google ก็มีผู้ที่พร้อมจะผลิตงานดังกล่าว ภายใต้ทางเลือกที่มากมาย

    แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว นายฌอน เนสมองว่าจะเกิดขึ้นบนฐานของอินเทอร์เน็ตหรือที่ใช้คำว่า “Internet of Action” ในการอธิบาย ซึ่งหมายถึงการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางและนำไปสู่การกระทำที่ตามมาภายหลัง ลองจินตนาการว่าหากเราต้องการเดินทางไปกินข้าวข้างนอก เราสามารถใช้เพียงปลายนิ้วในการเตรียมพร้อมทุกอย่าง ตั้งแต่การเช็คเส้นทางจราจร การหาร้านอาหาร การสั่งอาหาร การชำระเงิน ไปจนสิ้นสุดมื้ออาหารนั้นๆ ซึ่งการกระทำทั้งหมด สามารถเกิดขึ้นเพียงแค่การกดปุ่มๆ เดียว วิถีชีวิตของคนเราในอนาคตสามารถทำอะไรก็ได้ โดยอาจไม่จำเป็นต้องหยิบโทรศัพท์ออกมาใช้งานเลย

    นายฌอน เนสอธิบายว่า “Internet of Action” สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ (1) ระยะสั้น – เป็นระยะที่ทุกคนถูกทำให้เชื่อมต่อกับ อินเทอร์เน็ตเพราะข้อมูลทุกอย่างอยู่บน อินเทอร์เน็ตดังนั้น จึงทำให้โลกธุรกิจดำเนินไปด้วย อินเทอร์เน็ตแทบทั้งหมด (2) ระยะกลาง – เป็นระยะที่สิ่งต่างๆ จะถูกพัฒนาให้ฉลาดมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ และทำให้คนเราใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย เช่น Facebook ที่ช่วยเหลือคนที่มีแนวโน้มจะฆ่าตัวตายด้วยการส่งความช่วยเหลือ ซึ่ง Facebook ประมวลข้อมูลจากพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ (User)ดังกล่าว แต่ในอีกด้านหนึ่งผู้ใช้ก็ต้องแลกกับข้อมูลส่วนตัวที่ถูก Facebook คอยเก็บอยู่ตลอดเวลาการใช้งาน (3) ระยะยาว – เป็นระยะที่จะมี bots หรือหุ่นยนต์ที่มาช่วยในการติดตามพฤติกรรมการใช้งานของเรา และนำข้อมูลที่ได้ ไปประมวล วิเคราะห์ และนำเสนอสิ่งที่เราต้องการและเป็นประโยชน์กับผู้ใช้งานได้อย่างสูงสุดเช่น การควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนตัว การช่วยนัดหมาย หรือการเช็คที่ว่างของลานจอดรถ เป็นต้นอย่างไรก็ตาม แม้จะมี bots หรือหุ่นยนต์คอยช่วยเหลือมนุษย์ผ่านการตั้งค่าระบบ แต่ทว่า มนุษย์เองกลับเป็นเรื่องท้าทายสำคัญ เพราะมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่คาดเดาได้ยาก และมีการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ในทุกช่วงขณะ

    นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในการคาดการณ์อนาคต (Foresight) อีกประการ คือ คุณค่าที่มนุษย์ให้ความสำคัญ ซึ่งคุณค่าดังกล่าว เกี่ยวข้องกับอารมณ์หรือความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ของตัวมนุษย์เอง (Emotion) ซึ่งการวิจัยและพัฒนา (R&D) ของแต่ละองค์กร จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับองค์ประกอบดังกล่าว โดยอาศัยการพูดคุยกับทีมต่างๆ ทั้งทีมการตลาด ทีมการขาย ทีมวิศวกร เพื่อให้ได้มุมมองหลากหลาย เพื่อนำไปต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ใช้งานมากที่สุด ในขณะเดียวกันสิ่งที่องค์กรต้องสนใจไปพร้อมกัน คือ (1) การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Staffing) เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์กร และ (2) องค์กรต้องให้ความสำคัญกับการเคารพกฎระเบียบและข้อบังคับทางกฎหมาย (Laws & Regulations) เพื่อทำให้สิ่งใหม่สามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่ขัดต่อกฎหมาย อย่างกรณีบริษัทผลิตรถยนต์ที่ขึ้นชื่อว่ามีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดอย่าง Tesla ก็พบข้อจำกัดด้านกฎหมายในช่วงพัฒนาโมเดลรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก เนื่องจากมีความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

                ฉะนั้นควรให้ความสำคัญกับคุณค่าของมนุษย์ เพราะมนุษย์สำคัญกว่าเทคโนโลยี โดยเทคโนโลยีต่างๆ ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นเครื่องมือช่วยทำงานแทนมนุษย์ สร้างความสะดวกสบาย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่างๆ ให้มนุษย์เท่านั้น

    ทั้งนี้ มนุษย์จะต้องเตรียมความพร้อมให้ตัวเองด้วยการพัฒนาทักษะสำคัญติดตัวไว้ โดยด้าน Hard Skills ควรรู้วิธีรับมือกับหุ่นยนต์ หรือรู้วิธีการสร้าง หรือระบบปฏิบัติการของหุ่นยนต์ เพราะย่อมได้เปรียบ รัฐบาลต้องฝึกทักษะคนทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ หรือมีเวิร์คสกิล ทำงานร่วมกันและด้าน Soft Skills มี 2 ทักษะสำคัญที่หุ่นยนต์ทำได้ไม่เท่ามนุษย์ คือการเจรจาต่อรอง และการเอาใจเขามาใส่ใจเรา สุดท้ายแล้ว มนุษย์ยังชอบพูดคุย และมีบทสนทนาระหว่างกันมากกว่าสื่อสารกับหุ่นยนต์

    ในช่วงสุดท้าย นายฌอน เนสเน้นย้ำว่าเทคโนโลยี เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่พัฒนาขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์เท่านั้น ดังนั้น หัวใจที่สำคัญที่สุด ก็คือ คุณค่าของมนุษย์ นั่นเอง

    - Sponser -
    - Advertisement -

    More articles

    - Sponser -
    signha lemon soda ads 300x250

    Latest article

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

    Privacy Preferences

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    Allow All
    Manage Consent Preferences
    • Always Active

    Save