EXIM BANK สนับสนุนผู้ส่งออกไทยรุกตลาดอินเดียะขยายธุรกิจใหม่ๆ ในแต่ละรัฐ

0
1187

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และกรรมการ ธนาคารเพื่อการส่งออก และน าเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวในงานสัมมนา “อินเดีย : หน้าต่างแห่งโอกาส (India : The Window of Opportunities)” จัดโดย EXIM BANK ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี ้ กรุงเทพฯ ว่า ท่ามกลาง ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ผู้ประกอบการไทย ควรต้องบริหารความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศควบคู่กับการแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ โดยทางเลือกหนึ่งคือ การขยายการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ อาทิ อินเดีย ซึ่งมีศักยภาพด้านขนาดพื ้นที่ ที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของประชากรอินเดีย ท าให้เกิดความต้องการในการบริโภคที่หลากหลาย นายอดุลย์ กล่าวว่า ในการเจาะตลาดอินเดียให้ประสบความส าเร็จ ผู้ประกอบการไทยต้องเข้าใจความหลากหลาย ของอินเดียและด าเนินกลยุทธ์การตลาดโดยสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคแต่ละรัฐ อาทิ รัฐมหาราษฏระ มีมุมไบ เป็นเมืองหลวง มีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจอินเดียมากที่สุด ผู้ประกอบการไทยควรเจาะตลาดกลุ่มชนชั ้นกลาง และเชื่อมโยง การผลิตสินค้าในซัพพลายเชนของอินเดีย รัฐทมิฬนาฑูมีเจนไนเป็นเมืองหลวง เป็นศูนย์กลางการผลิตของอินเดีย มีเขต เศรษฐกิจพิเศษมากที่สุดถึง 40 แห่ง มีแรงงานที่มีทักษะ โดยเฉพาะวิศวกรจ านวนมากที่สุดในประเทศอินเดีย ผู้ประกอบการไทย อาจจะเข้าไปลงทุนได้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น สิ่งทอ อาหารแปรรูป ยานยนต์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ รัฐคุชราตมีคานธีนาการ์ เป็นเมืองหลวง มีความพร้อมด้านคลัสเตอร์ โครงสร้างพื ้นฐาน และกฎระเบียบที่เอื ้อต่อการด าเนินธุรกิจ มีท่าเรือขนาดใหญ่ เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ เหมาะกับการตั ้งฐานการผลิตเพื่อขายในประเทศและส่งออก กรรมการ EXIM BANK กล่าวต่อไปว่า รัฐที่มีศักยภาพล าดับต้นๆ ของอินเดียส่วนใหญ่อยู่บริเวณฝั่งตะวันตกและ ตอนใต้ของประเทศ ซึ่งแต่ละรัฐมีความโดดเด่นและปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจที่แตกต่างกัน อาทิ ความพร้อมด้านโครงสร้ าง พื ้นฐาน คลัสเตอร์อุตสาหกรรม กฎระเบียบ และขนาดตลาด ผู้ประกอบการไทยควรมองอินเดียในลักษณะ 1 รัฐ เท่ากับ 1 ประเทศ เพื่อศึกษาข้อมูลและท าความเข้าใจลักษณะเฉพาะของแต่ละรัฐก่อนจะรุกเข้าไปท าธุรกิจ โดย EXIM BANK

พร้อมสนับสนุนเครื่องมือทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่สนใจเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจเข้าไปในอินเดีย ทั ้งด้านเงินทุน หมุนเวียน เงินทุนระยะกลางถึงระยะยาว ประกันการส่งออก และประกันความเสี่ยงการลงทุน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทย มีความพร้ อมและความมั่นใจในการรุกเข้าตลาดอินเดีย สามารถแข่งขันได้ในทางธุรกิจและบริหารความเสี่ยงทางการค้า และการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้รับช าระเงินค่าสินค้าจากคู่ค้าในอินเดีย ทั ้งนี ้ อินเดียเป็นตลาดส่งออกส าคัญอันดับ 10 ของไทย การค้าระหว่างไทยและอินเดียมีมูลค่า 12,463.75 ล้านดอลลาร์ สหรัฐไทยส่งออกไปอินเดีย 7,600.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกส าคัญของไทย ได้แก่ เคมีภัณฑ์เม็ดพลาสติก และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ขณะที่ไทยน าเข้าจากอินเดีย 4,863.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าน าเข้าจากอินเดีย ที่ส าคัญ ได้แก่ อัญมณี เงินแท่งและทองค า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ “EXIM BANK พร้ อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยบุกตลาดใหม่อย่างอินเดีย โดยสนับสนุนข้อมูลความรู้อาทิ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมในแต่ละรัฐ ซึ่งท าให้การเลือกพื ้นที่ในการด าเนินธุรกิจเป็นสิ่งส าคัญอันดับต้นๆ รวมทั ้ง สนับสนุนทางการเงินเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ ด้วยความพร้ อมด้านเงินทุนและเครื่องมือ บริหารความเสี่ยงทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ เพื่อจะได้แข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายอดุลย์กล่าว

Advertisement
Previous articleธนาคารกรุงเทพคว้ารางวัลธนาคารยอดเยี่ยมด้านการส่งออกและนำเข้า เป็นปีที่ 13 จากนิตยสาร Alpha Southeast Asia
Next articleมูลนิธิเอสซีจี ผนึกกำลังเครือข่าย ช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบอุทกภัย ‘รวมพลังคืนสุขชาวอีสาน’

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.