ตามนโยบาย “New Southbound Policy” ของรัฐบาลไต้หวัน ดำเนินงานโดยสำนักการค้าต่างประเทศของไต้หวัน กระทรวงการคลัง มอบหมายให้สถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาธุรกิจการค้า (เรียกโดยย่อว่า CDRI)  จัดงานแถลงข่าว “Wow!  Taiwan Selects” แคมเปญนวัตกรรมด้านการตลาดสู่ตลาดต่างประเทศ ภายใต้ธีม “Keep Moving! เพื่อมุ่งเน้นไปยังกลุ่มผู้บริโภคยุคดิจิทัลในประเทศไทย โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก Mr. Tong Zhen-Yuan เอกอัครราชฑูต ประจำสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย เป็นประธานการเปิดงาน พร้อมด้วย Mr. Hsu Ming ตัวแทน  ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ในท้องถิ่นรวมถึงผู้ประกอบการ 15 แบรนด์ดังจากไต้หวัน นอกจากนี้ยังได้บรรดา     บล็อกเกอร์ชื่อดังจากโลกออนไลน์ อาทิ เจ๋อโบ กวนจีน, แฮชคอร์เนอร์ และ บริ้งกี้ เข้าร่วมแนะนำผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ความงาม สุขภาพ และ ไลฟ์สไตล์ เพื่อเป็นการต่อยอดและการสร้างการรับรู้เพิ่มขึ้นถึงตราสินค้าของไต้หวันที่จะแพร่หลายสู่ตลาดในประเทศไทยอีกด้วย   Mr. Tong Zhen-Yuan (ถง เจิ้น หยวน) เอกอัคราชฑูต กล่าวว่า “ไทยและไต้หวันมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากันอย่างแนบแน่น ตามรายงานการค้าฉบับเดือนธันวาคม 2560 การลงทุนของบริษัทชาวไต้หวันในประเทศไทยมีมูลค่าถึง 14.48 พันล้านเหรียญสหรัฐ ไต้หวันถือเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทย รองจากญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ในปีพ. ศ. 2560 ไต้หวันยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นคู่ค้าอันดับที่ 12 ของไทยและเป็นประเทศผู้นำเข้าอันดับที่ 5 ประเทศไทยจึงถือเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของไต้หวันในด้านการลงทุน การค้า การท่องเที่ยว และการศึกษา เป็นประเทศพันธมิตรที่มีนัยสำคัญเกี่ยวเนื่องกับนโยบายใหม่ของไต้หวัน ซึ่งนโยบายและแผนการปฏิรูป 4.0 ของประเทศไทยมีความสอดคล้องและเข้ากันได้ดี โดยทั้ง 2 ประเทศได้ริเริ่มการเจรจาและการดำเนินการเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับทวิภาคี ซึ่งในปีนี้ “Wow! Taiwan Selects เป็นแคมเปญที่ส่งเสริมการตลาดโดยรวบรวมเนื้อหาจากดิจิทัลสู่การนำเสนอในโซเชียลมีเดีย การรวบรวมสื่อออนไลน์ทั้งหลาย โดยมีเหล่าเซเลบริตี้จากโลกออนไลน์มาเป็นผู้ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์สินค้า การจัดทำภาพอะนิเมชั่นรูปแบบพิเศษที่ได้นำมาแสดงในงานนี้  รวมไปถึงการทำ “Interactive table projection mapping” แนวความคิดที่ประยุกต์องค์ความรู้ เทคนิคการสร้างสรรค์ประเภทต่างๆ และแสดงออกบนหน้าจอระบบสัมผัสแบบมัลติทัช เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ ซึ่งถือเป็นการจัดงานสำหรับเพื่อนชาวไทยของเราโดยเฉพาะ โดยเรามีความมุ่งหวังที่จะแสดงให้ทุกคนได้เห็นถึงเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยมของไต้หวัน ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันอย่างต่อเนื่องในการเปลี่ยนแปลงโลกต่อไปครับ ”

Advertisement

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.